วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศิลปะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

ศิลปะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

  • Share:

ผมอ่านข่าว กทม.ตัดงบสนับสนุน หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 40 ล้านบาท ทั้งที่เป็นหอศิลป์เพียงแห่งเดียว ที่แสดงถึง ความศิวิไลซ์ของกรุงเทพมหานคร ก็นึกถึงพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ขึ้นมาทันที “อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า, ใครได้เห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย, ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย, จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสำราญ...”

ศิลปะ คือ ความงดงามที่ทำขึ้นอย่างสร้างสรรค์

อริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีก 2,400 ปีก่อน ให้คำนิยามว่า “ศิลปะ คือการเลียนแบบธรรมชาติ” ธรรมชาติเป็นแม่บทสำคัญของศิลปะ ศิลปินอาจจะเพิ่มเติม ตัดทอน ใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปด้วย แต่ก็เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะของมนุษย์

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทจัดประมูล ซอธเธอบี้ส์ ฮ่องกง จัดประมูล ภาพแอ็บสแทรกต์ขนาดใหญ่ยาว 10 เมตร ชื่อ Juin-Octobre 1985 (มิถุนายน-ตุลาคม 1985) ของ จ้าว หวู่ กี (Zao Wou Ki) ศิลปินจีนฝรั่งเศส ถูกประมูลไปด้วยราคา 65 ล้านดอลลาร์ กว่า 2,100 ล้านบาท น่าจะเป็นภาพที่มีการประมูลแพงที่สุดของศิลปินจีน

ศิลปินจ้าว เกิดที่ประเทศจีน แล้วไปเติบโตที่ฝรั่งเศส ได้รับอิทธิพลจากศิลปะตะวันตก ชอบวาดภาพแอ็บสแทรกชัน ก่อนกลับไปใช้ชีวิตในเมืองจีน หันไปใช้เทคนิคพู่กันจีนและหมึกจีนในการวาดภาพ เขาเสียชีวิตในปี 2013

Artprice ศูนย์รวมข่าวตลาดงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในโลก รายงานว่า ตลาดของงานศิลปะสมัยใหม่ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตสูงถึง 1,744% มีการประมูลงานศิลปะมากถึง 66,850 ชิ้น มากกว่าปีเกิดต้มยำกุ้ง 2000/2001 ถึง 5.5 เท่า ทำรายได้สูงถึง 1,900 ล้านดอลลาร์ 61,750 ล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ยต่อชิ้นอยู่ที่ 28,000 ดอลลาร์ ประมาณ 910,000 บาท

รายงานระบุว่า มหาเศรษฐีที่หันมาเล่นภาพศิลปะในยุคนี้คือ “คนจีน” โดยชิ้นงานศิลปะที่มีการประมูลขายใน จีน ฮ่องกง และ ไต้หวัน คิดเป็น 1 ใน 4 ของงานศิลปะที่มีการประมูลกันทั่วโลก โดยมียอดขายใน จีน และ ไต้หวัน เกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์ 162,500 ล้านบาท ทำให้ชาวจีนได้ครอบครองงานศิลปะที่มีคุณค่าเป็นจำนวนมาก

ในขณะที่ ศิลปินจีนรุ่นใหม่ ก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียง จ้าว หวู่ กี ที่สามารถขายภาพแอ็บสแทรกต์ขนาดใหญ่ได้ในราคา 2,100 ล้านบาท ศิลปินดาวรุ่งรุ่นใหม่ก็ขายภาพได้ราคาแพงเช่นเดียวกัน เช่น จาง เสี่ยว กง, เจิ้ง ฟาน ฉี และ เจิ้น ยี่ เฟย หนึ่งในผลงานที่พวกเขาขายได้ในเดือนธันวาคมปีที่แล้วคือ ภาพผู้หญิงเศร้าในชุดโบราณที่สวยงามสมจริงมาก สามารถขายได้ในราคา 22.7 ล้านดอลลาร์ กว่า 737 ล้านบาท

คุณเธียร์รี เออร์มานน์ ผู้ก่อตั้งอาร์ทไพรซ์ เปิดเผยว่า วันนี้ศิลปินร่วมสมัยจีนราว 1 ล้านคน สามารถขายผลงานเพื่อเลี้ยงชีพได้ ไม่ใช่ศิลปินไส้แห้งอีกต่อไปแล้ว ศิลปินเหล่านี้กำลังครองตลาด และสามารถสร้างผลงานออกมาได้เป็นจำนวนมาก ตลาดงานศิลปะกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งแล้ว วันนี้ศิลปินที่มีอายุเพียง 25–30 ปี ก็สามารถสร้างงานศิลปะออกมาประมูลได้แล้ว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

อาร์ทไพรซ์ ยังพบว่า ราคาเฉลี่ยของผลงานศิลปินก็สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ภาพลายเส้น ภาพวาด งานประติมากรรม วิดีโอ หรือ ศิลปะการจัดวาง มูลค่าเพิ่มขึ้น 4 เท่าจากปี 2000 จากราคาเฉลี่ยชิ้นละ 8,400 ดอลลาร์ มาเป็น 28,000 ดอลลาร์ ลอนดอน นิวยอร์ก ปักกิ่ง และ ฮ่องกง ครองส่วนแบ่งการประมูลงานศิลปะถึง 82% ของโลก แม้แต่ร่างลายเส้นการ์ตูน ของ เจ้าหนูปรมาณู แอสโตรบอย ของ โอซามุ เท็ตซึกะ ก็ถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 269,400 ยูโร ราว 10.34 ล้านบาท เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่กรุงปารีส

ผมก็เก็บ ความศิวิไลซ์ของโลก มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้ผู้บริหารบ้านเมืองซึมซับความศิวิไลซ์ ใกล้ชิดกับธรรมชาติและศิลปะมากขึ้น บ้านเมืองจะได้เจริญจริงๆ เสียที.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้