วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล้วงตับขับทดสอบ NISSAN TERRA 2.3 VL 7AT 4x4

ล้วงตับขับทดสอบ NISSAN TERRA 2.3 VL 7AT 4x4

  • Share:

การตัดสินใจที่ล่าช้าเกินไปส่งผลให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร Nissan กับความพยายามครั้งล่าสุดในการผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ในกลุ่มรถกระบะดัดแปลงหรือ PPV-SUV รุ่น Terra รถรุ่นดังกล่าวผลิตในประเทศไทยและมีการส่งออกไปขายในกลุ่มประเทศอาเซียน Terra เป็นรถยนต์ออฟโรด 7 ที่นั่ง มาพร้อมรูปลักษณ์ด้านหน้าที่คล้ายคลึงกับ Nissan Navara แต่มีการปรับปรุงให้ขับขี่ได้สบายขึ้น พร้อมพื้นที่สำหรับการนั่งโดยสารและการขนสัมภาระที่พอเพียงต่อความต้องการ

Nissan Terra เปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคม มันคือรถที่กลายเป็นความหวังของพนักงานในบริษัท Nissan Motor Thailand ซึ่งคาดหวังว่ารถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย เนื่องจาก Terra มีทุกอย่างที่ Toyota Fortuner / Ford Everest / Isuzu MU-X / Mitsubishi Pajero Sport และ Chevrolet Trailblazer มี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมตัวช่วยในการขับเคลื่อนบนเส้นทางทุรกันดาร รวมไปถึงความสะดวกสบายพร้อมระบบความปลอดภัยที่พอฟัดพอเหวี่ยง หรือสูสีกับรถคู่แข่งแบบกินกันไม่ลง

Nissan Terra  ราคา

Nissan Terra รุ่น 2.3 V 2WD 7AT 1,316,000 บาท

Nissan Terra รุ่น 2.3 VL 2WD 7AT 1,349,000 บาท

Nissan Terra รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT (คันทดสอบ) 1,427,000 บาท

Nissan Terra สีตัวถัง
สีน้ำตาล เอิร์ธ บราวน์ (Earth Brown)
สีดำ แบล็กสตาร์ (Black Star)
สีขาว ไวท์เพิร์ล (White Pearl)
สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเสอร์ (Brilliant Silver)
สีเทา ทไวไลท์ เกรย์ (Twilight Gray)

รูปลักษณ์ภายนอก
Nissan เชิญสื่อมวลชนบินขึ้นเหนือกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อขับทดสอบ Terra ในจังหวัดเชียงราย เป็นการขับชิมลางครั้งแรกในไทยหลังจากเปิดตัวได้หนึ่งเดือน เมื่อมองจากด้านหน้าของ Terra มันคล้ายกับ Navara ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าและกระจังหน้าที่ตั้งชันตามสไตล์การออกแบบรถยนต์ของ Nissan สปอยเลอร์หน้าหรือกันชนหน้าออกแบบให้ปิดคลุมส่วนหน้าของรถทั้งหมด Terra มีช่องรับอากาศไประบายความร้อนให้กับห้องเครื่องยนต์อยู่ใต้กระจังหน้าสีเงิน ด้านบนของช่องรับอากาศออกแบบให้มีชิ้นงานพลาสติกโครเมียมสีเงินเพื่อเพิ่มความหรูหรา ส่วนไฟตัดหมอกทรงกลมที่คล้ายกับ Navara ยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมือนกัน ฝากระโปรงหน้าเรียบๆ เสาหน้ามีขนาดค่อนข้างใหญ่เพื่อรองรับกระจกบานหน้าแบบใหม่ที่มีการป้องกันเสียงเครื่องยนต์จากภายนอกได้ดีขึ้น ไฟหน้ามีไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Light ทรงบูมเมอแรง

ด้านข้างตัวถังของ Terra มีความเรียบง่ายไม่มีเส้นสายที่ยุ่งเหยิง กรอบกระจกด้านข้างสีดำ กระจกมองข้างพร้อมเลนส์ไฟเลี้ยวภายใน แรคหลังคาสีดำกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญของ PPV-SUV รวมไปถึงกาบบันไดอะลูมิเนียมสีเงินหุ้มพลาสติกกันกระแทกสีดำ ล้ออัลลอยลายก้านถี่สีดำสลับสีเงิน ขนาด 18 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางกึ่งออฟโรด Bridgestone รุ่น Dueler ไซส์ 255/60R18 เสาท้ายมีขนาดใหญ่ออกแบบเพื่อความแข็งแรง และเหมาะสมกับรูปทรงแบบ PPV - SUV

