วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เมืองชายแดนสระแก้ว ระเบียงเศรษฐกิจบูรพา

เมืองชายแดนสระแก้ว ระเบียงเศรษฐกิจบูรพา

  • Share:

“จังหวัดสระแก้วอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งโบราณสถาน และความหลากหลายของผู้คน” นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวถึงศักยภาพของจังหวัดสระแก้ว เมืองชายแดนด้านทิศตะวันออกของประเทศไทย

และอธิบายเสริมว่า “ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ทำให้เกิดอาชีพขึ้นมาอย่างหลากหลาย อาชีพเหล่านั้นอาศัยแหล่งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ อย่างป่าไม้ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยว ถ้ำ น้ำตก ชมนก และเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติปางสีดา เป็นต้น”

ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายธีรภาพ โลหิตกุล ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ได้นำคณะศิลปินไปเปิดตัวหนังสือ “สระแก้วเมืองชายแดน แห่งความสุข” หนังสือบันทึกเรื่องราวของชาวสระแก้ว มีทั้งสารคดี บทกวี และภาพสะท้อนความเป็น “สระแก้ว” อย่างสวยงามโดยช่างภาพระดับประเทศ และยังมีศักดิ์สิริ มีสมสืบ และรินคม มีสมสืบ สองพ่อลูกศิลปินร่วมสร้างสีสันด้วยการอ่านบทกวีและวาดภาพสดๆ ท่ามกลางชาวสระแก้วและแขกที่ได้รับเชิญมาทั้งชาวไทยและกัมพูชา

สระแก้วมีความอุดมสมบูรณ์หลายด้าน ผู้ว่าฯบอกว่า อย่างโบราณสถาน “จังหวัดของเรามีหนาแน่นไม่แพ้จังหวัดใด เรามีสระแก้วสระขวัญ สระน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับนำไปใช้ในพระราชพิธีสำคัญๆของราชสำนัก และเป็นที่มาของชื่อจังหวัด เรามีปราสาทโบราณมากมาย แสดงให้เห็นถึงการสร้างบ้านแปงเมืองสมัยก่อน อย่างปราสาทเขาน้อยสีชมพู ปราสาทเขาโล้น ปราสาทเมืองไผ่ และปราสาทสด๊กก๊อกธม”

ด้านเศรษฐกิจ “เมืองสระแก้วของเราเป็นเมืองการค้าชายแดน แต่ละปีสินค้าชายแดนที่ผ่านด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศนำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆในกลุ่มด่านค้าชายแดนด้วยกัน ปัจจุบันเพื่อความคล่องตัวในการค้าขาย รัฐบาลได้เปิดด่านถาวรเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่งคือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการค้า และรองรับเส้นทางรถไฟ รถยนต์ ที่กำลังโยงใยเชื่อมต่อกัน ระหว่างระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกกับตะวันตก”

ในส่วนของประชากร “จังหวัดเรามีหลายเชื้อชาติ แยกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ คือ เชื้อชาติไทย แขมร์ ลาว จีน เวียดนาม และชนเผ่าอื่นๆ ต่างอยู่อาศัยและทำมาหากินตามความถนัดของตนเอง แม้จะมีความแตกต่างกันด้านอัตลักษณ์ แต่ก็เป็นหนึ่งเดียว นั่นคือเป็นชาวจังหวัดสระแก้ว”

ชาวสระแก้วมีทั้งเชื้อชาติไทย ลาว แขมร์ จีน และเวียดนาม คนไทยเชื้อสายลาวและจีนกระจายอยู่ในหลายอำเภอ คนไทยเชื้อสายแขมร์มักอยู่พื้นที่แนวตะเข็บชายแดน ส่วนคนไทยเชื้อสายเวียดนามประกอบอาชีพค้าขายอยู่ในตลาดโรงเกลือ และในตัวอำเภออรัญประเทศ

การทำมาหากินของผู้คน ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบสูง เอื้อให้ประกอบอาชีพทำไร่ บริเวณพื้นที่น้ำไม่มากพอก็ทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ขณะที่พื้นที่อุดมสมบูรณ์ก็ทำสวน อย่างสวนทุเรียนบ้านหนองไทร ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว แต่ละปีทำรายได้เข้าจังหวัดมหาศาล เสน่ห์ของทุเรียนพันธุ์ชะนีบ้านหนองไทร อยู่ที่เปลือกบาง รสหวาน และมัน และยังมีเงาะหวานอร่อย มังคุดรสชาติดี ไม่แพ้ผลไม้ภาคอื่นๆ

