วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่ใช่ผีแม่ม่าย! สธ.กาฬสินธุ์ แจง ชาวบ้านตายเยอะเหตุเป็นโรคไม่ติดต่อ

ไม่ใช่ผีแม่ม่าย! สธ.กาฬสินธุ์ แจง ชาวบ้านตายเยอะเหตุเป็นโรคไม่ติดต่อ

  • Share:

ชาวบ้านภูฮังผวาหนัก ผีแม่ม่าย ผีปอบกลับมาอาละวาดคร่าชีวิตชาวบ้านในรอบ 7 ปี ด้าน สธ.กาฬสินธุ์ แจง ที่ตายเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจ เบาหวาน ความดันฯ สูง กับอุบัติเหตุต่างหาก...

จากกรณีชาวบ้านภูฮัง หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 5 ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ตกอยู่ในความหวาดผวาอย่างหนัก หลังเกิดเหตุมีคนเสียชีวิตในหมู่บ้านติดต่อกัน 5 ศพ โดยเฉพาะ 2 ศพแรกเป็นชายฉกรรจ์อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน เกิดอาการวูบสิ้นใจตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ญาติระบุพบลำคอเขียวคล้ำคล้ายถูกมือบีบ เชื่อเป็นฝีมือผีปอบและผีแม่ม่ายคร่าชีวิต จึงพากันแห่ทาเล็บแดง หาเครื่องรางของขลังพกติดตัว พร้อมนำเสื้อสีแดงและเขียนป้ายข้อความ “บ้านนี้ไม่มีผู้ชาย” ป้องกันผีปอบ-ผีแม่ม่ายเต็มหมู่บ้าน ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น


ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าว จ.กาฬสินธุ์ ได้ติดตามบรรยากาศในหมู่บ้านภูฮัง พบว่าชาวบ้านยังคงตกอยู่ในอาการหวาดผวา และหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าสาเหตุการตายของคนในหมู่บ้านทั้ง 5 รายนั้น เกิดจากการกระทำของผีปอบและผีแม่ม่าย โดยชาวบ้านระบุว่าเริ่มเป็นมาตั้งแต่มีคนฝันเห็นกลุ่มชายใส่ชุดดำ ยกขบวนมาสร้างที่พักที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ก่อนที่จะมีเสียงสุนัขเห่าหอนในตอนกลางคืน และมีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุติดต่อกันเกิดขึ้น จนทำให้ชาวบ้านเกิดความหวาดผวาไปตามๆ กัน หลายคนไม่กล้าออกจากบ้านไปทำมาหากิน โดยเฉพาะเวลากลางคืน ซึ่งแทบทุกหลังคาเรือนต้องปิดบ้านเข้าที่พักตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้บรรยากาศภายในหมู่บ้านเงียบเหงาและวังเวง 


นายศุภชัย จารย์โพธิ์  อายุ 49 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านภูฮัง ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุและมีคนเฒ่าคนแก่แนะนำให้หาเสื้อแดง เขียนป้าย บ้านนี้ไม่มีผู้ชาย รวมทั้งทาเล็บ ห้อยพระและวัตถุมงคล เพื่อป้องกันผีปอบกับผีแม่ม่ายแล้วก็ตาม แต่ก็ยังอยู่กันอย่างตื่นตระหนก แต่ก่อนดำเนินชีวิตตามปกติ ตอนเย็นจับกลุ่มพูดคุยกันตามประสาที่ลานหน้าบ้านจนดึกดื่นจึงแยกย้าย แต่พอเกิดเหตุการณ์ตายติดต่อกัน กลางคืนสุนัขเห่าหอนโหยหวนทั่วหมู่บ้านก็หวาดผวา รีบปิดบ้านปิดไฟเข้านอน ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านเงียบเชียบวังเวงเป็นอย่างมาก  

ด้าน นางผอง ปัญญาสิทธิ์ อายุ 80 ปี บ้านเลขที่ 115 หมู่ 3 บ้านภูฮัง ต.ดงมูล อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เหตุการณ์คนในหมู่บ้านเสียชีวิตติดต่อกันหลายศพโดยไม่ทราบสาเหตุ ที่บ้านภูฮัง เคยเกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกันเมื่อ 7 ปีก่อน เหตุที่เกิดในรอบนี้ ถึงแม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นฝีมือผีปอบหรือผีแม่ม่าย หรือสาเหตุจากอาการเจ็บป่วยก็ตาม แต่ที่แน่ๆ คือทุกวันนี้ชาวบ้านหวาดกลัวกันมาก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ซ้ำรอยอย่างที่เคยเกิดในคราวก่อน ซึ่งตอนนั้นเสียชีวิตต่อเนื่องทั้งผู้หญิงและผู้ชาย 7 ศพ ชาวบ้านจึงได้นิมนต์พระเกจิมาทำพิธีขับไล่ เหตุการณ์จึงกลับสู่ภาวะปกติ ก่อนที่จะย้อนกลับมาเกิดในช่วงนี้อีก