สัดส่วนของท้ายรถ Nissan Terra ออกแนวสูงใหญ่ตามแบบอย่างของรถออฟโรดที่ใช้สำหรับการวิ่งตะลุยทั้งทางเรียบและทางฝุ่น ฝาท้ายขนาดใหญ่ปิดทับส่วนท้ายของตัวรถทั้งหมด และเปิดออกได้ด้วยมุมที่กว้างเพื่ออำนวยความสะดวกขณะที่ต้องยกสัมภาระขึ้น-ลง บั้นท้ายของ Terra ใช้ไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่เข้ากันกับทรงของตัวถังบริเวณส่วนท้าย ไฟท้ายแบบหลอดผสมทั้ง LED และหลอดไฟแบบปกติ เพิ่มความสว่างและคมชัดในด้านมุมมอง สปอยเลอร์หลังมีการออกแบบให้สอดรับกับรูปทรงของฝาท้าย บริเวณมุมด้านข้างของสปอยเลอร์หลังติดตั้งพลาสติกสะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัย ขณะขับหรือจอดรถในที่มืด สปอยเลอร์หลังยังมีชิ้นงานพลาสติกกันกระแทกเหมือนกับด้านหน้า ส่วนท่อระบายไอเสียแบบท่อเดี่ยวติดตั้งบริเวณด้านขวามือ กระจกบังลมบานหลังมีใบปัดน้ำฝนติดมาให้เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองให้มีความกระจ่างหากต้องขับรถฝ่าสายฝน พร้อมกล้องมองด้านหลังและกล้องมองรอบคันที่ติดตั้งอยู่ในกระจกมองหลัง บริเวณขอบด้านบนของฝาท้ายมีไฟเบรกดวงที่สามติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อความปลอดภัยของรถคันหลัง สปอยเลอร์หลังยังมีเซนเซอร์ถอยหลังและกล้องมองหลังที่ติดอยู่ใกล้กับไฟเบรกดวงที่ 3 ทำงานร่วมกับเกียร์ถอย สำหรับที่เก็บยางอะไหล่อยู่บริเวณใต้ท้องรถส่วนในเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับห้องเก็บสัมภาระส่วนท้าย สำหรับฝาท้ายต้องใช้มือเปิดเอง เป็นอีกจุดที่ทำให้ Nissan Terra ยังคงเป็นรองคู่ต่อสู้ที่ใช้ฝาท้ายไฟฟ้าอย่าง Everest อยู่เหมือนกัน 

มิติตัวถังของ Nissan Terra มีขนาดความยาวรวม 4,885 มิลลิเมตร กว้าง 1,865 มิลลิเมตร สูง 1,835 มิลลิเมตร นับว่าสูงใหญ่พอสมควร ความยาวฐานล้อ 2,850 ระยะห่างล้อคู่หน้า 1,565 มิลลิเมตร หลัง 1,570 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มิลลิเมตร สูงมากพอที่จะลุยฝ่าอุปสรรค์พวกเนินดินหล่มโคลนลึกๆ รวมถึงน้ำรอระบายในกรุงเทพมหานครได้อย่างสบายๆ ส่วนความจุของถังเชื้อเพลิงอยู่ที่ 78 ลิตร น้ำหนักของ Terra ในรุ่นสูงสุดคันทดสอบหนักมากถึง 2,118 กิโลกรัม ตัวหนักใช้ได้เลยทีเดียว 

ภายในห้องโดยสาร 
แดชบอร์ดคอนโซลของ Terra ทำจากพลาสติกฉีดขึ้นรูป มีดีไซน์ที่เหมาะสมกับมาดรถลุยด้วยความโค้งมนที่ค่อนข้างลงตัวและการจัดวางอุปกรณ์รวมถึงการใช้งานที่วางตำแหน่งคนขับให้เป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ภายใน ภายในของ Terra รุ่นท็อปสุดนอกจากเบาะหนังที่นั่งสบายก้นแล้ว คุณจะพบกับพลาสติกเกรดกลางๆ ที่ประดับประดาอยู่ทั่วทั้งห้องโดยสารและมีความเหมือนกับภายในของกระบะสายแกร่งอย่าง Nissan Navara NP300 เจ้า Terra ถูกออกแบบให้มีความกว้างขวางสะดวกสบายของภายใน แม้จะใช้พลาสติกเยอะไปหน่อย เบาะที่นั่งมีพื้นที่ในการยืดขากว้างกว่าเมื่อเทียบกับรถคู่แข่ง การตกแต่งภายในเรียบง่าย เช่น

1-เบาะนั่งหุ้มหนัง รุ่นสูงสุดยังคงให้เบาะปรับไฟฟ้าในตำแหน่งคนขับมาแค่ที่เดียว  (แทนที่จะเป็นเบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ไม่รู้จะประหยัดอะไรนักหนา!) 