ในมุมของชาวบ้าน นายปัญญา บัวคำ นายก อบต.คลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศบอกถึงสถานการณ์ชายแดนว่า เมื่อก่อนมีการลักวัวลักควายกัน ภายหลังบ้านเมืองเขาสงบก็ดีขึ้นโดยลำดับ ปราสาทเขาน้อยสีชมพูเทศกาลงานบุญใหญ่ๆ ชาวเขมรจะมาทำบุญกันคึกคัก อย่างวัน สงกรานต์ และวันเพ็ญเดือนหก เป็นต้น “พื้นที่ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ผมอยากให้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะมีแหล่งธรรมชาติสวยงาม วิวสวย”

สถิติรายได้จากการค้าชายแดนยืนยันว่า ชายแดนบ้านคลองลึกของจังหวัดสระแก้ว นำรายได้เข้าประเทศนับเป็นอันดับต้นๆของประเทศ ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนถาวรถึง 2 แห่ง คือ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน และยังมีจุดผ่อนปรนให้ทำมาค้าขายอีกหลายแห่ง

ด้วยศักยภาพทางการค้าของจังหวัดสระแก้ว ทำให้รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ในปี พ.ศ. 2558-2565 โดยกระทรวงคมนาคม และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ให้สระแก้วเป็นเมืองสำคัญทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน หรือ “ระเบียงเศรษฐกิจอาเซียน”

ปกติสินค้าไทยด้านตะวันออก ต้องผ่านแดนสากลบ้านคลองลึก เข้าปอยเปต ศรีโสภณ ถึงศรีโสภณแล้ว ถ้าเดินทางต่อไปบนถนนหมายเลข 5 ก็เข้าพระตะบอง โพธิสัตว์ กัมปงชนัง และเข้าพนมเปญ แล้วต่อไปยังเวียดนามได้ แต่ถ้าไปตามถนนหมายเลข 6 ก็ตรงไปยังเมืองเสียมเรียบ และสามารถอ้อมทะเลสาบไปยังกรุงพนมเปญได้เช่นกัน

ตามแผนยุทธศาสตร์นั้น ไทยต้องการพัฒนาทางรถยนต์จากบ้านป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ เพื่อลดการจราจรที่คับคั่งด่านคลองลึก บริเวณตลาดโรงเกลือ-ปอยเปต อำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าเข้าไปยังกัมพูชา ผ่านไปยังเวียดนาม และออกทะเลไปยังประเทศอื่นๆ

ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทย สระแก้วได้ปรับปรุงเส้นทางรถไฟจากสถานีอรัญประเทศ-คลองลึก ระยะทาง 6 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชา เส้นทางรถไฟสายตะวันออกนี้จะมีการเชื่อมกับสายตะวันตก ตามโครงการเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงจากพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี ผ่านกรุงเทพฯ ผ่านฉะเชิงเทรา เข้ามายังอรัญประเทศ

และยังเชื่อมโยงจากฉะเชิงเทรา ไปแหลมฉบังระยะทาง 574 กิโลเมตร เส้นทางนี้ผุดขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันตก-ตะวันออก โดยฝั่งตะวันตกเป็นการเชื่อมต่อสู่เขตพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายและนิคมอุตสาหกรรมประเทศพม่า ซึ่งเชื่อมมาจากประเทศอินเดีย

ส่วนฝั่งตะวันออกเชื่อมต่อแนวเส้นทางรถไฟสายสิงคโปร์-คุนหมิง เส้นทางนี้ลากผ่านประเทศสิงคโปร์-มาเลเซีย-ไทย-กัมพูชา-เวียดนาม-จีน เป็นเส้นทางหลัก และมีเส้นทางเชื่อมที่ลากผ่านประเทศไทย-พม่า-ไทย-ลาว เป็นเส้นทางย่อยเชื่อมโยงกัน

เพื่อรองรับความเป็น “ระเบียงเศรษฐกิจ” สระแก้วยังผุด “เขตเศรษฐกิจพิเศษป่าไร่” เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม และใช้พื้นที่เป็นโกดังเก็บสินค้า พร้อมกับพัฒนาเป็นด่านศุลกากรบริเวณจุดเชื่อมต่อ กับบ้านโอเนียงของกัมพูชา

เขตเศรษฐกิจพิเศษของสระแก้ว ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลใน 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลบ้านด่าน ตำบลป่าไร่ ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ และตำบลผักขะ อำเภอวัฒนานคร ครอบคลุมพื้นที่ 207,500 ไร่ จะมีอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม สิ่งทอ และที่สำคัญเป็นศูนย์กระจายสินค้าและพัฒนาระบบโลจิสติกส์

จุดผ่านแดนถาวรอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นประตูการค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยกับกัมพูชา โดยมีมูลค่าการค้าชายแดนถึง 94,000 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2558 คิดเป็นร้อยละ 64 ของมูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาทั้งหมด
อนาคตเมื่อ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” เสร็จสมบูรณ์ เส้นทางรถยนต์ รถไฟเชื่อมโยงเสร็จตามแผน สระแก้วจะเป็นประตูการค้าอันแข็งแกร่งแห่งบูรพาทิศของไทย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้