วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภัยพิบัติ ฝันร้าย สูญเสีย! จากบทเรียน สึนามิถล่มอินโดฯ ไทยพร้อมแค่ไหน?

ภัยพิบัติ ฝันร้าย สูญเสีย! จากบทเรียน สึนามิถล่มอินโดฯ ไทยพร้อมแค่ไหน?

  • Share:

เหตุการณ์ความสูญเสีย ที่ขณะนี้ทั่วโลกยังคงจับตามอง คือ 'ภัยพิบัติแผ่นดินไหว' ที่เกิดขึ้นบนเกาะสุลาเวสี เมืองปาลู ประเทศอินโดนีเซีย ขนาด 7.5 ริกเตอร์ สร้างความเสียหายต่อเนื่องด้วยการเกิด 'คลื่นยักษ์สึนามิ' สูง 6 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ายอดอาจจะพุ่งขึ้นอีก...

แน่นอนว่าเหตุการณ์ภัยพิบัติเช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น และคงต้องยอมรับว่าอาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกัน ทีมข่าวเจาะประเด็น จึงติดต่อ นายศุภภิมิตร เปาริก ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (ผอ.ศภช.) เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย พร้อมถอดบทเรียนเรื่องราวดังกล่าว

นายศุภภิมิตร เผยว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวคราวนี้ที่ประเทศอินโดนีเซีย เกิดขึ้นบนบก ขนาดความรุนแรง 7.5 ริกเตอร์ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนค่อนข้างมากอยู่แล้ว แต่ปกติหากเป็นการเกิดแผ่นดินไหวบนบกมักจะไม่เกิดสึนามิ จะมีเพียงคลื่นโลคอลทั่วไป สูงประมาณ 1-2 เมตร ความรุนแรงก็จะไม่มากเท่าไรนัก แต่คราวนี้มีการคาดว่าหลังจากแผ่นดินไหว แม้จะเกิดในแนวราบ แต่สิ่งที่อยู่ใต้ดินอาจทำให้มวลดินส่วนหนึ่งของใต้ทะเลมีการเคลื่อนตัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินในทะเลมีการทรุดตัวตาม ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร

"เหตุการณ์วันนั้น หลังจากทางการอินโดฯ มีการประกาศแจ้งเตือนสึนามิแล้ว เหตุผลที่ยกเลิกคือ ช่วงที่สึนามิกระจายอยู่ตามมหาสมุทรต่างๆ ทุ่นลอยตรวจสอบสึนามิที่นานาชาติรับรองการใช้งานมาแล้วนั้นมันไม่ทำงาน เหตุผลที่มันไม่ทำงานไม่ใช่เพราะมันเสีย แต่เป็นเพราะว่าทุ่นลอยพวกนี้จะใช้ตรวจจับคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ ที่อยู่ในทะเลลึก แต่ครั้งนี้เป็นคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทำให้ทุ่นลอยตรวจสอบไม่พบ"

สำหรับบทเรียนของอินโดนีเซีย ขณะที่เกิดแผ่นดินไหว ส่งผลให้บ้านเรือนอาคารส่วนหนึ่งพังเสียหายลงมา ซึ่งประชาชนไม่มีโอกาสได้รู้ก่อน เนื่องจากสัญญาณจะดังขึ้นช่วงเหตุเกิดพอดี ทำให้คนจำนวนหนึ่งต้องติดอยู่ใต้ตึก โดยรอให้คนมาช่วยเหลือ แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดคือ มีคลื่นสึนามิซัดเข้ามาซ้ำ แทนที่ติดอยู่ใต้ตึกจะยังพอมีอากาศให้หายใจแต่เกิดมีน้ำมาทับ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ในครั้งนี้มีผู้ชีวิตเป็นจำนวนมาก

"โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวกับประเทศไทยนั้น ต้องดูว่าแผ่นดินไหวนั้นเกิดขึ้นที่บริเวณไหน ขนาดเท่าไร และความลึก พร้อมศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ประมาณเท่าไร ต้องดูองค์ประกอบหลายๆ ส่วน โดยถ้าเกิดพร้อมกันหลายส่วน อย่างเกิดแผ่นดินไหวในทะเลลึกระดับตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป ความลึกประมาณ 60 กิโลเมตร หากเข้าเคสลักษณะนี้โอกาสเกิดสึนามิก็ค่อนข้างจะเยอะ"

ขณะที่ ระบบเตือนภัยของประเทศไทยนั้น ทาง 'กรมอุตุนิยมวิทยา' มีระบบในการตรวจสอบทั่วประเทศไทย ทั้งเจ้าหน้าที่ที่คอยเฝ้าระวังตลอดพร้อมเครื่องมือเทคโนโลยี ฉะนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวในไทยขนาดใหญ่ แล้วคาดว่าจะมีผลกระทบนั้น ก็จะมีการแจ้งข้อมูลให้ประชาชนรับทราบทันที แต่ก็ต้องมองย้อนไปที่ความแข็งแรงของบ้านเรือนต่างๆ ว่าโครงสร้างสามารถรับมือกับแผ่นดินไหวได้ไหม รวมทั้งประชาชนเองควรที่จะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากราชการที่แจ้งเตือน

"สิ่งที่ไม่สามารถทำนายหรือคาดการณ์ได้เลย คือ เมื่อไหร่จะเกิดแผ่นดินไหว หรือ จะเกิดแผ่นดินไหวตรงไหน เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทางศูนย์เตือนภัยพิบัติ ที่ทำการเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอย้ำว่า การเกิดแผ่นดินไหวไม่มีสัญญาณอะไรที่จะบอกล่วงหน้าก่อนได้ ซึ่งจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวทุกครั้งที่ผ่านมา ถ้าหากเกิดขึ้นใจกลางเมืองใหญ่หรือเขตชุมชน ความเสียหายก็จะตามมามหาศาลแบบนี้เช่นกัน" นายศุภภิมิตร กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้