วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ประสานทำงานสุขภาพหนึ่งเดียว

“ถ้ำ” จัดเป็นสถานที่ที่จัดว่าเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ เพราะระบบนิเวศที่แตกต่างจากบริบทที่มนุษย์อาศัยอยู่ สภาวะแวดล้อมภายในถ้ำจะคงที่เนื่องจากไม่มีสิ่งรบกวนจากภายนอก การไม่มีแสงแดดส่องถึง ทำให้มีสัตว์บางชนิดที่อาศัยอยู่ในถ้ำอาจมีสิ่งมีชีวิตบางจำพวกที่เป็นแหล่งรังโรคของเชื้อโรคต่างๆ และไม่เคยปรากฏที่ใด โดยเฉพาะค้างคาว สัตว์ฟันแทะ และแมลงชนิดต่างๆ เช่น ริ้นฝอยทราย หากมีมนุษย์ไปสัมผัสหรืออยู่ในถ้ำนานๆ อาจส่งผลต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ได้ ทั้งนี้ เชื้อโรคที่พบได้ในสัตว์รังโรคในถ้ำ ที่พบบ่อยได้แก่

1.ค้างคาว ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ ที่พบได้ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไวรัสโคโรนา และไวรัสนิปาห์ ส่วนที่พบในแอฟริกา ได้แก่ ไวรัสมาร์เบิร์ก และไวรัสอีโบลา นอกจากนี้มูลค้างคาวยังมีเชื้อรา Histoplasma ที่ก่อให้เกิดโรคในคนได้ด้วย

2.สัตว์ฟันแทะ เช่น หนู ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อ Leptospira ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรซิส นอกจากนี้ หมัดหนู เป็นแหล่งโรคไทฟัส

3.แมลงต่างๆ ที่เป็นแมลงนำโรค เช่น ยุงก้นปล่องนำเชื้อมาลาเรีย ริ้นฝอยทราย นำโรค Leishmaniasis เป็นต้น

4.สิ่งแวดล้อม เช่น ดิน หรือ น้ำ ที่เป็นแหล่งโรคของแบคทีเรีย โปรโตซัว และเชื้อราต่างๆ เช่น เมลิออยโดสิส เป็นต้น

ในภาวะปกติหากมนุษย์จะเข้าไปในถ้ำ ต้องใส่ชุดป้องกันตนเอง แต่ในภาวะที่ต้องเข้าไปปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้ที่ติดในถ้ำนั้นอาจทำให้การป้องกันตัวเองไม่ได้สมบูรณ์มากนัก ดังนั้น...การเฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยในกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปในถ้ำจะเป็นการช่วยเราได้วินิจฉัย รักษา และป้องกันโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ในระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา การติดตามไวรัสจากสัตว์ป่าโดยเฉพาะค้างคาวในประเทศไทยจากความร่วมมือของสภากาชาดไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเครือข่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง จากการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โครงการ PREDICT USAID โครงการ CBEP DTRA กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ทำให้ทราบถึงสถานะพิเศษที่สัตว์ป่าสามารถเป็นตัวเพาะบ่มเชื้อโรคโดยไม่แสดงอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อเหล่านี้ออกมาได้ในรูปของสิ่งคัดหลั่ง เยี่ยว มูล น้ำลาย โดยตรง หรือเกาะติดอยู่ตามพื้นและผนังถ้ำ ขั้นตอนของการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนจะต้องมีการสมยอมของคน ในการรับเชื้อเข้าร่างกายก่อน และต่อมาลำดับที่สองจากกลไกของเชื้อและคนจะนำไปสู่การเกิดอาการหรือไม่ หรือมีอาการน้อย หรืออาการรุนแรง และจะเกิดขึ้นจำเพาะที่ระบบเดียวเช่นที่สมอง หรือที่ปอด หรือที่ตับและในระบบเลือด หรือจะเกิดขึ้นในหลายๆระบบพร้อมกัน

เชื้อที่กล่าวมีทั้งประเภทที่คนสมยอมและพิสูจน์แล้วว่าเกิดโรคร้ายแรงได้รวมทั้งสามารถแพร่กระจายในวงกว้าง เช่น ไวรัสตระกูลเมอร์ส ซาร์ส อีโบลา นิปาห์ แบคทีเรีย และปรสิต ที่มาจาก เห็บ ยุง ไร ริ้น กระบวนการเกิดโรคอาจปรากฏในลักษณะของเฉียบพลัน หรือทอดเวลายาวออกไปจึงจะเกิดอาการเนื่องจากมีการซ่อนเร้นอยู่ในระบบใดระบบหนึ่ง ส่วนผลในระยะยาว อาจเกิดจากการที่เชื้อที่คนสมยอมให้อยู่ในร่างกายโดยที่แทบไม่มีอาการ เลยถูกปล่อยผ่านไปยังคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่านโดยตรงหรือผ่านทางตัวนำอื่นๆ