2-เบาะนั่งแถวที่ 2 มีการออกแบบให้สามารถพับอย่างรวดเร็วด้วยการกดสวิตช์แค่ครั้งเดียว เพื่อให้ผู้โดยสารเข้าออกจากเบาะแถวที่ 3 ได้สะดวกขึ้น เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ใช้งานได้ง่าย ระบบพับเบาะอัตโนมัติ 1-Touch Remote Fold and Tumble Seats กดสั่งการได้จากตำแหน่งผู้ขับ แค่เพียงการกดที่ปุ่มเดียวบริเวณซุ้มเกียร์ 

เบาะหนังสีน้ำตาลในรุ่นแพงสุด 2.3VL 4WD 7AT อย่างที่บอกว่านั่งได้สบายตัวบนระยะทางไกลๆ เบาะแถวที่ 2 แม้จะยกสูงขึ้นมาเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยแต่ก็ยังนั่งได้ดี คนที่มีรูปร่างสูงโย่งเมื่อนั่งโดยสารในตำแหน่งเบาะแถวที่ 2 อาจมีระยะจากศีรษะถึงเพดานน้อยลง ส่วนเบาะแถวที่ 3 ไม่แนะนำให้นั่งยาวๆ เมื่อเดินทางไกลอาจทำให้คุณเมื่อยขาจากความเตี้ยของตัวเบาะ แถวที่ 3 จึงเหมาะกับการพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระหรือไว้ให้สุนัขและแมวที่บ้านนั่งไปด้วยเวลาออกเที่ยวทางไกลหรือพับราบเพื่อวางกระเป๋าเดินทางดูจะเหมาะสมมากกว่า

ที่วางแก้วน้ำสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 1 แถวที่ 2 และแถวที่ 3 ออกแบบได้ดีโดยเฉพาะที่วางแก้วบริเวณเบาะคู่หน้าใต้ช่องแอร์ที่สามารถหดกลับเข้าไปเก็บได้เพื่อไม่ให้กินพื้นที่มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ 3 มิติ Multifunction Intelligent Display (MID) แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ระยะเวลาที่เข้ารับการตรวจสอบสภาพรถ ระดับอุณหภูมิภายนอกรถ นาฬิกาดิจิตอล เสียงเตือนในกรณีที่ไม่ได้ปิดไฟหน้า และสัญญาณเตือนกันการลืมกุญแจภายในรถ ส่วนระบบความบันเทิงในรถรุ่นนี้ ติดตั้งระบบเครื่องเสียงของค่าย kenwood มีหน้าตาบ้านๆ และใช้การสั่งงานด้วยระบบสัมผัส เครื่องเสียงรองรับ วิทยุ เครื่องเล่น DVD และ MP3 พร้อมช่องใส่แผ่นดิสก์ 1 ช่อง หน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางที่ไม่ค่อยจะละเอียดเท่าที่ควร คุณสามารถเชื่อมต่อกับ USB / HDMI มีลำโพงติดมาให้ 6 ตำแหน่งรอบๆ ห้องโดยสาร โดยควบคุมระบบเสียงและโทรศัพท์ได้จากสวิตช์บริเวณพวงมาลัยคนขับ ระบบปรับอากาศกระจายความเย็นรอบทิศทางแบบ 360 องศา มีปุ่มหน้าตาแปลกๆ สำหรับควบคุมความเร็วของพัดลมจากที่นั่งตอนหลังติดอยู่บนเพดานรถ

เครื่องยนต์
Nissan Terra พัฒนาจากประสบการณ์ที่ Nissan มีในการออกแบบและผลิตรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีมานานกว่า 60 ปี ขุมกำลังของรถ PPV - SUV รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ รหัส YS23DDTT อัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบทวินเทอร์โบ พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีอินเตอร์คูลเลอร์ เป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบทวินแคมหรือ DOHC 16 วาล์ว มีปริมาตรความจุ 2,298 ซีซี ระบบจ่ายเชื้อเพลิงใช้หัวฉีดเชื้อเพลิงระบบดีเซลคอมมอลเรล ไดเร็คอินเจคชั่น ความกว้างกระบอกสูบ 85.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 101.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.4 : 1 กำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที  มีแรงบิดสูงสุดมากถึง 450 นิวตัน-เมตร หรือ 45.9 กิโลกรัม/เมตร จากการเสกเป่าของเทอร์โบคู่ ในย่าน 1,500-2,500 รอบต่อนาที มาตรฐานมลพิษยังคงตามหลังพวกเยอรมันไกลลิบในระดับ EURO-4 ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องของเชื้อเพลิงดีเซลที่จำหน่ายในประเทศไทย 

ระบบส่งกำลัง
Nissan Terra รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT (คันทดสอบ) ติดตั้งระบบส่งกำลังโดยใช้เกียร์อัตโนมัติขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 7 สปีด พร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 พร้อมระบบล็อกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่แตกต่างตามสภาพพื้นผิวถนน ฟังก์ชั่น shift-on-the-fly ทำให้สามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อ หรือ two-wheel drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ four-wheel driver (4H) เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพถนนที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วต่ำ low range four-wheel drive (4LO) สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูง หรือลงในเส้นทางลาดชัน

ระบบรองรับ
ช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ คอยล์ปริงและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างหลังแบบหลังคอยล์สปริงแบบ Five-link เจ้า Terra มีการออกแบบเพลาขับเคลื่อนให้มีความแข็งแรงมากเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความคงทน โดยเฉพาะเพลาขับล้อหลัง ส่วนระบบห้ามล้อด้านหน้าเป็นแบบดิสเบรกพร้อมครีบระบายความร้อนให้กับจานเบรก ส่วนเบรกหลังยังคงยัดดรัมเบรกมาให้ (อีกแล้ว) ระบบบังคับเลี้ยวยังใช้พวงมาลัยพาวเวอร์สายพานต่อเชื่อมกับพูเล่ย์จุดหมุนของเครื่องยนต์เพื่อส่งไปยังปั๊มไฮดรอลิก รัศมีวงเลี้ยว 5.7 เมตร 

ระบบความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับที่เข้ามาช่วยทำให้การขับปกติหรือลุยบนทางออฟโรดมีความสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น

กระจกมองหลังแบบ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) หน้าจอ LCD ที่กระจกมองหลัง เป็นมอนิเตอร์หลักของกล้องมองภาพรอบคันในการแสดงภาพที่มาจากกล้องด้านหลังตัวรถ ภาพบนจอช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมกว้าง โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยน ระหว่างจอแสดงภาพจากกล้อง หรือจากกระจกปกติได้ เพื่อช่วยให้การมองเห็นสภาพการจราจรด้านหลังได้ชัดเจน แต่กล้องยังทำงานไม่ดีนักในเวลากลางคืน

กล้องมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (IAVM)
ระบบ IAVM มองเห็นสภาพรอบตัวยานพาหนะได้ทั่วทุกทิศทาง ด้วยการสร้างภาพมุมสูงแบบ bird’s-eye view รอบตัวรถ ทำให้ควบคุมตัวรถระหว่างจอดรวมถึงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ในพื้นที่แคบ

ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD) การทำงานของระบบนี้ก็คือมันจะทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งเมื่อมีวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวรถ โดยจับการเคลื่อนไหวจากภาพของกล้องที่อยู่รอบๆ ในยามที่ต้องการจอดรถ หรือการเคลื่อนตัวช้าๆ เมื่อมีสิ่งเคลื่อนไหว ระบบจะส่งทั้งภาพและเสียงเตือนผู้ขับ ทั้งนี้กล้องทั้งสี่ตัวรอบคันรถ สามารถแจ้งเตือนผู้ขับได้ใน 3 สถานการณ์ คือ เมื่อรถจอดหรือหยุดนิ่ง เมื่อรถเคลื่อนตัวไปข้างหน้า หรือเมื่อเคลื่อนถอยหลัง

ระบบเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตา Intelligent Blind Spot Intervention (IBSW) ทำงานเมื่อพบว่ามียานพาหนะอื่นเข้าใกล้ตัวรถในบริเวณจุดอับสายตา และทำการแจ้งเตือน โดยคนขับจะได้รับทั้งเสียงเตือนและสัญญาณไฟกะพริบที่กระจกมองข้าง

ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง หรือ Intelligent Lane Intervention (ILDW) ทำหน้าที่แจ้งเตือนด้วยสัญญาณภาพและเสียงเมื่อรถเคลื่อนที่ออกนอกช่องทาง โดยระบบจะทำงานเมื่อมีการขับเคลื่อนด้วยความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ถุงลมนิรภัย 6 จุด ที่ด้านหน้า ด้านข้างของเบาะแถวหน้า และม่านถุงลม ในทุกรุ่น

เข็มขัดนิรภัยที่เบาะคู่หน้า เบาะนั่งแถวที่สอง และเบาะแถวที่สามเป็นเข็มขัดสามจุด ELR ปรับระดับเพื่อให้พอเหมาะกับขนาดร่างกายของผู้ขับและผู้โดยสาร ที่สามารถยืดหรือหดกลับได้อัตโนมัติ พร้อมจุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX

ระบบเบรก Brake Limited Slip Differential (B-LSD) ช่วยเพิ่มแรงเบรกเมื่อล้อเกิดการลื่นไถล 

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี หรือ Traction Control System (TCS) 

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน หรือ Hill Start Assist (HSA) 

ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน หรือ Hill Descent Control (HDC)

มาตรวัดแสดงโหมดออฟโรด (Off-road Meter) แสดงข้อมูลการขับขี่ในโหมดขับเคลื่อนต่างๆ รวมถึงบอกองศาความลาดเอียงของตัวรถด้วย


ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง หรือ Tire Pressure Monitoring System (TPMS) 

ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)

ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)

ระบบช่วยเบรก (Brake Assist System: BA)

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ Vehicle Dynamic Control (VDC) 

ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ (Push Start Button)

กุญแจรีโมต (Intelligent Key) 

ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบเตือนภัยแบบ VSS

ร่ายยาวสรรพคุณของ Terra รุ่นแพงสุดก็มาถึงการขับทดสอบในจังหวัดเชียงราย หัวเมืองท่องเที่ยวสุดฮิตทางทิศเหนือของประเทศไทย เมื่อดูจากตัวเลขยอดขายรถยนต์อเนกประสงค์เอสยูวีในประเทศที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่ายรถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์คนชอบความอเนกประสงค์อย่างกระบะ 4 ประตู ต่างก็หันเหเบนเข็มมาแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในการผลิตรถยนต์แบบพีพีวี-เอสยูวี เพื่อต่อสู้แย่งลูกค้าในตลาดรถของไทย การแข่งขันที่เข้มข้นนั้นทำให้ลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์ประเภทนี้ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ  จากการปรุงแต่งของบริษัทรถยนต์เพื่อเพิ่มความสามารถในการใช้งานที่มีทั้งความหลากหลายตามความต้องการของคนที่จ่ายเงินเป็นล้านย่อมอยากได้รถที่คุ้มค่าคุ้มราคาเอามาใช้งาน

