วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วางกรอบ 5 ปีปั้น “รัฐบาลดิจิทัล” ตั้งแต่ 5 พ.ย.นี้ติดต่อราชการไม่ต้องใช้ “สำเนา”

วางกรอบ 5 ปีปั้น “รัฐบาลดิจิทัล” ตั้งแต่ 5 พ.ย.นี้ติดต่อราชการไม่ต้องใช้ “สำเนา”

  • Share:

ครม.เห็นชอบกฎหมายรัฐบาลดิจิทัล ทุ่มงบ 3.3 หมื่นล้านบาทวางกรอบ 5 ปีแรกสร้างระบบเชื่อมข้อมูล รับ-จ่ายเงินให้ประชาชนผ่านระบบดิจิทัล ขณะที่ ก.พ.ร.เสนอให้ทุกหน่วยราชการยกเลิก เรียกสำเนาเอกสารที่ราชการออกให้จากประชาชนเริ่ม 5 พ.ย.61 เป็นต้นไป ติดต่อราชการไม่ต้องนำสำเนามา ชี้เป็นตัวชี้วัดมาตรฐานการทำงานข้าราชการ พร้อมเปิดช่องทางโซเชียลมีเดีย ให้ร้องเรียนหน่วยงานที่ไม่ทำตาม

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล พ.ศ. ...ตามที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. เสนอ มีสาระสำคัญให้มีกฎหมายว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัลโดยให้หน่วยงานของรัฐจัดทำข้อมูลและบริการในรูปแบบดิจิทัล แลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ และเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล โดยในระยะ 5 ปีแรกของการบังคับใช้กฎหมายจะใช้งบประมาณเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 33,398 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินงบประมาณ 28,298 ล้านบาท เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ 5,000 ล้านบาท และเงินภาคเอกชน 100 ล้านบาท

“ภายใต้กฎหมายฉบับนี้จะกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับเอกสารการพิสูจน์และยืนยันตัวตนกระบวนการทำงานและการบริการของหน่วยงานภาครัฐไว้โดยเฉพาะ พร้อมทั้งกำหนดให้คณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล จัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้มีความชัดเจนสอดคล้องกันทุกหน่วยงานของรัฐ ที่สำคัญกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำข้อมูลตามภารกิจหลักด้วยรูปแบบข้อมูลดิจิทัล และกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ต้องเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม ค่าบริการ ค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่นจากประชาชนให้จัดให้มีระบบการชำระเงินทางดิจิทัลเป็นอีกช่องทางหนึ่งด้วย”

นอกจากนี้ กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องแลกเปลี่ยนหรือเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลระหว่างกัน โดยกำหนดให้มีศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางแห่งชาติ และให้ สพร.จัดทำระบบบริการดิจิทัลภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวตลอดจนให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐในรูปแบบดิจิทัลต่อสาธารณะ เว้นแต่ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลที่กฎหมายกำหนดไม่ให้มีการเปิดเผย และกำหนดให้มีคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล ที่มีนายกฯเป็นประธาน จัดทำแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยทั้งหมดนี้ ให้หน่วยงานรัฐดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปีนับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้

ขณะเดียวกัน ครม.เห็นชอบตามสำนักงาน ก.พ.ร.เสนอ มาตรการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน เรื่องการไม่เรียกสำเนาเอกสารที่ทางราชการออกให้จากประชาชน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาแบบ Quick win โดยให้ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติภายในวันที่ 5 พ.ย.2561 สำหรับกรณีที่หน่วยงานของรัฐมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนดให้ประชาชนต้องยื่นสำเนาเอกสารหรือหลักฐานที่ทางราชการออกให้ ให้หน่วยงานนั้นดำเนินการเพื่อให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างหน่วยงาน

“เมื่อประชาชนไปติดต่อขอรับบริการ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ เป็นผู้สั่งพิมพ์เอกสาร หรือหลักฐานนั้นออกมาจากระบบที่ได้มีการเชื่อมโยงไว้แล้ว และเป็นผู้ลงนามรับรองว่าได้สั่งพิมพ์เอกสารนั้นออกจากระบบที่ได้เชื่อมโยงไว้จริง และให้ใช้เอกสารนั้นประกอบเรื่องที่ประชาชนมาขอรับบริการ โดยประชาชนผู้มาขอรับบริการไม่ต้องเป็นผู้นำสำเนามาเอง และไม่ต้องลงนามรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารดังกล่าว”

นอกจากนี้ การให้บริการที่เป็นตัวเงินแก่ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด รวมทั้งการจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง ค่าตอบแทน เบี้ยประชุม ค่าเช่าบ้าน สวัสดิการอื่นๆ ที่เป็นตัวเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ กรรมการอนุกรรมการ และคณะทำงานต่างๆ ของหน่วยงานทั้งหมด ให้ดำเนินการผ่านระบบ National e-Payment นอกจากนี้ มีมาตรการระยะกลางภายในปี 2562 ให้มีการพัฒนาแอปพลิเคชันเชื่อมโยงกับกรมการปกครองและให้หน่วยงานพิจารณาลดรายการเอกสารสำเนาต่างๆที่ประชาชนต้องใช้ประกอบการขอรับบริการ

“ครม.ให้ถือว่าการดำเนินการเรื่องนี้ถือเป็นตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของหัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ และให้สำนักงาน ก.พ.ร.เปิดช่องทางการสื่อสารผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ก เพื่อรับข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้