วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สีและทรูแมน

สีและทรูแมน

  • Share:

สถาบันเสาหลักเพื่อแผ่นดินเชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “การค้าการลงทุนในสหพันธรัฐรัสเซีย” พฤหัสบดีวันนี้ 13.00-17.30 น. ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ

อ่านบทความเอเชียไทมส์จาก www.atimes.com เรื่อง Trump should learn from Marshall Plan-like Xi ที่เขียนโดย Ken Moak แล้วชอบบทความนี้ครับ โมคบอกว่าทรัมป์ควรจะทำตามประธานาธิบดีสีจิ้นผิงที่ออกนโยบายแผนการริเริ่มแถบและเส้นทาง (BRI) โดยเรียนจากแผนการมาร์แชลของนายพลจอร์ช ซี. มาร์แชล ในยุคของประธานาธิบดีแฮรี เอส ทรูแมน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษและฝรั่งเศสอยู่ในสถานะยอบแยบ ช่วยเหลือใครไม่ได้ ประเทศที่ยังมีสถานะดีเพราะสงครามไม่ได้เกิดในพื้นที่ของตนเองก็คือ สหรัฐอเมริกา ตอนนั้น กรีซและตุรกีแย่มาก พวกคอมมิวนิสต์กำลังมีอำนาจแทนรัฐบาลอนุรักษนิยม อังกฤษจึงขอให้สหรัฐฯ รับผิดชอบโลกเสรีนิยมแทนตัวเอง

ทรูแมนไปพูดเรื่องนี้ให้สภาคองเกรสฟัง และขอร้องให้สภาอนุมัติเงิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยกรีซและตุรกี โดยทรูแมนแถลงหลักการของตนเองต่อสภาคองเกรส ซึ่งต่อมาพวกเราคุ้นคำแถลงการณ์ของทรูแมนกันดีในชื่อที่เรียกว่า ลัทธิทรูแมน ข้อใหญ่ใจความของลัทธินี้ก็คือ ต้องให้การสนับสนุนประเทศที่กำลังต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ สภาคองเกรสฟังลัทธิทรูแมนเมื่อ 12 มีนาคม พ.ศ.2490 ก็อนุมัติเงินช่วยกรีซและตุรกีไปหลายรอบ เป็นเงินถึง 659 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สหรัฐฯช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของกรีซและตุรกีโดยให้เงินไปฟื้นฟูอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้ากับต่างประเทศ การต่อเรือ การพัฒนาชุมชน การสาธารณสุข การปรับปรุงการคมนาคม การชลประทาน การประมง การพัฒนาป่าไม้ การอบรมแพทย์พยาบาลและช่างเทคนิค ช่วยจนกรีซและตุรกีกระเตื้อง รอดพ้นจากอิทธิพลของสหภาพโซเวียตมาได้

สหรัฐฯภูมิใจกับความสำเร็จซึ่งเป็นงานชิ้นแรกที่รับมอบความเป็นเจ้าโลกต่อจากอังกฤษ จนสหรัฐฯ มีความเชื่อว่าตนเองนั้นสามารถจะเป็นผู้นำของโลกเสรีได้โดยใช้ลัทธิทรูแมน

ก่อนหน้าลัทธิทรูแมน นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ยึดตามลัทธิมอนโรคือ ไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องภายในของยุโรป สหรัฐฯ ต้องการอยู่อย่างสันโดษ ลัทธิทรูแมนทำให้สหรัฐฯ เปลี่ยนนโยบายต่างประเทศจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเพราะลัทธิทรูแมนนี่ล่ะครับ ก็เป็นที่มาของแผนการมาร์แชล ซึ่งตอนนั้น นายพลจอร์ช ซี. มาร์แชล เป็น รมว.ต่างประเทศ ก็เสนอแผนการที่ให้สหรัฐฯไปฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกให้กลับเข้าสู่สภาพปกติและมั่นคง สิ่งที่มาร์แชลกลัวก็คือ โลกไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและสันติภาพที่แน่นอน

นายพลมาร์แชลบอกว่า แผนการของตัวเองไม่ได้ต้องการขัดขวางชาติใดหรือลัทธิใด แต่ต้องการขจัดความหิวโหย ความยากจน ความท้อแท้สิ้นหวัง ความโกลาหลอลหม่าน มาร์แชลอยากให้เศรษฐกิจและสังคมมั่นคง มาร์แชลขู่ว่า รัฐบาลใดที่ขัดขวางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติอื่น จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ

พอแผนการมาร์แชลถูกประกาศออกไป ประเทศต่างๆ ในยุโรปต่างรีบยกมือขอความช่วยเหลือสหรัฐฯ ยกเว้นสหภาพโซเวียตและประเทศบริวาร ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็นศัตรูต่อแผนการมาร์แชล สภาคองเกรสอนุมัติเงิน 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้เป็นค่าใช้จ่ายตามแผนการมาร์แชลในระยะเวลา 12 เดือน จากนั้นก็มีการทำโครงการฟื้นฟูยุโรปเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยสหรัฐฯ ออกค่าใช้จ่ายให้อีก 13.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บรรดาสมุนของโซเวียตต่างก็ตาโตเพราะตัวเองไปขอเงินก้อนนี้จากสหรัฐฯไม่ได้ โซเวียตจึงต้องตั้งโครงการช่วยเหลือแบบเดียวกัน เป็นโครงการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่บริวารของตัวเองในยุโรปตะวันออก

เพราะความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ยุโรปจึงรอดความหายนะทางเศรษฐกิจและรอดจากการตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคอมมิวนิสต์มาได้

แต่พอมาในยุคที่นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดี นายทรัมป์ทำตรงกันข้ามครับ การกระทำของแกทำให้บารมีของสหรัฐฯน้อยด้อยลงไปทุกวัน นอกจากจะไม่ช่วยประเทศอื่นแล้ว นายทรัมป์ยังทำลายเศรษฐกิจด้วยการขึ้นภาษี แล้วก็ออกกฎระเบียบกีดกันชาติอื่น ผิดกับการกระทำของนายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน

จีนช่วยประเทศอื่นแบบเดียวกับแผนการมาร์แชล บารมีของจีนจึงเบ่งบานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้