ด้วยขนาดพื้นที่ของห้องโดยสาร จำนวนเบาะที่นั่งซึ่งเพิ่มเบาะแถวที่ 3 แต่ใช้ประโยชน์จริงๆ จังๆ ไม่ค่อยจะได้ สำหรับประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่แรงบิดเยอะพร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ ระบบส่งกำลังที่ไล่ตั้งแต่ 7 สปีดไปจนถึง 10 สปีด ความคล่องตัวเมื่อขับใช้งานในเมืองจากชุดบังคับเลี้ยวและช่วงล่าง ความสามารถในการลุยน้ำท่วมจากระดับความสูงของใต้ท้องรถถึงพื้น และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ห้องเก็บสัมภาระท้ายรวมกับราคาที่ไม่แพงมากจนเกินเอื้อม รถพีพีวี-เอสยูวีไซส์โตทุกแบรนด์ในปัจจุบันยังให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งและปลอดภัย ตำแหน่งท่านั่งที่สูงกว่ารถยนต์แบบปกติทำให้มองเห็นได้ไกล ขนาดของตัวรถที่โตกว่ารถเก๋งทั่วไปทำให้รู้สึกมั่นใจยามขับใช้งาน ที่บอกมาทั้งหมดมีอยู่ใน Terra ด้วยเหมือนกัน

Nissan Terra รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT (คันทดสอบ) มีราคา 1,427,000 บาท
เป็นรุ่นสูงสุดขับเคลื่อน 4 ล้อเต็มรูปแบบบนความอเนกประสงค์ของการใช้งานที่ครอบคลุมจากพื้นที่ภายใน ประสิทธิภาพด้านแรงบิดของเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่รหัส YS23DDTT และระบบส่งกำลังที่ใช้เกียร์ออโตเมติก 7 สปีด รองรับแรงบิดระดับ 450 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์ในการลุยแหลก อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ให้ความบันเทิงสำหรับการเดินทาง นับเป็นรถยนต์ของคนชอบลุยสไตล์ญี่ปุ่นด้วยหน้าตาที่คล้ายคลึงกับ Navara ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครอบคลุม โดยเฉพาะกล้องมองภาพรอบคันและกล้องมองหลังในกระจกมองหลังซึ่งปรุงแต่งโปรแกรมและฟังก์ชั่นการใช้งานให้มีความง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในปัจจุบัน 

บนเส้นทางออฟโรดที่ทีมทดสอบของ Nissan ปรุงแต่งขึ้นมาเพื่อโชว์ความสามารถของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ความยากลำบากในการขับขี่เนื่องจากสถานที่ทดสอบเป็นสวนยางและสวนผลไม้ในช่วงฤดูฝน น้ำฝนที่เทลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งคืนทำให้สนามทดสอบในสถานีออฟโรดที่เป็นถนนดินมีความยากมากกว่าเดิมจากความลื่นรวมถึงยางติดรถที่ไม่ใช่ยางออฟโรดเต็มรูปแบบ ทางสมบุกสมบันที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อเนินดินชันๆ และหล่มโคลนลื่นๆ แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของ Nissan Terra รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ บนเส้นทางที่จะเข้าสู่ไร่นาเรือกสวนของชาวบ้านในโรงแรม A Star ของจังหวัดเชียงราย เนื่องจากเป็นเส้นทางออฟโรดเล็กๆ เป็นทางดินเหนียวที่ลัดเลาะขึ้น-ลงเนินเขาเตี้ยๆ แต่มีความลื่นที่ส่งผลให้รถเกิดอาการไถล เพื่อให้สื่อได้ทดสอบฝีมือการควบคุมรถที่มีระบบช่วยขับบนเส้นทางออฟโรด ช่วงบ่ายจึงเป็นการขับทดสอบกันพอหอมปากหอมคอพอให้เอาตัวรอดได้จากระบบขับเคลื่อนกับตัวช่วยพวกระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน หรือ Hill Start Assist (HSA) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน หรือ Hill Descent Control (HDC) ได้ลองกันครบและช่วยทำให้เอาตัวรอดได้ดีบนทางทุรกันดาน

ทางดินเละเทะช่วงฤดูฝน ผมต้องใช้ความพยายามในการควบคุมรถเพื่อเอาตัวรอด Terra 4x4 ซึ่งมีระบบต่างๆ ที่เหมาะกับการขับลุยของ Terra รุ่นท็อปสุด การขับก็แค่ประคองพวงมาลัยไปยังทิศทางที่ถูกต้อง ส่วนคันเร่งก็ใช้แบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อต้องทดสอบผ่านทางแย่ๆ แบบนี้ การไต่เนินเอียงและเนินสูงชัน ระบบควบคุมความเร็วแบบอัตโนมัติบนทางลาดชัน เข้ามาช่วยทำให้การลุยบนเส้นทางเละๆ รอดปลอดภัยไม่หล่นจากเนินลงมากองอยู่ข้างล่างเมื่อต้องวิ่งเข้าไปยังพื้นที่ไม่มีถนนซึ่งรถเก๋งไม่สามารถเข้าถึงได้

