วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธปท.เอาจริง! คุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ธปท.เอาจริง! คุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • Share:

‘ฟิทช์’คงอันดับเชื่อถือไทย BBB+ ความเสี่ยง‘การเมือง-เศรษฐกิจ’

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการเปิดงานสัมมนา “Global Risks and Thailand’s Economic Outlook” ซึ่งจัดโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ถึงความเสี่ยง 4 เรื่องที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่ในระยะสั้นถึงปานกลาง โดยเรื่องแรกคือ แนวโน้มระบบการเงินโลกที่จะตึงตัวเพิ่มขึ้น โดยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนทั้งของรัฐบาลและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงที่ 2 คือ การใช้มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเท่าที่ประเมินผลกระทบนี้จะเห็นชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า ด้านที่ 3 คือปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจจะกระทบต่อราคาของสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมัน ส่วนความเสี่ยงสุดท้าย เป็น ความเสี่ยงในประเทศ จากการผ่อนคลายทางการเงิน และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นเวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดการแสวงหาผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงสูง และมองความเสี่ยงที่แท้จริงต่ำเกินไป

“เสถียรภาพด้านการเงินของไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และเรามีกันชนเพียงพอที่จะรับมือกับความผันผวนระยะสั้นจากต่างประเทศ โดยนอกเหนือจากใช้นโยบายการเงิน ยังมีเครื่องมืออื่นๆในลักษณะการกำกับดูแล สินเชื่อเฉพาะ (Macro Prudential) มาใช้ร่วมด้วย ซึ่ง ธปท.จะดูแลทั้งเสถียรภาพ และการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยพยายามติดตามสัญญาณ และลดการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง โดยหลังจากหารือผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยในเร็วๆนี้ ธปท.จะเปิดประชาพิจารณ์ร่างหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ หลังจากพบว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อหละ
หลวม เพราะนอกจากระยะสั้น ธปท.ต้องมองการเติบโต และเสถียรภาพระยะยาว”

ด้านนายเจมส์ แมคคอแมค กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายประเมินความเสี่ยงความน่าเชื่อถือระดับประเทศและระหว่างประเทศ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า ปัจจัยที่เป็นตัวเหนี่ยวนำในการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ปัจจัยบวกคือ การขยายตัวของเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องอย่างสมดุลและกระจายตัวมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยการเมือง เป็นทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ โดยหากมีความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้ง จะสร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และหากเป็นไปในทางที่ดี ก็จะลดความไม่เชื่อมั่นทางเศรษฐกิจลงได้ เราไม่ได้ดูด้านเสถียรภาพการเมืองอย่างเดียว แต่เรายังมองการขยายตัวของตัวเลขเศรษฐกิจด้วย โดยล่าสุด การประกาศในเดือน ก.ย.การจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้านเสถียรภาพต่างประเทศของไทยยังอยู่ที่ระดับ BBB+/F2 โดยให้มุมมองมีเสถียรภาพ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้