ขณะที่ นายดนุพล ผือโย สมาชิกสภา อบจ.กาฬสินธุ์ เขต อ.หนองกุงศรี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุชาวบ้านเสียชีวิตติดต่อกันหลายศพ โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการกระทำของสิ่งที่ไม่มีตัวตน ที่เรียกว่า ผีปอบ และผีแม่ม่าย ถึงแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ฝังแน่นในสังคมชาวอีสานมายาวนาน ทั้งนี้ได้ประสานผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสกุข่าวหลอกลวง แสวงหาผลประโยชน์ และคอยสอดส่องให้กำลังใจชาวบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวผู้สูญเสีย

“ขั้นตอนต่อไปจากนี้ คงจะเป็นในส่วนของการฟื้นฟูจิตใจ จะโดยวิธีนิมนต์พระคุณเจ้าไล่จับปอบ จับผีแม่ม่าย หรือทำบุญหมู่บ้าน ตามอย่างที่เคยปฏิบัติกันตามความเชื่อ หรืออย่างไรก็ตามแต่ ก็จะได้หารือกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน เพื่อเรียกขวัญกำลังใจกลับคืนมา และให้หายจากอาการหวาดกลัว เพราะชาวบ้านมีความเชื่ออย่างนั้น มีความรู้สึกหวาดกลัวอย่างนั้นจริงๆ จะไปห้ามความคิดหรือปิดกั้นความเชื่อไม่ได้ ซึ่งเมื่อได้เกิดเหตุผิดปกติตามนี้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะต้องลงมาดู ให้ความอบอุ่นกับชาวบ้าน” นายดนุพล กล่าว

ส่วน นายแพทย์พรพัฒน์ ภูนากลม ผอ.โรงพยาบาลหนองกุงศรี พร้อมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาภาคสนาม พยาบาลผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ได้เข้าสอบสวนสาเหตุการตายผิดปกติของชาวบ้านภูฮังทั้ง 5 ราย และนำหน่วยแพทย์เข้าตรวจสุขภาพ ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นเหตุผิดปกติที่ไม่พบบ่อย โดยมีสาเหตุจากโรค NCDs หรือโรคที่ไม่ติดต่อ คือ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และอุบัติเหตุท้องถนน โดยสาเหตุการเสียชีวิตทั้ง 5 รายนั้น ได้แก่

รายที่ 1. นางน้อย โยการี อายุ 68 ปี มีอาการซึมไม่รู้สึกตัว เหงื่อออก ตัวเย็น มีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน และโรคไตวาย แพทย์วินิจฉัย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปอดอักเสบ เสียชีวิตวันที่ 10 กันยายน 2561

รายที่ 2. นายทองพันธ์ สุภาษร อายุ 44 ปี มีอาการแขนขาขวาอ่อนแรง พูดไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองแตก เสียชีวิตวันที่ 11 กันยายน 2561

รายที่ 3. นายสมพงษ์ วงชารี อายุ 46 ปี มีอาการล้มลงไม่รู้สึกตัวขณะทำกับข้าว มีโรคประจำตัวคือ โรคความดันโลหิต แพทย์วินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ เสียชีวิตวันที่ 23 กันยายน 2561

รายที่ 4. นางภู วงชารี อายุ 73 ปี มีอาการปวดเอวข้างขวาร้าวลงมาขา มีโรคประจำตัวโรคความดันโลหิตสูง แพทย์วินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงและติดเชื้อในกระแสโลหิต เสียชีวิตวันที่ 29 กันยายน 2561

และรายที่ 5. นางสาวพรนภา ชัยศรี อายุ 16 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถซาเล้ง และกระเด็นไปโดนรถพ่วง 10 ล้อสลบไม่รู้สึกตัวคลำชีพจรไม่ได้ แพทย์วินิจฉัยเลือดคั่งในอวัยวะภายในจากอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประเมินความเครียด ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแก่ชาวบ้าน ซึ่งการป้องกันโรค NCDs นั้นสามารถป้องกันได้ด้วย 3 อ. 2 ส. คืออาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ ส่วนอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นต้องมีมาตรการป้องกันทั้งคน ยานพาหนะ และถนน ซึ่งถนนสายหนองกุงศรี-ท่าคันโท แคบ ไม่มีไหล่ทาง ทัศนวิสัยไม่ดี จึงเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุ โดยพบการเสียชีวิตบนถนนสายนี้เฉลี่ยเดือนละ 1 ราย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้