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ Nissan Terra รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT วางสวิตช์ควบคุมไว้ใกล้กับซุ้มเกียร์ โดยออกแบบสวิตช์ให้ใช้งานในลักษณะปุ่มหมุน การสลับระบบขับเคลื่อนจาก 2 ล้อหลังที่ใช้ขับเดินทางปกติมาเป็น 4H สามารถทำได้โดยหมุนปุ่มควบคุมไปยังตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องหยุดรถให้นิ่งสนิทแต่อย่างใดทั้งสิ้น ในการลุยแบบเต็มข้อบนเส้นทางวิบาก ระบบช่วยขับเคลื่อนสู่ทางลาดชัน หรือ Hill Start Assist (HSA) เข้ามาควบคุมความเร็วของรถขณะขับลงเนินดินที่มีความชันมากกว่าปกติ ระบบจะเข้ามาหน่วงความเร็วของรถโดยใช้เบรกแบบอัตโนมัติ Hill Start Assist จะหยุดทำงานแบบอัตโนมัติทันทีที่รถกลับคืนเข้าสู่องศาหรือระนาบของการวิ่งแบบพื้นราบ ด้วยประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนในรูปของแรงบิด 450 นิวตันเมตรที่ถูกกระจายไปยังล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้อ ในโหมด 4Low โดยภาพรวมบนเส้นทางออฟโรดในช่วงฤดูฝน การเปลี่ยนยางให้เป็นยางแบบออฟโรดที่เน้นการขับลุยแหลกจะทำให้ไปได้ดีกว่านี้ แต่ยางติดรถที่ใส่มาให้จากโรงงานก็พอที่จะเอาตัวรอดได้บ้าง แม้จะทุลักทุเลเพราะความลื่นก็สามารถขับจนไปถึงจุดที่กำหนดได้แบบไม่ได้ยากเย็นอะไรมากนัก

ออกจากเส้นทางออฟโรดในช่วงบ่าย 3 โมงเย็นเพื่อมุ่งหน้าไปยังดอยตุงและดอยช้างมูบ จนถึงจุดแวะพักที่ผาฮี้ บนทางลาดยางเรียบๆ เครื่องยนต์ 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมตำแหน่งแมนนวลโหมด Triptronic +/- สำหรับการชิฟอัตราทดด้วยตัวของผู้ขับขี่เองโดยไม่มีแป้น Paddle Shift เหมือนรถคู่แข่งอย่าง Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport ระบบเกียร์ของ Nissan Terra คือระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาอย่างเข้มข้นในด้านซอฟต์แวร์  ช่วยให้การทดกำลังในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ไหลลื่นและนิ่มนวลยังกับเกียร์ CVT ความแข็งแกร่งของโครงสร้างเกียร์ขับสี่ล้อกับชิ้นส่วนภายในพวกเฟืองและช่องทางของเหลวที่ใช้หล่อลื่นเหมาะสมกับการใช้งานทั้งทางเรียบและบนพื้นที่ทุรกันดาร 

เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด มีการออกแบบการทำงานในด้านของอัตราทดให้เหมาะสมกับย่านความเร็วของรอบเครื่องยนต์ ในโหมดแมนนวลที่ผู้ขับขี่ต้องการจะชิฟเกียร์เอง ผมลองใช้งานด้วยการโยกคันเกียร์ออโต้ไปทางด้านซ้าย เมื่อดันเข้ามาหาตัวเกียร์จะลดตำแหน่งลงทันที 1 ตำแหน่ง การตอบสนองต่อการชิฟเกียร์เมื่อต้องขับอยู่บนเส้นทางที่มีความคดเคี้ยวบนภูเขา มีประสิทธิภาพที่ใช้ได้ เกียร์ 2-3 มีแรงบิดมากพอสำหรับการฉุดลากตัวถังหนัก 2 ตันของ Terra ส่วนเกียร์ 7 ที่เป็นเกียร์สุดท้ายก็ออกแบบมาให้เป็นเกียร์ที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ในย่านความเร็วเดินทางเพื่อความประหยัดน้ำมันอัตราสิ้นเปลืองช่วงขับทดสอบบนดอยตุงซึ่งเป็นเส้นทางภูเขาสูงชันวัดอะไรไม่ได้ เพราะเป็นการขับทดสอบที่เน้นรีดพลังจากเครื่องยนต์เพื่อไต่ขึ้นสู่เนินเขาเป็นหลัก

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยทั้งในและนอกเมืองทำได้ 14.2 กิโลเมตรต่อลิตร สำหรับการใช้งานบนทางแบบผสมที่มีทั้งทางราบและเส้นทางบนภูเขา การทดกำลังของเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ให้ความรู้สึกถึงการทำงานของกลไกในแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์บนความต่อเนื่องเรียบลื่น เสียงเครื่องยนต์เงียบกว่าเดิมเล็กน้อยจากกระจกหน้าแบบใหม่ที่หนาขึ้นและวัสดุป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก ส่วนแรงสั่นสะเทือนที่เคยสัมผัสใน NP300 จากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลก็ลดลง บนทางเรียบนั้น Terra ขับได้ดีพอใช้ได้จากความสบายของระบบรองรับที่เซตมาไม่ให้แข็งมากจนทำให้กระด้างนั่งไม่สบายตัว

ระบบรองรับ หรือช่วงล่างของ Nissan Terra ด้านหน้าใช้แบบอิสระปีกนกสองชั้นบวกกับคอยล์สปริงและโช้คอัพแก๊สที่ได้รับการปรับปรุงค่าการยืดและการยุบตัวเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงพร้อมกับความนุ่มนวล จุดยึดที่มีการปรับแต่งใหม่ทำให้ช่วงล่างด้านหน้าหนึบแน่นขึ้น ส่วนระบบรองรับด้านหลังนั้นเป็นคอยล์สปริงแบบ 5 Link Suspension รองรับภารกรรมของการบรรทุกทั้งผู้โดยสารและสัมภาระเต็มพิกัดได้ดี ขับออกทางไกลได้สบายเนื้อสบายตัว แม้ห้องโดยสารของมันจะน่าเบื่ออยู่บ้างแต่นั่งสบายขับได้ทั้งวัน ในจุดนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีพอสมควร 

บนดอยผาฮี้ที่สูงทะลุเมฆหมอก เจ้า Terra โดนครบทั้งหมอกหนาจัดที่พัดเข้าปกคลุมจนขาวโพลนพร้อมฝนหนักระดับมองได้ไกลแค่ 50 เมตร! หลังการขับทดสอบในช่วงใกล้ค่ำ ผมจอดเจ้า Terra รุ่นท็อปสุดแล้วนั่งลงข้างๆ รถเพื่อพิจารณาถึงรายละเอียดหลังจากการควบมันมาทั้งวัน Terra รุ่น 2.3 VL 4WD 7AT มีแทบจะทุกอย่างที่คุณอยากได้ โดยตัดระบบที่มีความสลับซับซ้อนออกไปเพื่อความคงทนสมบุกสมบัน เหมาะสมกับความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์หากไม่ติที่หน้าตาก็ถือว่ามีความน่าใช้อยู่เหมือนกัน มันเป็นยานพาหนะของครอบครัวที่ชอบเดินทางไม่ว่าจะไปทำงานหรือท่องเที่ยว เครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร ความจุมากกว่า 1.9 DDi Turbo ของ Isuzu นิดเดียวแต่มีศักยภาพพอตัวในด้านของกำลังฉุดลาก 450 นิวตันเมตร เกียร์ออโต้ 7 สปีดไหลลื่น เปลี่ยนเกียร์ไวเมื่อชิฟเกียร์ด้วยตัวเองในโหมดแมนนวล เกียร์ทำหน้าที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบรองรับออกแบบมาเพื่อการจัดการกับสภาพทางที่มีความยากลำบาก มันสามารถปีนป่ายไต่เนินเขา ตะกายกองหินลอยหรือวิ่งลุยหล่มโคลนด้วยขนาดของความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 225 มิลลิเมตร การขนสัมภาระสิ่งของชิ้นโตเมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งานก็สามารถขนของได้อย่างจุใจ 

จุดที่ไม่ชอบของ Terra ก็ใช่ว่าจะไม่มี ลูกค้าทุกคนอยากได้ดิสเบรก 4 ล้อ อยากได้ฝาท้ายแบบไฟฟ้าที่เพิ่มความสะดวกขณะขนสัมภาระ และอยากได้เบาะไฟฟ้าทั้งคนขับและคนนั่งมากกว่าที่จะให้มาแค่เบาะคนขับ รวมไปถึงพวงมาลัยพาวเวอร์ไฮดรอลิกที่ควรจะเปลี่ยนเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าได้แล้ว น้ำหนักของพวงมาลัยอาจทำให้คุณสุภาพสตรีที่ไม่ชอบมีกล้ามแขน!อาจต้องใช้แรงหมุนกันพอสมควร เมื่อต้องวนขึ้นที่จอดรถสูงๆ ในห้างสรรพสินค้ากับพวงมาลัยที่หนักเกินไปนิด! คงไม่ขอกันมากเกินไปนะครับ.

