วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับเข่าคุยเคาะสางหนี้ ขสมก.แสนล้าน

จับเข่าคุยเคาะสางหนี้ ขสมก.แสนล้าน

  • Share:

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ครม.ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เร่งดำเนินการเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังกระทรวงการคลังเสนอให้ ครม.อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปี 2562 แล้วพบปัญหาภาระหนี้สะสมของ ขสมก.

ทั้งนี้ ครม.ได้มอบให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลัง พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการหนี้ของ ขสมก.ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะตามรายงานที่กระทรวงการคลังแจ้ง ระบุว่า คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้เห็นว่า ขสมก.ยังคงมีหนี้ค้างในระดับสูง ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2561 อยู่ที่ 101,421 ล้านบาท โดยตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา ขสมก.กู้เงินมาเพื่อชำระดอกเบี้ยมาโดยตลอด เพราะขาดทุนต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ขสมก. จะได้รับชดเชยจากรัฐบาลในรูปแบบเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) แต่ก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง จึงทำให้หนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่ ขสมก. อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ หากดำเนินการได้ตามแผนอนาคตจะเริ่มมีรายได้เข้ามา แต่คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะยังเห็นว่า ขสมก.ไม่อาจรับภาระชำระหนี้จำนวนดังกล่าวได้เอง

นอกจากนี้ คณะกรรมการจึงเสนอทางแก้ไขปัญหา 2 ทางคือให้รัฐบาลพิจารณารับภาระหนี้ดังกล่าวให้แก่ ขสมก. แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ขสมก.สามารถดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรสำเร็จ มีรายได้ เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อป้องกันปัญหาการสร้างหนี้เพิ่มในอนาคต ซึ่งระหว่างนี้ให้รัฐบาลเข้ารับภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงไปพลางก่อน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สะสม

ส่วนอีกทางคือให้ ขสมก.บรรจุวงเงินกู้เพื่อชำระดอกเบี้ยในแผนงบประมาณประจำปี แต่ส่วนนี้เมื่อพิจารณาแล้วพบว่าติดข้อกำหนดของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นจึงเหลือทางแก้ไขปัญหาหนี้ ขสมก.เพียงทางเดียวคือ รัฐบาลรับภาระหนี้ ครม.จึงมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับสำนักงบประมาณ สศช. และกระทรวงการคลัง ร่วมวางแนวทางและนำเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้