วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หมอวรงค์' สมัครสมาชิก ปชป. โวเลือดไหลกลับหนุนนั่งหัวหน้าพรรค

'หมอวรงค์' สมัครสมาชิก ปชป. โวเลือดไหลกลับหนุนนั่งหัวหน้าพรรค

  • Share:

"หมอวรงค์" สมัครสมาชิก ปชป.แล้ว โวหากชนะนั่งหัวหน้าพรรคเลือดไหลกลับ แถมมีเพิ่ม แบ่งรับแบ่งสู้เป็นนั่งร้านหนุน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ ต่อ อ้างยังไกลตัว

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.61 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ผู้เสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยมี นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย ในฐานะตัวแทนกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์มาให้กำลังใจ ซึ่งเป็นการสมัครผ่านระบบแอปพลิเคชัน D-connect ที่พรรคพัฒนาขึ้นพร้อมกับโอนเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง ทางโทรศัพท์มือถือ โดยบ่นว่า "ยากจัง" แล้วจึงให้สัมภาษณ์ว่า ระบบการโอนเงินนี้ ทำให้สมัครสมาชิกยาก แต่ก็ยอมรับกติกา ส่วนการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ยอมรับยังเป็นรอง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือเป็นแชมป์เก่าที่ครองตำแหน่งมายาวนานถึง 13 ปี แต่จากการเดินสายลงพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ พบว่า ได้รับการตอบรับดีมาก มีอดีต ส.ส.ที่คิดจะย้ายพรรครวมทั้งที่ย้ายไปแล้ว ได้ติดต่อตนมาว่า หากตนได้เป็นหัวหน้าพรรค คนเหล่านี้จะกลับมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เราจะได้เห็นเลือดไหลกลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงมีผู้สมัครเลือดใหม่ในพื้นที่ภาคอีสานและเหนือ ก็จะมาร่วมงานกับพรรคด้วย เพราะเมื่อตนได้บริหารพรรคก็จะเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นคนพูดจริง ทำจริง กล้าคิด กล้าทำ และกล้าตัดสินใจ โดยจะมีการกระจายอำนาจให้กับประธานสาขาพรรคทั่วประเทศในวันที่เราเป็นรัฐบาล อดีตประธานสาขาพรรคก็จะทำงานร่วมกับเราไปด้วย

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากชนะและได้เป็นหัวหน้าพรรค ตนจะทำให้ประชาธิปัตย์กลายเป็นนั่งร้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นแนวคิดของคนที่สนับสนุนตน ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงพรรคให้เข้มแข็งขึ้น หากเปิดตัวออกมาแล้วคนจะตกใจ ซึ่งเมื่อถึงเวลาจะให้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำถึงจุดยืนในการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งว่า จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ นพ.วรงค์ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้มองไกลถึงขนาดนั้น ขณะนี้มุ่งที่การแข่งขันในตำแหน่งหัวหน้าพรรคก่อน และไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคล ส่วนการร่วมรัฐบาลนั้น ต้องมีการหารือในกลุ่มกันก่อน เพราะตนยึดนโยบายสำคัญในการปราบการทุจริต ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ไม่ได้คิดประเด็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เพราะเป็นคำที่ชาวบ้านไม่ได้อะไรและเบื่อแล้ว แต่ตนต้องการความชัดเจนว่า ชาวบ้านจะได้อะไรมากกว่า ทั้งนี้ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อพบปะสมาชิกและอดีตประธานสาขา เพราะทราบมาว่าคู่แข่ง คือ นายอภิสิทธิ์ จะลงพื้นที่ภาคใต้ จากนั้นในวันที่ 8 ต.ค.จะเดินทางมาสมัครลงแข่งขันอย่างเป็นทางการที่พรรคประชาธิปัตย์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้