วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พลังประชารัฐต้องมี ส.ส. 100 ขึ้น

พลังประชารัฐต้องมี ส.ส. 100 ขึ้น

  • Share:

ประกาศตั้งพรรคเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว พรรคพลังประชารัฐ มี ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีอุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็นรองหัวหน้าพรรค ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นโฆษกพรรค พร้อมด้วย กรรมการบริหารพรรคชุดแรก 18 คน ยังมี กรรมการบริหารพรรคชุดสอง ตามมาอีกพอสมควร

จากนี้ไป ดร.อุตตม สาวนายน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ก็เป็น “นักการเมือง” เต็มตัว ต้องปรับตัวให้ทนต่อแรงเสียดทานให้ได้ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนเหมือนนักการเมืองทั่วไป

พรรคพลังประชารัฐ แม้จะเป็นพรรคที่เพิ่งจัดตั้งใหม่ แต่ การรวมกลุ่มของแกนนำพรรคมีมาหลายปีแล้ว เพียงแต่รอโอกาสเท่านั้น การเกิดของ พรรคพลังประชารัฐ ในครั้งนี้ต้องถือว่า แข็งแกร่งมาก มีทั้ง “ฐานเสียง” จาก โครงการพลังประชารัฐ และ โครงการไทยนิยมยั่งยืน ที่ลงลึกไปถึงรากหญ้า “ฐานเงิน” จากการสนับสนุนของ มหาเศรษฐีใหญ่ ที่เข้าร่วม โครงการพลังประชารัฐ และ “ฐานอำนาจรัฐ” จาก กองทัพไทย ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีกลาโหม เป็นแกนนำ เรียกว่าแกร่งพอที่จะต่อกรกับ พรรคเพื่อไทย ของ คุณทักษิณ ชินวัตร แน่นอน

แต่ใน กรุงเทพมหานคร อาจไม่แน่ เพราะผลโพลภายในของ พรรคพลังประชารัฐ เองพบว่าคะแนนนิยม พรรคอนาคตใหม่ ของ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังแซงโค้งมาอย่างรวดเร็ว แม้ พรรคพลังประชารัฐ จะแทรกตัวเข้ามาได้บ้างก็คงไม่มาก พรรคที่จะได้ผลกระทบมากที่สุดก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฐานเสียงหลักอยู่ กรุงเทพฯ และ ภาคใต้ ถ้า ส.ส.ในกรุงเทพฯหายไปครึ่งหนึ่ง จะทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ กลายเป็น พรรคขนาดกลาง ไปทันที

แม้ พรรคพลังประชารัฐ จะมีเงินมีอำนาจ แต่ ผู้สมัคร ส.ส.เขต หัวหน้าพรรค และ ชื่อเสียงพรรค ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้ง สวนดุสิตโพล สำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ยังมองว่า การแข่งขันในตัวผู้สมัคร ส.ส. มีความสำคัญ อันดับ 1 ร้อยละ 25.19 อันดับ 2 หัวหน้าพรรค ร้อยละ 21.62 อันดับ 3 พรรคการเมือง ร้อยละ 20.57 อันดับ 4 การหาเสียง ร้อยละ 18.09 อันดับ 5 นโยบายพรรค ร้อยละ 14.53 ดังนั้น ผู้สมัคร ส.ส. และ หัวหน้าพรรค จึงยังมีบทบาทสำคัญต่อคะแนนเสียงพรรค ส่วน นโยบายพรรค ประชาชนไม่สนใจสักเท่าไร

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการเป็น นายกรัฐมนตรี อีกสมัยก็ต้อง “สังกัดพรรค” เปิดหน้าออกมาเล่นเต็มตัว จะหวังเป็น “ตาอยู่” รอเป็น “นายกฯคนนอก” ในสภา คงจะลำบากเสียแล้ว แม้จะมี พรรคแนวร่วม มาเป็น รัฐบาลผสม ก็ตาม

เห็นผลสำรวจของ สวนดุสิตโพล แล้ว ต้องยกนิ้วให้ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญ ที่คิดวิธี “จัดสรรปันส่วนคะแนน” ได้แยบยลยิ่งกว่าศรีธนญชัย ให้ประชาชนเลือกตั้ง ส.ส. ด้วย บัตรเลือกตั้งใบเดียว แล้วเอาคะแนนไปจัดสรรปันส่วนให้กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ประชาชนไม่ได้เลือก แจกจ่ายให้กับพรรคการเมืองต่างๆ

ถ้า พรรคพลังประชารัฐ ต้องการมี ส.ส.มากที่สุดในสภา เพื่อเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เกจิการเมืองวิเคราะห์ว่า ต้องมี ส.ส.เขต 1 ใน 3 หรือ 120 คน จาก 350 คน เมื่อ รวมกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วก็ควรมีสัก 200 เสียง แล้วบวกกับ พรรคพันธมิตร จึงจะมีเสียงข้างมากในสภา จะง่ายหรือยากยังไม่รู้ เพราะ พรรคเพื่อไทย ก็ยังมีคะแนนเสียงที่แข็งแรงในภาคอีสานและภาคเหนือ แม้จะถูกดูดไปบ้างแล้วก็ตาม

การเลือกตั้งครั้งนี้ สนุกแน่ครับ สู้กันด้วย เงิน อำนาจ คะแนนนิยมโซเชียลมีเดีย ดุเดือดกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ “ผู้ตัดสินใจ” ยังเป็น “ประชาชนคนหน้าเดิม” และ “คนรุ่นใหม่” ถึงจะปฏิรูปการเมืองไม่ได้ แต่ก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้