วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มุมข้าราชการ 06/10/61

มุมข้าราชการ 06/10/61

โดย ซี.12
6 ต.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

มติ ครม. ในคราวการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีรายการโอนข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 16/2558 จำนวน 3 ราย พูดง่ายๆก็คือการย้าย ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยเหตุผลพิเศษนั่นคือ การย้าย นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ไปเป็น ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายมงคลชัย สมอุดร ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ไปเป็น นักวิชาการทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายบุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ไปเป็น ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รายการนี้คงจะไม่จบลงเพียงเท่านี้โปรดติดตามต่อไปว่าการกระทำต่อ ข้าราชการชั้นดี จะมีผลอย่างไร

อีกรายเป็นเรื่องของ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ย้าย นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปเป็น รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและรับโอน นางปิยนุช วุฒิสอน ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปเป็น เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แทน ดุลพินิจของ เจ้ากระทรวง จะมีผลอย่างไรตามมาอีกไม่นานก็รู้

ส่วน กระทรวงแรงงาน มีการย้ายสับเปลี่ยน 4 ราย ได้แก่ นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ไปเป็น รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ไปเป็น เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายวิวัฒน์ ตังหงส์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ไปเป็น อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และ พันตำรวจตรีหญิง รมยง สุรกิจบรรหาร ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ไปเป็น รองปลัดกระทรวงแรงงาน

ในแวดวงสังคมรู้จัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล กันเป็นอย่างดีในฐานะที่เป็น นักธุรกิจการเมือง ตัวจริง นักธุรกิจ นั้นในฐานะ บอสใหญ่ ของ บริษัทชิโนไทย ส่วน นักการเมือง ก็อยู่ในในฐานะ หัวหน้าใหญ่ แห่ง พรรคภูมิใจไทย ใครที่รู้จักย่อมรู้ว่า เสี่ยหนู นั้นคุยเก่งคุยสนุก แต่ล่าสุดที่กลายเป็นข่าวเป็นคลิปเผยแพร่ไปทั่วก็คือ เรื่องที่พูดว่าตัวเองในฐานะที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ปวดใจที่ไปเห็นการตัดต้นสักขนาด 2 คนโอบเอามาทอนมาเฉือนเป็นเสาเล็กๆตามแบบที่สถาปนิกออกแบบไว้จึงไม่สามารถไปตัดในป่าที่รัฐสภาชี้ให้ไปตัดได้อีกฯลฯ จะคิดหรือไม่คิดไม่รู้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนไปถึงคนอื่นอย่างรุนแรง

แต่ความจริงอีกด้านหนึ่งจาก นายธีรพล นิยม ศิลปินแห่งชาติสาขาสถาปัตยกรรมผู้เป็นหัวหน้าโครงการออกแบบรัฐสภาแห่งใหม่ระบุว่า ไม้สักทุกต้น ที่เอามาทำเสานั้นกำหนดไว้ในสัญญาว่าจะต้องเป็น ไม้จากป่าปลูก ของ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) หรือ ไม้ที่ถูกยึด และจำหน่ายออกตามกระบวนการของกฎหมายเท่านั้น ซึ่งทาง ออป. ก็ยืนยันว่ามีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการ และทางผู้รับเหมาเองก็สั่งซื้อมาแล้ว 1,000 ท่อน ซึ่งไม้เหล่านี้ถ้าไม่ขายให้โครงการก่อสร้างรัฐสภาก็ต้องขายให้ลูกค้ารายอื่นหรือส่งออกต่างประเทศอยู่แล้ว การถูกกล่าวหาเช่นนี้น่าจะไม่เป็นธรรมต่อผู้ออกแบบ

แล้วยังมีความจริงด้านที่สามที่เคยได้ยินมาแต่ไม่คิดจะเขียนถึงแต่แล้วก็ต้องบันทึกเอาไว้ให้ปรากฏว่า มีความพยายามในการที่จะแก้ไขสัญญาให้เปลี่ยนวัสดุที่เอามาทำเสาจาก ไม้สัก มาเป็น เสาปูน หุ้มด้วยโลหะจะเป็นสเตนเลสหรือสังกะสีก็แล้วแต่ขอให้มันแวววาวเข้าไว้ ความจริงนี้จะชัดเจนแค่ไหนยังไม่รู้ขอให้สังคมติดตามจับตามองพร้อมกับภาวนาว่าอย่าให้เกิดขึ้นเลย หวังว่าคงไม่ต้องเขียนถึงเรื่องนี้อีกเป็นรอบที่สอง เพราะตัวละครก็รู้จักรักใคร่กันทั้งนั้น

“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้