วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เอาใจเขามาใส่ใจเรา

เอาใจเขามาใส่ใจเรา

  • Share:

เลิกขัดแข้งขัดขากันเองได้แล้ว เสียเวลาเปล่า อยากประสบความสำเร็จในชีวิตและอาชีพการงาน ต้องมองเป้าหมายใหญ่เป็นหลัก รู้จักพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก ที่เป็นกับดักร้าย ทำให้เราติดอยู่กับการคิดเข้าข้างตัวเอง, หลอกตัวเอง, การกล่าวโทษคนอื่น และมองข้อเสียคนอื่นเลวร้ายกว่าความเป็นจริง ซ้ำร้ายเรายังหาพรรคหาพวกพยายามไปดึงคนอื่นๆให้มาเออออห่อหมกด้วย จนปัญหาเล็กๆลุกลามบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมโหระทึก

พ่อแม่ขี้บ่น...เจ้านายไม่ยุติธรรม...เพื่อนร่วมงานขี้อิจฉา...ลูกน้องขี้เกียจทำงาน...ลูกค้าเรื่องมาก...ภรรยาเย็นชา...สามีโมโหร้าย สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาโลกแตกที่รุมเร้าเราทุกวัน และคอยกัดกร่อนให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างย่ำแย่ลง ถามตัวเองดีๆว่าเราจมอยู่กับปัญหาพวกนี้ซ้ำซากแค่ไหน และที่จริงแล้ว “คนเฮงซวย” เหล่านี้ ได้ทำร้ายเราจริงหรือเปล่า หรือเรากำลังใส่ไฟโยนความผิดให้คนอื่น เพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น และกลบเกลื่อนปมด้อยตัวเอง

อ่านเจอหนังสือเล่มหนึ่งน่าสนใจ “LEADERSHIP AND SELF–DECEPTION GETTING OUT OF THE BOX” เขียนโดย “ดร.เทอร์รี วอร์เนอร์” ติดอันดับขายดีตลอดกาล ของนิวยอร์กไทม์ส มีคำตอบไขข้อข้องใจหลายอย่าง โดยเนื้อหา แนะวิธีการพาตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก ที่เป็นต้นตอปัญหาน่าปวดหัว

“ดร.เทอร์รี” เชื่อว่า คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมจิตสำนึกที่ดี และลึกๆแล้วเราต่างมีความหวังดีและอยากทำสิ่งต่างๆเพื่อคนอื่น แต่สุดท้ายเรากลับทรยศตัวเอง ด้วยการทำตรงข้ามกับสิ่งที่เรารู้สึกว่าควรทำเพื่อคนอื่น เพราะเราถูกครอบไว้ด้วยกล่องใบเล็ก ที่เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว, หลอกตัวเอง, คิดเข้าข้างตัวเอง และมองข้อเสียคนอื่นเลวร้ายกว่าความเป็นจริง แทนที่จะมองคนอื่นเป็นคนจริงๆ ที่มีความหวัง, ความต้องการ, ความใส่ใจ และความกลัว ไม่ต่างจากเรา

ในหนังสือยกตัวอย่างไว้หลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่โดนใจคือ เรื่องของ “บัด” ผู้บริหารองค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง เขาเล่าถึงความผิดพลาดในอดีตก่อนค้นพบความลับที่จะปลดปล่อยตัวเองออกจากกล่องใบเล็ก “ตอนที่เดวิดยังเป็นทารก เสียงร้องไห้ของเขาทำให้ผมตื่นกลางดึกคืนหนึ่ง ผมเหลือบดูนาฬิกาเป็นเวลาตีหนึ่ง

ชั่วแวบแรกรู้สึกว่าควรลุกขึ้นไปดูลูกชายเพื่อให้ภรรยาได้นอนต่อ แต่สุดท้ายผมกลับทำไม่รู้ไม่ชี้และนอนฟังเดวิดร้องไห้ ตอนนั้นในใจผมคุกรุ่น ผมโกรธและกล่าวโทษภรรยา ซึ่งก็นอนเฉยๆเหมือนกัน ว่าเป็นคนขี้เกียจ, เห็นแก่ตัว, ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่น, เสแสร้ง, เป็นแม่และเมียที่ไม่เอาไหน ขณะที่กำลังป้ายสีภรรยา ในอีกมุมหนึ่ง ผมก็เข้าข้างตัวเองว่าเราช่างเป็นสามีที่น่าสงสาร, เสียสละ, ขยันทำงานหนัก ผมสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง ที่นอนเป็นทองไม่รู้ร้อน โดยพยายามขุดคุ้ยหาข้อเสียของภรรยาเพื่อแก้ต่างให้ตัวเองดูดี”

สิ่งที่ “บัด” ทำอยู่คือ การทรยศต่อจิตสำนึกที่ดีของตัวเอง ยอมถูกต้อนเข้าไปอยู่ในกล่องดำ ที่ความจริงทุกอย่างถูกบิดเบือนเกินจริง แทนที่จะเห็นภรรยาเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เขารักและคุกเข่าขอแต่งงาน ซึ่งแม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่ก็สมควรได้รับความรักความใส่ใจจากสามี

ถ้าคืนนั้นเขาลุกขึ้นมากล่อมลูกด้วยความเห็นอกเห็นใจภรรยา รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ความร้าวฉานในครอบครัวก็คงไม่เกิดจนกลายเป็นรอยบาดลึก สามีภรรยาหลายคู่หมางเมินเย็นชาต่อกันก็เพราะต่างขังตัวเองอยู่ในกล่องดำ และจ้องจับผิดหาเรื่องกัน ในชีวิตการทำงานความสัมพันธ์ในออฟฟิศก็ไม่ต่างจากครอบครัว ถ้าทุกคนจ้องแต่จะขัดแข้งขัดขากัน แทนที่จะนึกถึงเป้าหมายใหญ่ ช่วยกันทุ่มเททำงานหนักเพื่ออนาคตของบริษัท ท้ายสุดแล้วองค์กรของเราคงไม่ต่างจากระเบิดเวลา.

มิสแซฟไฟร์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้