วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เร่งบิ๊กโปรเจกต์อีอีซี 6.5 แสนล้านบาท

เร่งบิ๊กโปรเจกต์อีอีซี 6.5 แสนล้านบาท

  • Share:

ชง“ประยุทธ์”เคาะหวังปิดจ็อบก่อนเลือกตั้ง

“อุตตม” เร่งขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอีอีซี 4 โครงการ เตรียมชง “บิ๊กตู่” ประธานบอร์ดอีอีซี 4 ต.ค.นี้ หลังรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนำร่องไปแล้ว หวังขับเคลื่อน 5 บิ๊กโปรเจกต์ในอีอีซี มูลค่า 6.5 แสนล้านบาท
ให้ได้ก่อนเลือกตั้ง พร้อมดันแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 5 ปี 1.7 หมื่นล้านบาท

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกว่า ที่ประชุมรับทราบรายละเอียดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 4 โครงการ ที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุมัติในวันที่ 4 ต.ค.นี้ จากนั้นจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

“โครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซีสำคัญมี 5 โครงการ แต่โครงการแรกคือรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนกับรัฐแล้วเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. และกำหนดรับข้อเสนอเอกชน 12 พ.ย.นี้ โดยจะออกหนังสือชี้ชวนให้ได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อชวนเอกชนเข้าลงทุนภายใต้สัญญาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) ที่รัฐบาลจะลงทุน 5 โครงการหลักสัดส่วน 30% คิดเป็นเงินลงทุน 210,000 ล้านบาท จากทั้งหมด 650,000 ล้านบาท โดยจะเน้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นหลัก”

สำหรับการลงทุนในอีอีซี ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนรวม 5 ปี (ปี 60-64) ตั้งเป้าหมายลงทุนไว้ที่ 1.7 ล้านล้านบาท เพื่อทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ที่มีกฎหมายรองรับแล้ว ไม่ว่ารัฐบาลใดบริหารประเทศ จะต้องสานต่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดไว้

ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้ง 4 โครงการ จะเร่งดำเนินการให้ได้เอกชนร่วมลงทุนในรัฐบาลชุดนี้ ก่อนการเลือกตั้ง นอกจากนี้ จะรายงาน กพอ.รับทราบความคืบหน้าแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลระยะ 5 ปีของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนลงทุน 

เดือน พ.ย.นี้ “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล จะทำให้อีอีซีเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งจะมี 8 แผนงาน อาทิ การพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (ดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์) สมาร์ทซิตี้ การสร้างศูนย์ทดสอบ 5 จี เป็นต้น ซึ่งจะลงทุน 17,000 ล้านบาท จะทำให้คนในพื้นที่อีอีซีถึง 3 ล้านคน ได้ประโยชน์จากการได้รับการบริการด้านเทคโนโลยีที่ดีขึ้น อาทิ ความเร็วการสื่อสารเพิ่มเป็น 100 เท่าของ 4 จี”

ส่วนนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า วันที่ 4 ต.ค.นี้ จะเสนอ กพอ. พิจารณากรอบลงทุน 4 โครงสร้างพื้นฐานหลัก เงินลงทุน 426,000 ล้านบาท อาทิ โครงการเมืองการบินภาคตะวันออก สนามบินอู่ตะเภา โดยจะออกหนังสือชี้ชวนเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้เอกชนร่วมลงทุนเดือน ก.พ.62 และเปิดดำเนินการปี 66, โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา ออกหนังสือชี้ชวนเดือน ต.ค. นี้ กำหนดได้เอกชนร่วมลงทุนเดือน ธ.ค.นี้ และเปิดดำเนินการกลางปี 65, โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 กำหนดออกหนังสือชี้ชวนเดือน ต.ค.นี้ กำหนดได้เอกชนร่วมทุนเดือน ก.พ.62 เปิดบริการปลายปี 66, โครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะที่ 3 กำหนดออกหนังสือชี้ชวนเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้ได้เอกชนร่วมทุนเดือน ม.ค.62 เปิดดำเนินการต้นปี 68

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้