เมียตำรวจเหยื่อโครงการกู้เงินล้างหนี้ของอดีตผู้การเลย ร้องสามีตาย สมัครเข้าโครงการได้ เงินถูกหัก แต่ค่าประกันการเสียชีวิต1.2ล้านกลับไม่ได้ เลขาฯศาลยัน 2ผู้พิพากษาแค่ถูกให้ออก 

จากกรณีตำรวจ ภ.จว.เลย 192 นาย ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม  ผกก.อก.ภ.จว. หนองบัวลำภู พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.เลย ท่ชักชวนเข้าร่วมโครงการบริหารหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย สูญเงินกว่า 229 ล้านบาท กระทั่งพล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 สั่งตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริง จนมีการแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พร้อมพวก ฉ้อโกงประชาชน แชร์ลูกโซ่และฟอกเงิน ต่อมา ผบ.ตร.เซ็นให้ออกราชการทั้ง 2 คน ส่วน พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.เลย ยังไม่ได้ให้ออกจากราชการ และมีการติดตามยึดทรัพย์อดีต ผบก.ภ.จว.เลย  จำนวน130 ล้านบาท 

ล่าสุด วันที่ 21 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านนางหนูจีน พิลาทา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164/1 หมู่ 11 ต.นาซ่าว อ.เชียงคาน จ.เลย ภรรยา ดาบตำรวจไพโรจน์ พิลาทา อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.เชียงคาน ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2560 และเป็นหนึ่งในเหยื่อของกรณีดังกล่าว  โดยนางหนูจีน ได้ร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากสามีเสียชีวิตว แต่ไม่ได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือการประกันชีวิตจากโครงการบริหารหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย

นางหนูจีน เปิดเผยว่า สามีตน มีหนี้สินซื้อบ้านกับธนาคารออมสินและกรุงไทย เป็นเงิน 2,300,000 บาท และเข้าโครงหารบริหารหนี้ฯ ของท่านสุทิพย์ เป็นเงิน 2,400,000 บาท เมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 โดยมีเพื่อนตำรวจที่ สภ.เชียงคาน 5 คนค้ำประกัน จนสามีมาเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2560 หลังจัดงานศพสามีเสร็จเรียบร้อย ได้ไปติดต่อเรื่องเงินประกันกับสหกรณ์ฯ ที่สามีเข้าโครงการฯ กับท่านสุทิพย์ และก่อนหน้านี้ถูกหักเงินไป 60,000 บาท เพื่อประกันการเข้าโครงการฯ

...

นางหนูจีน กล่าวอีว่า เมื่อสอบถามท่านสุทิพย์ บอกว่า สามีส่งเอกสารไม่ครบ คือใบรับรองแพทย์ แต่ก็น่าแปลก เพราะกรณีการส่งเอกสารไม่ครบตามสัญญากู้เงินจากโครงการบริหารหนี้ฯ จะไม่มีการปล่อยเงินกู้หรือเช็คออกมา ไม่ว่าแบงก์ไหนก็ตาม ถือว่าเป็นระเบียบของสถาบันการเงิน แต่ท่านสุทิพย์บอกว่าขาดใบรับรองแพทย์ และไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ ไม่สามารถรับเงินประกันเข้าร่วมโครงการฯ 1,200,000 บาท ได้ ในเมื่อสามีไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯได้ แต่เงินที่สามีนำเข้าโครงการฯ กลับมีการเซ็นผ่านรับรองให้เข้าร่วมโครงการและมีการการเซ็นรับเงิน 2,400,000 บาท โดยสามีไม่เห็นเงินสดหรือเช็คแต่อย่างใด และใครเป็นคนเซ็นรับเช็คก็ไม่รู้

"ในเมื่อเอกสารไม่ครบ ขาดใบรับรองแพทย์ แต่ทำไมจึงเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ไปสอบถามเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ ก็ไม่ได้รับตอบที่ชัดเจน ทุกวันนี้เพื่อนสามีที่เป็นตำรวจและช่วยค้ำประกัน ก็มาเอาเงินกับเรา ทั้ง 4 คนๆละ 1,500 บาทต่อเดือนเพื่อนำไปจ่ายหนี้สหกรณ์ฯในฐานะคนค้ำประกัน  ซึ่งตัวเองก็เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว ต้องมารับผิดชอบเงินคนค้ำ สามีก็เสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้าไม่จ่ายคนค้ำก็เดือดร้อน เพราะเงินถูกหักเงินจนไม่มีให้หักแล้ว จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมด้วย"

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ สอบถาม ผจก.สหกรณ์ฯ แต่ได้รับการปฏิเสธว่าไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ ต้องไปสอบถามประธานสหกรณ์ฯ พล.ต.ต.สุดพิเศษ เอกศิริ ผบก.ภ.จว.เลย เมื่อโทรศัพท์ไป  ทราบว่าติดราชการอยู่ที่ จ.กาฬสินธ์

วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่มีผู้พิพากษาถูกดำเนินคดีพร้อมกับนายตำรวจ  ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันในการฉ้อโกงสหกรณ์ฯที่จ.เลย ว่า ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนกับข้าราชการศาลยุติธรรม 2 คน ไม่ใช่ไล่ออก

ส่วนกรณีผู้พิพากษาสมทบรายหนึ่งได้ยื่นลาออก จากการเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เชียงใหม่ กรณีนี้ผู้พิพากษาสมทบไม่ได้เป็นข้าราชการประจำเหมือนข้าราชการศาล หรือผู้พิพากษา เพียงมาช่วยงานตามประเภทคดี เมื่อลาออกก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ว่าไปตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย