วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หน่วยซีล' แจ้งจับอดีตพลทหาร ตัดต่อแอบอ้างจีบสาว บนโลกออนไลน์

'หน่วยซีล' แจ้งจับอดีตพลทหาร ตัดต่อแอบอ้างจีบสาว บนโลกออนไลน์

  • Share:

ผบ.หน่วยซีล ส่งผู้การรบพิเศษที่ 1 เข้าแจ้งความ สภ.สัตหีบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ อดีตพลฯ นาวิกโยธิน ที่ตัดต่อแอบอ้างเป็นหน่วยซีล นำไปจีบสาวทางโลกออนไลน์ สร้างความเสื่อมเสียต่อกองทัพเรือ...




เมื่อวันที่ 1 ต.ค.61 พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) ได้มอบหมายให้ นาวาเอก อนันท์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 เป็นผู้แทนหน่วย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ พร้อมนำหลักฐานให้ดำเนินคดีกับ นายกิตติศักดิ์ นาเมืองรักษ์ อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ "ราชนาวีไทย หมวดต้น" และ "ขุนศึก ทะลวงฟัน" ที่แอบอ้างตนว่า เป็นข้าราชการทหารเรือ และเป็นนักทำลายใต้น้ำจู่โจม สังกัดหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือ หน่วยซีล ด้วยการตัดต่อรูปอยู่ในเครื่องแบบข้าราชการกองทัพเรือ และมีการโพสต์ข้อความในสื่อโซเชียล จนเกิดความเสียหายสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อหน่วย และกองทัพเรือ


นาวาเอกอนันท์ กล่าวว่า ภายหลังสื่อ และโซเชียล ได้ตีแผ่เรื่องของ นายกิตติศักดิ์ ที่ได้ใช้เฟซบุ๊กตัดต่อรูปอยู่ในเครื่องแบบทหารเรือ สังกัด หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ พร้อมโพสต์ข้อความ อ้างเคยผ่านภารกิจช่วยเหลือ 13 หมูป่าอะคาเดมี ที่ติดถ้ำขุนน้ำนางนอน รวมถึงนำไปแสดงตนใช้แอบอ้างในการจีบสาวทางโลกออนไลน์ จนมีคำถามมากมายถึงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่า นายกิตติศักดิ์ ไม่ได้เป็นข้าราชการทหารเรือ จากประวัติพบว่า เคยเป็นอดีตทหารเกณฑ์ในสังกัด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อปี 2558 ปัจจุบันทำอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัย

เบื้องต้น พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้หน่วยเหนือรับทราบ พร้อมมอบหมายให้ตนเป็นผู้แทนหน่วยแจ้งความดำเนินคดีกับ นายกิตติศักดิ์ ให้กฎหมายลงโทษอย่างถึงที่สุด อันส่งผลต่อความเสื่อมเสียชื่อเสียงหน่วย และเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างต่อผู้อื่น


ด้าน ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ในคดีนี้ได้ให้ผู้เสียหายแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว เบื้องต้นได้เตรียมออกหมายเรียก นายกิตติศักดิ์ มาสอบปากคำถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่า มีการตัดต่อรูปจริง และแอบอ้าง ก็จะถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้