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าโครเมียม
กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ
กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
คิ้วขอบหน้าต่างสีดำ
ราวหลังคา
เสาอากาศ
ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์, ไฟหรี่แบบ LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ
ไฟท้าย พร้อม LED Light Guide
ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Light)
ไฟตัดหมอกหน้า พร้อมตกแต่งด้วยโครเมียม
กระจกมองข้างขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ปรับและพับเก็บไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED
มือจับประตูด้านนอกแบบ Grip type สีโครเมียม
ช่องเก็บของที่แผงประตู ด้านหน้าและหลังพร้อมที่วางขวดน้ำ
บันไดข้าง
ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้า แบบ 2 จังหวะ พร้อมระบบหน่วงเวลา
ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
บังโคลน หน้าและหลัง

อุปกรณ์ภายใน

โทนสีภายในโทนสีน้ำตาล
แผงควบคุมเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศสีดำ
ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 12V 4 จุด
ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และแถว 3 แบบอัตโนมัติ แยกซ้าย-ขวา และระบบควบคุมความเร็วพัดลมเบาะตอนหลัง
ช่องเก็บขวดน้ำที่แผงประตูแถว 1 และแถว 2 และด้านข้างแถว 3
เครื่องเสียง พร้อมวิทยุ FM / AM DVD / MP3 พร้อมจอ Touch Screen 7 นิ้ว
ระบบนำทาง
ลำโพง 6 จุด
จอภาพสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ช่องต่ออุปกรณ์ USB /HDMI
พวงมาลัยพาวเวอร์ปรับระดับได้ ชนิดหุ้มหนัง 3 ก้าน พร้อมตกแต่งสีเงิน ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
หัวเกียร์หุ้มหนัง
เบรกมือหุ้มหนัง
มาตรวัดรอบ, มาตรวัดระยะทาง
แผงลวดไล่ฝ้ากระจกหลัง
มาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT 5 นิ้ว และ Off road meter
รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth
นาฬิกาดิจิตอล
กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลง แบบอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบเฉพาะด้านผู้ขับขี่
เซ็นทรัลล็อก
เบาะนั่งชนิดแบบแยกมีช่องเก็บของด้านหลังเบาะ (หลังเบาะหลังและผู้โดยสาร) วัสดุหุ้มเบาะและแผงประตูหนังแท้และวัสดุสังเคราะห์ สีน้ำตาล
เบาะนั่งแถวที่ 1 ฝั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังปรับไฟฟ้า ฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมหมอนรองศีรษะ
เบาะนั่งแถวที่ 2 ชนิด แบบแยก 60:40 ปรับระดับได้ เลื่อนตำแหน่งหน้า-หลัง, ปรับเอนและพับได้จากตำแหน่งคนขับ พร้อมหมอนรองศีรษะสำหรับ 2 ที่นั่ง
เบาะนั่งแถวที่ 3 ชนิดแบบแยก 50:50 ปรับระดับได้ ปรับแบนราบกับพื้นห้องโดยสารได้ พร้อมหมอนรองศีรษะสำหรับ 2 ที่นั่ง
ที่บังแดด พร้อมกระจกแต่งหน้าด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
ไฟส่องสว่างในห้องผู้โดยสารแบบ LED พร้อมไฟอ่านแผนที่
ช่องเก็บแว่นกันแดด
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนพร้อมกล้องส่องภาพจากภายนอก (Intelligent rear view mirror)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ระบบ Push Start

ระบบความปลอดภัย
ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA
ถุงลม 6 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / และม่านถุงลม
ระบบลิมิเต็ดสลิป B-LSD
ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control (VDC)
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (HDC)
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist (HSA)
ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกทาง Lane Departure Warning (LDW)
ระบบเตือนจุดอับสายตา Blind Spot Warning (BSW)
กระจกบังลมหน้าแบบป้องกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) แบบอัดซ้อนนิรภัย (Laminated Glass)
แผงลวดไล่ฝ้ากระจกหลัง
ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งแถวที่ 1 ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนเพื่อรัดเข็มขัดนิรภัย
เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งแถวที่ 2 ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งแถวที่ 3 ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยปรับระดับได้เบาะนั่งแถวที่ 1 ด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX
กุญแจรีโมทพร้อม Immobilizer และสัญญาณกันขโมย
ระบบกุญแจอัจฉริยะ
กล้องมองหลัง
กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor (iAVM)
ระบบตรวจจับและส่งเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD)
สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง 4 จุด
ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง
โครงสร้างนิรภัย Zone Body
คานกันกระแทกด้านข้าง
พวงมาลัยแบบยุบตัวได้ เมื่อเกิดการชนด้านหน้า
ระบบตัดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ ในกรณีรถพลิกคว่ำ


เครื่องยนต์

ปริมาตรกระบอกสูบ 2,298 ซีซี
จำนวนกระบอกสูบ 4
แรงม้าสูงสุด 190 แรงม้า
รหัสเครื่องยนต์ ดีเซล YS23DDTT
ปริมาตรกระบอกสูบ 2,298 ซีซี
ระบบเกียร์ อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล
ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน
ระบบเบรกหลัง ดรัมเบรก
ระบบบังคับเลี้ยว แร็คแอนด์พิเนียน​
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร

มิติตัวถัง

ความยาวทั้งหมด 4,885 มิลลิเมตร
ความกว้างทั้งหมด 1,865 มิลลิเมตร
ความสูงทั้งหมด 1,835 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร
ความสูงใต้ท้องรถ 225 มิลลิเมตร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้