วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมบัติวัดพระยาทำ กรมศิลป์ไม่เจอ'พระเครื่อง' มีแต่เครื่องถ้วยสมัย ร.2

สมบัติวัดพระยาทำ กรมศิลป์ไม่เจอ'พระเครื่อง' มีแต่เครื่องถ้วยสมัย ร.2

  • Share:

กรมศิลปากรแจงขั้นตอนการรักษาสมบัติวัดพระยาทำ ระบุวัตถุโบราณส่วนใหญ่ที่พบบริเวณหอระฆัง เป็นเครื่องถ้วยชามในสมัยรัชกาลที่ 2 และ รัชกาลที่ 3 ไม่มีพระเครื่องแต่อย่างใด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ต.ค.61 ที่เต็นท์ข้างอุโบสถวัดพระยาทำวรวิหาร นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกองโบราณคดี กรมศิลปากร นำวัตถุโบราณประเภทถ้วยชามและเศษเครื่องสังคโลกที่แตกหักประมาณ 300 ชิ้น ซึ่งเก็บได้จากการบูรณปฏิสังขรณ์หอระฆังโบราณ หรือเจดีย์ยักษ์ ที่ทรุดตัวลงมาทับคนงานบาดเจ็บและเสียชีวิต มาจัดแสดงและชี้แจงให้ชาวบ้านชุมชนวัดพระยาทำ เข้าใจ โดยมี นายกอบเกื้อ โพธิ์อบ อายุ 62 ปี ประธานชุมชนฯ นำชาวบ้านประมาณ 30 คน เข้าร่วมรับฟังการชี้แจง อีกทั้งยังนิมนต์ พระครูสุธีสุตกิจ เจ้าอาวาสวัดพระยาทำวรวิหารมาร่วมเป็นสักขีพยานการเจรจาระหว่างชาวบ้านและกรมศิลปากรด้วย

นายสถาพร กล่าวว่า ตนได้รับการมอบให้จาก นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้มาชี้แจงเรื่องที่ชาวบ้านแคลงใจและเกิดข้อสงสัย ถึงกรณีวัตถุโบราณที่ขุดพบระหว่างการปฏิสังขรณ์หอระฆังที่วัดแห่งนี้ ว่ามีการจัดเก็บกันอย่างไร ซึ่งตนอยากชี้แจงว่า วัตถุโบราณส่วนใหญ่ที่พบบริเวณฐานเดิมของหอระฆังนั้น เป็นเครื่องถ้วยชามในสมัยรัชกาลที่ 2 และ รัชกาลที่ 3 ซึ่งนิยมนำมาประดับศาสนสถานเท่านั้นตามความนิยมของคนสมัยนั้น ไม่มีพระเครื่องแต่อย่างใด ส่วนใหญ่ที่พบติดอยู่กับดินและได้รับความเสียหาย โดยทุกชิ้นทางกรมศิลปากรได้ทำหมายเลขบันทึกขึ้นทะเบียนเอาไว้ ร่วมกับผู้รับผิดชอบการก่อสร้าง จากนั้นจะรอการส่งมอบจากผู้รับผิดชอบการก่อสร้างให้กรมศิลปากรอีกครั้ง ยืนยันทางกรมศิลปากรจะเก็บรักษาอย่างละเอียดตามวิชาการโบราณคดี ซึ่งทรัพย์สินของชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกส่งกลับมาคืนให้ทางวัด และหากชิ้นใดมีความสมบูรณ์มากเช่นถ้วยชามรูปปูและปลาก็จะขอท่านเจ้าอาวาสเอาไว้ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

ด้าน พระครูสุธีสุตกิจ เจ้าอาวาสวัดพระยาทำวรวิหาร เปิดเผยว่า อาตมาไม่ขัดข้องหากทางกรมศิลปากรจะนำวัตถุโบราณชิ้นที่มีความสมบูรณ์มากๆ ไปเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากของมีค่าเหล่านี้ควรได้อยู่คู่กับชาติให้ลูกหลานชาวไทยได้ศึกษา ส่วนของชิ้นใดที่ทางกรมศิลปากรส่งกลับคืนให้มาก็จะปรึกษากับกรรมการวัดและทางชาวบ้านในชุมชนอีกครั้ง จะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งแนวทางที่คิดตอนนี้นั้นก็อยากทำพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่วัดพระยาทำเช่นเดียวกัน โดยจะต้องให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา ว่าจะพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบใด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชี้แจงของทางกรมศิลปากร ในวันนี้ว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังไม่พอใจและยังคงเกิดความเคลือบแคลงสงสัยกับสิ่งที่ผู้อำนวยการกองโบราณคดี นำมาจัดแสดงอยู่ดี จากการสอบถาม น.ส.จารุวรรณ ศักดิ์ดานิรันดร์ อายุ 40 ปี ตัวแทนชาวบ้านที่เข้าร่วมเจรจาในวันนี้ เล่าว่า ตนวิ่งเล่นอยู่รอบๆ เจดีย์ยักษ์หรือหอระฆังโบราณแห่งนี้ตั้งแต่ยังเด็กๆ เคยพบเห็นสิ่งล้ำค่ามากกว่าที่ทางกรมศิลปากรนำมาจัดแสดงในวันนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบเช่นกันว่าโบราณวัตถุที่ตนเคยเห็นไปอยู่ที่ไหน โดยส่วนตัวเชื่อว่าหากทางกรมศิลปากรและผู้รับผิดชอบการก่อสร้างเก็บพร้อมบันทึกทรัพย์สินเอาไว้ทั้งหมดตามคำชี้แจงจริงๆ ก็น่าจะมีทรัพย์สินให้เห็นมากกว่าที่นำมาจัดแสดงหลายเท่า.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้