วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าพัฒนาตลาดทรัพย์สินฯ เปิดซื้อขายผ่านแอปฯ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าพัฒนาตลาดทรัพย์สินฯ เปิดซื้อขายผ่านแอปฯ

  • Share:

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าพัฒนาตลาดทรัพย์สินทางปัญญา (IP Mart) รวบรวมผลงานการประดิษฐ์คิดค้นกว่า 600 รายการ มาให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ที่อยากหาสินค้ารายการใหม่ๆ ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ ได้เข้ามาเลือกชม เลือกซื้อ และยังสามารถเลือกซื้อสินค้า GI สินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า และสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาอื่นๆ ได้ด้วย เผยล่าสุดได้ต่อยอดเปิดซื้อขายผ่านแอปฯ เพิ่มความสะดวกอีกทาง

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.61 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินฯ ได้เดินหน้าพัฒนาตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP Mart อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รวบรวมสินค้าทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้านวัตกรรม รวมแล้วกว่า 600 รายการ มาให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจทั่วไป รวมถึงประชาชน ได้เข้ามาเลือกชม เลือกซื้อ ซึ่งทำให้ได้รับความสะดวกในการค้นหาสินค้าทรัพย์สินทางปัญญา ที่สามารถค้นหาได้ในทีเดียว

"IP Mart เป็นตลาดออนไลน์ที่รวบรวมสินค้าทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุดมาไว้ในที่เดียว ผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือเทรนด์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับสินค้าและบริการ สามารถเข้ามาเลือกชมสินค้า ดูตัวอย่างสินค้าได้ และถ้าต้องการนำสินค้านั้นๆ ไปต่อยอด นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ก็สามารถติดต่อกับเจ้าของได้โดยตรง แล้วตกลงซื้อขายกัน ซึ่งช่วยให้นักประดิษฐ์คิดค้น มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าที่คิดได้ และคนที่มีเงินทุน แต่ไม่มีสินค้า ก็สามารถมาเลือกซื้อไปทำธุรกิจได้" นายทศพลกล่าว

สำหรับการใช้ประโยชน์จาก IP Mart ผู้ที่สนใจจะต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน ผ่านเว็บไซต์ www.thaiipmart.com หรือแอปพลิเคชัน IP Mart มือถือบนระบบ Android และ iOS จากนั้นสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ทั้งการนำสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาเข้าไปขาย โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากกรมฯ ก่อน ขณะที่ผู้ซื้อ สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ทันที และสินค้าที่อยู่ใน IP Mart เป็นสินค้าที่ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าจากเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาตัวจริง และผ่านการพิจารณาจากกรมฯ แล้ว

ทั้งนี้ IP Mart ยังสามารถรองรับการเจรจาธุรกิจแบบ real time ที่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย สามารถติดตามผลได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเมื่อได้รับอนุมัติจากกรมฯ ให้ประกาศขายสินค้า หรือเมื่อมีผู้สั่งซื้อสินค้า โดยปัจจุบันสามารถรองรับการใช้งานได้ 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้