วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟังสมัชชาใหญ่ ได้แต่ด่ากัน

ฟังสมัชชาใหญ่ ได้แต่ด่ากัน

  • Share:

ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย พูด “ความซับซ้อนการเมืองโลกยุคดิจิทัล” รับใช้ผู้เรียนหลักสูตรการบริหารงานตำรวจในยุคดิจิทัล 50 คน พุธพรุ่งนี้ 13.00 น. ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีชาติรัฐใดเชื่อฟังองค์กรระหว่างประเทศแม้แต่องค์กรใหญ่อย่างสหประชาชาติ ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาวางสถานะของตนเองไม่น่านับถือ เอาเปรียบและระรานชาติอื่นจนประเทศเล็กชาติน้อยรู้สึกว่าชาติใหญ่มีแต่จะหาประโยชน์และรังแกชาติเล็ก นอกจากนั้น การพูดจาปราศรัยในเวทีโลกแต่ละครั้งของผู้นำชาติใหญ่ก็ไม่มีเรื่องพัฒนา หรือสร้างสรรค์เหมือนแต่ก่อน ทว่า กลายเป็นสถานที่ที่ใช้ด่าทอกันและกัน

เวทีประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 73 ที่มหานครนิวยอร์ก ซึ่งจัดขึ้นในปลายเดือนกันยายน พ.ศ.2561 มีแต่ผู้นำโลกมาด่ากัน นายทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด่าอิหร่านว่าเป็นเผด็จการฉ้อฉล ว่าคณะผู้นำอิหร่านคือตัวการสร้างความวุ่นวาย ความตาย ทรัมป์ ยังบ้าพล่ามว่าตัวเองเป็นประธานาธิบดีที่ประสบความสำเร็จมากกว่าประธานาธิบดีคนอื่นเกือบทุกคนที่ผ่านมา

สิ่งที่ทรัมป์พูดน่าตกใจมากครับ เพราะแกประกาศว่าแกจะไม่ยอมให้อำนาจอธิปไตยของสหรัฐฯ ตกอยู่ในมือองค์กรบริหารโลกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แกบอกว่าแกจะไม่ยอมรับค่านิยมแบบโลกาภิวัตน์ แต่จะเชื่อค่านิยมรักชาติ อาจจะเป็นเพราะเพิ่งได้เจอกับคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ แกจึงชมคิม แต่ด่าพฤติกรรมการค้าของจีน พอพูดถึงอิหร่าน แกก็ด่าอิหร่านดังที่ผมเล่ารับใช้ไปแล้ว และบอกว่าสหรัฐฯจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 และจะเพิ่มตามไปเรื่อยๆ

ผู้นำอิหร่านก็ด่าทรัมป์กลับว่า เป็นคนที่มีบุคลิกภาพบกพร่อง ด้อยสติปัญญา ไร้ความสามารถที่จะเข้าใจโลกที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างสลับซับซ้อน

นายมาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสออกมาด่าทรัมป์เรื่องใช้แต่กฎของผู้มีอำนาจสูงสุดและบอกว่าการใช้ลัทธิกีดกันการค้าของทรัมป์นั้นจะทำให้สถานการณ์การค้าโลกตึงเครียด แม้ว่าจะอายุยังน้อย แต่มาครงพูดอย่างเป็นผู้ใหญ่ โดยบอกว่าตัวเองและฝรั่งเศสสนับสนุนระบบพหุพาคีซึ่งเป็นกลไกสำคัญของยูเอ็น การพูดอย่างนี้เป็นการตอกหน้าประธานาธิบดีทรัมป์ เพราะทรัมป์ไม่สนใจประเทศอื่น ทรัมป์ไม่สนใจพหุพาคี ทรัมป์จะเอาแต่อเมริกาอย่างเดียวเป็นหลัก

โลกสงบลง เพราะข้อตกลงควบคุมนิวเคลียร์ที่สหรัฐฯ และอีก 5 ชาติมหาอำนาจลงนามกับอิหร่าน เมื่อ พ.ศ.2558 แต่พอทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี แกก็ให้สหรัฐฯยกเลิกและหันไปคบกับจอร์แดนและอียิปต์ เพื่อให้เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯซัดกับอิหร่าน สหรัฐฯต้องการโดดเดี่ยวอิหร่าน แต่มาครงเห็นตรงกันข้าม โดยมาครงอยากให้ทุกประเทศเจรจากับอิหร่าน

ยุคที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องเรียนครับว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของโลกแย่ลงมาก สหรัฐฯทำตัวเป็นนักเลงโต มีพฤติกรรมทำตามใจฉันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูทรัมป์ตัดงบช่วยเหลือสหประชาชาติ องค์กรบรรเทาทุกข์ กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ ทรัมป์ทำให้องค์กรระหว่างประเทศอ่อนแอ และทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศอย่างรุนแรง

ผู้อ่านท่านยังจำเรื่องนครเยรูซาเล็มได้นะครับ นานาประเทศไม่ยอมให้อิสราเอลเอาเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เกือบทุกประเทศตั้งสถานทูตของตนในกรุงเทลอาวีฟ เพราะรู้ว่านครเยรูซาเล็มต้องเป็นเมืองหลวงของรัฐควบคู่ระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ แต่สหรัฐฯประกาศรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงและย้ายสถานทูตของสหรัฐฯไปอยู่ที่นั่น

โชคดีที่ยังมีประธานาธิบดีของประเทศใหญ่อย่างฝรั่งเศสที่พูดจาปราศรัยในเวทีสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 73 ได้อย่างมีวุฒิภาวะ จึงทำให้เรายังพอมองเห็นแสงริบหรี่ในองค์กรโลกอย่างสหประชาชาติอยู่บ้าง

ในการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ ครั้งที่ 73 นี้ อินเดียกับปากีสถานก็เล่นกันเละครับ อินเดียประณามปากีสถานว่าเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของกลุ่มก่อการร้าย ส่วนปากีสถานก็ด่าอินเดียว่าให้เงินและอาวุธกลุ่มที่ไปโจมตีโรงเรียนในเมืองเปชวาร์ทำให้มีนักเรียนตายมากกว่า 150คน

การอ่านคำปราศรัยย้อนหลังของผู้นำชาติต่างๆที่ไปพูดที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในปีนี้ เสียดายเวลามากครับ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้