วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย่ำค่ำ ระฆังขาน

ย่ำค่ำ ระฆังขาน

  • Share:

นึกถึงบทรำพึงในป่าช้า ของพระยาอุปกิตศิลปสาร “วังเอ๋ย วังเวง หง่างเหง่งย่ำค่ำระฆังขาน ฝูงวัวควายผ้ายลาทิวากาล ค่อยๆผ่านท้องทุ่งมุ่งถิ่นตน...”

เสียงระฆังยามนี้ สื่ออารมณ์เหงาเศร้าเปล่าเปลี่ยวชวนให้คิดถึงอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย

เด็กนักเรียนชายบ้านนอกรุ่นผม มีบทล้อเลียนเพื่อนนักเรียนหญิง “ผมเปียมาเลียใบตอง พระตีกลองตะลุ่มตุ้มเม้ง”

เนื้อหาท่อน มาเลียใบตอง สื่อความหมายไม่ดี เพื่อนที่ถูกล้อ ก็มักหน้างอเป็นจวัก บางคนก็ยกมะเหงกให้

ส่วนท่อนหลัง พระตีกลองตะลุ่มตุ้มเม้ง ไม่มีความหมายมุ่งร้าย แต่ก็เล่าถึงเรื่องที่คุ้นเคย

วัดใกล้บ้าน ช่วงที่ผมวิ่งเล่นยังไม่มีหอระฆัง ระฆังกับกลองแขวนไว้ใกล้ๆกันในแถวกุฏิพระ วันเวลาที่มีโอกาสเป็นคนตีระฆัง...ก็ต้องรอจังหวะเพื่อนคนข้อลำดี ตีกลอง

สิ้นเสียงตะลุ่มตุ้ม ก็ประคองท่อนไม้กระทุ้งระฆัง เสียง “เม้ง...” ก้องกังวาน...คลื่นเสียงสะท้อนไปไกล

ตีระฆังรับจังหวะกลอง ลดน้ำหนักให้เบาลง เรื่อยๆไป จนครั้งสุดท้ายเบาที่สุด

ครบ “สามรา” ก็ถือว่า จบงาน

ตอนเช้ามืด เคยตื่นขึ้นฟัง เสียงกลองเสียงระฆัง...แม่ลุกขึ้นเตรียมก่อไฟหุงข้าว บางวันก็ใส่บาตรพระทางเรือที่ท่าน้ำหน้าบ้าน แต่ถ้าเป็นวันพระ ก็ไปถวายพระที่วัด

แม่รับอุโบสถศีล ถือศีลแปด สวดมนต์ทำวัตร อยู่ที่วัด

เสียงกลองเสียงระฆัง สื่อให้คิดถึงเรื่องบุญเรื่องกุศล เรื่องเป็นมงคล

ถ้าเดินอยู่ แม่จะหยุดเดิน ทรุดตัวนั่งพนมมือฟัง เสียงระฆังจบจึงเดินต่อ ในความทรงจำผม เสียงระฆังเป็นมนต์ขลัง สำหรับชาวพุทธทุกคน

ในนิยายเรื่อง “ไผ่แดง”...สมภารกร่าง ท่านรับมือกับสหายแกว่น หัวโจกคอมมิวนิสต์ในหมู่บ้าน...เป็นศูนย์กลางของปัญหาในหมู่บ้าน ทั้งคอมมูนิด คอมมูหน่อย รักนับถือท่านมาก

ไผ่แดง ตอนสุดท้าย น้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพครอบครัววัวควาย ไปอยู่บนเนินสูง วัดไผ่แดงเองก็แทบจะจมน้ำ ชาวบ้านออกปากชวนไป สมภารท่านก็ไม่ยอมทิ้งวัด

น้ำท่วมสูงขึ้นๆ สมภารปีนขึ้นหอระฆัง...ย่ำค่ำ ได้เวลาทำวัตรเย็น ท่านก็ทำหน้าที่พระ เคาะระฆัง...เสียงระฆังกังวาน...ไปถึงเนินที่ชาวบ้านอยู่

อาจารย์หม่อม คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านพรรณนาตอนนี้ว่าชาวบ้านที่กำลังวุ่นวายขวักไขว่ ที่กำลังเปิบข้าวเข้าปาก คนที่ทำงานอื่นๆก็ชะงัก

ทุกคนยกมือพนม...เหมือนรู้ดี เป็นเวลาที่สมภารกร่าง ท่านกำลังสวดมนต์ทำวัตร

คนพุทธนั้น ไม่ว่ายามไหน ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ เมื่อได้ยินเสียงระฆัง ก็นึกถึงวัด

ที่กำลังสุขก็สงบ ที่กำลังทุกข์ก็บรรเทา...หากวัดมีพระดี ทำหน้าที่ดี เป็นที่พึ่งทางใจ

ผมฟื้นความหลัง เรื่องเสียงระฆัง เมื่อได้ยินข่าวชาวกรุงฯในคอนโด ร้องเรียนว่า เสียงระฆังรบกวน เวลาหลับ...แล้วก็ใจหาย

วันเวลาผ่านเลยมา เสียงระฆังที่เคยเป็นเสียงบอกโมงยาม เคยขลัง บอกเขตอำนาจ เขตศรัทธา กลายเป็นเสียงระฆังที่น่ารำคาญไปได้อย่างไร

พระท่านว่า ลดเสียงระฆังให้เบาลงบ้างแล้ว แต่ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สื่อ คือเสียงระฆังดังหรือเบา แต่ปัญหาที่พระและวัด ต้นเสียงจากทุกๆวัดมากกว่า

ผมกำลังคิดว่า...พระแท้ๆที่ซื่อตรง มั่นคงต่อธรรมวินัย อย่างสมภารกร่าง วัดไผ่แดงมีน้อยลง.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้