วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
3 พรรคชิงชัยเลือกตั้ง

3 พรรคชิงชัยเลือกตั้ง

โดย สายล่อฟ้า
2 ต.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

มาใหญ่ เครื่องเคราครบ

ที่สุดก็เป็นตามความคาดหมาย เมื่อพรรคพลังประชารัฐได้เปิดตัวและตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเรียบร้อยไปแล้ว

4 รัฐมนตรีของรัฐบาล “ลุงตู่” มากันครบได้ตำแหน่งเป็นผู้บริหารทุกคน

“อุตตม สาวนายน” เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่

“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” รองหัวหน้าพรรค

“กอบศักดิ์ ภูตระกูล” โฆษกพรรค

ทั้งรัฐมนตรียืนยันยังไม่ลาออกจากรัฐมนตรีเพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามไว้ แต่ต่อไปจะดูความเหมาะสมร่วมกันเพื่อไม่ให้ถูกข้อหาคือ “ถ้าจะลาออก” ก็จะไปพร้อมกันในอีกระยะเวลาหนึ่ง

แต่แม้ว่าจะไม่มีกติกาห้ามไว้ แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องถูกโจมตี เพราะจะมีการตั้งคำถามว่ามีมารยาททางการเมืองมากน้อยแค่ไหน

นอกจากทั้ง 4 คน ที่กล่าวมาแล้วนั้น บุคคลที่เข้ามาร่วมงานกันพรรคนี้ ยังมีนักการเมืองอีกหลายส่วนที่มาจากพรรคการเมืองอื่น

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ พลังชล และจากกลุ่มสามมิตรที่เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค

มีนักธุรกิจหลายสาขา นักวิชาการ นักกิจกรรม กลุ่มการเมืองต่างๆได้เข้ามาร่วมงานในส่วนต่างๆ

ออกตัวอย่างนี้คงจะเป็นคู่แข่งสำคัญของพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ประชาธิปัตย์

เหลืออย่างเดียวคือจะได้ ส.ส.เข้ามากี่คนเท่านั้น

แกนนำพรรคระบุว่า พรรคนี้มี 7 หลักการจากอุดมการณ์พรรคที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินการของพรรค

ก้าวข้ามความขัดแย้ง ฟื้นความสมานฉันท์

ว่าไปแล้ว พรรคการเมืองนี้เริ่มก่อเกิดขึ้นมาก็เพราะต้องการให้มีพรรคการเมืองใหม่และต้องการสนับสนุนแนวทางของรัฐเพื่อใช้เป็นนโยบายสานงานต่อ

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้ง

แม้จะออกตัวว่า เวลานี้ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ทางพรรคจะสนับสนุนหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ ส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องฟังเสียงของกรรมการพรรคก่อนว่าจะตัดสินใจอย่างไร

วันนี้คงพอเห็นเพียงภาพกว้าง แต่ต้องดูต่อไปว่าจะมีนักการเมืองคนกลุ่มไหน พรรคไหน ที่จะเปิดตัวอีกไม่นานนัก

นั่นแหละ จึงจะเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ว่ามีสิทธิ์เอื้อมถึงชัยชนะในการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะพลังฝ่ามือสำคัญที่สุด

ดูจากภาพกว้างของพรรคใหม่ คงมีการเตรียมการพร้อมพอสมควร เพราะสามารถระดมคนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

เข้ามาให้การสนับสนุนจึงทำให้ดูมีพลังอย่างชัดเจน

รอดูว่าหาก “ลุงตู่” ยืนยันว่าจะไปอยู่กับพรรคการเมืองใหม่นี้จะได้รับเสียงขานรับมากน้อยแค่ไหน

แต่ที่แน่ๆ สังกัดพรรคการเมืองที่น่าจะได้รับความสนใจจากประชาชน

ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์มีพื้นฐานที่ได้เปรียบมากพอสมควร เพราะมีพรรคการเมืองรองรับ มีนักการเมืองเข้ามาร่วม มีนักวิชาการและนักธุรกิจอีกจำนวนไม่น้อย

แต้มต่อทางการเมืองถือว่าขึ้นมาใกล้เคียงเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้