ในกรณีนี้เชื้อจะมีการวิวัฒนาการพัฒนาตัวเองในทางเกิดโรคได้เก่งขึ้นรุนแรงขึ้น ติดต่อได้ง่ายขึ้น

ข้อมูลดังกล่าวและจากการที่ได้ทำงานประสานกันมาอย่างยาวนานระหว่างกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ (TRC-EID) โดยประสานกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทางด้านสัตว์ป่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) ฝ่ายไทย ฝ่ายอเมริกา กระทรวงกลาโหม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดังที่ประสบความสำเร็จในการวินิจฉัยผู้ป่วยเมอร์สรายแรก การตรวจคัดกรองโรคอีโบลาจึงสามารถวางแผนปฏิบัติสำหรับผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำ ผู้ที่ทำงานกู้ชีพ ในระดับความเสี่ยงต่างๆซึ่งขึ้นอยู่กับระยะเวลากิจกรรมปฏิบัติ

การตรวจหาเชื้อควบรวมทั้งเชื้อที่ยังไม่เคยระบาดถึงคน โดยเฉพาะไวรัสที่อยู่ในสัตว์ป่า ค้างคาว จะมีไวรัสที่อยู่ในตระกูลต่างๆ ไม่มีใครรู้จัก อีกทั้งกระทรวงกลาโหมร่วมกับภาควิชาจุลชีววิทยา และปาราสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ มีหน่วยงานสำรวจเชื้อโรคต่างๆในกลุ่มสัตว์ ฟันแทะ หนู ค้างคาว เห็บ ไร ริ้น ตามบริเวณของตะเข็บชายแดนที่มีหน่วยทหารลาดตระเวน เป็นข้อมูลการสำรวจเก็บไว้ ทำให้ไทยเรามีแผนที่สำหรับเชื้อโรคทางภูมิศาสตร์และฤดูกาล

สุขภาพของคน-สัตว์-สภาวะแวดล้อม-นิเวศวิทยา-ดินฟ้าอากาศ-การเปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่ การรุกรานที่ธรรมชาติ ส่งผลต่อสุขภาพ รวมทั้งการเกิดโรคระบาด การมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ แมลง เชื้อ ย่อมจะทำให้สามารถทำนายตระเตรียมความพร้อมในการรับมือโรคที่จะเกิดขึ้นจากเชื้อใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

นั่นก็คือ มนุษย์ไม่เคยเจอะเจอเชื้อและไม่เคยมีภูมิคุ้มกันแต่ต้น เมื่อเกิดติดเชื้อก็จะมีอาการและแพร่ได้ในวงกว้าง จากวัฏจักรที่ว่า ถ้าจะทำให้ระบบโลกเดียว-สุขภาพเดียว เป็นที่ยอมรับและเกิดประโยชน์เต็ม ต้องมีการบูรณาการ การทำงานของคนในทุกสาขา ตั้งแต่สิ่งแวดล้อม สัตว์ แมลง หมอ สัตวแพทย์ ระบาดวิทยา สังคม ศึกษาผลและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ และที่สำคัญคือต้องมีการสื่อสารความเสี่ยงให้กับพื้นที่และประชาชนเพื่อให้ป้องกันตัวได้ทันท่วงทีและรายงานด้วยความเต็มใจไม่ต้องมีใครบังคับมายังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และต้องมีการควบรวมวิทยาศาสตร์และสาขาอื่นๆเข้าด้วยกัน ความประสานร่วมมือเหล่านี้ยังเชื่อมโยงไปถึงองค์กรต่างๆของสหรัฐอเมริกา อาทิ โครงการ PREDICT USAID โครงการ CBEP DTRA กระทรวงกลาโหม ที่ได้ให้คำแนะนำเทคโนโลยี อีกทั้งทุนในการพัฒนาห้องปฏิบัติการและเครื่องมือวิทยาศาสตร์ของ TRC-EID

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มสอบสวน ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขฯ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคติดต่ออุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้จัดทำแนวทางการเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดภายในถ้ำหลวง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเก็บตัวอย่างของผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อจากการอาศัยหรือปฏิบัติงานอยู่ในถ้ำเป็นเวลานาน เพื่อตรวจหาเชื้อโรคที่มีโอกาสติดจากถ้ำที่ครอบคลุมทุกระบบของร่างกายและครอบคลุมกลุ่มโรคทุกชนิด จากความร่วมมือของห้องปฏิบัติการเครือข่าย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกคนจะปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคจากสัตว์สู่คนหรือโรคอุบัติใหม่ และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่พบเชื้อใดๆที่เป็นอันตรายหรือแพร่กระจายสู่ผู้อื่น นับเป็นความสำเร็จของการเตรียมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่ของประเทศไทยอีกก้าวหนึ่ง ที่สามารถผนึกกำลังเพื่อรับมือต่อความเสี่ยงของโรคติดต่อได้อย่างฉับไว ทันเวลา.

หมอดื้อ

หากมีมนุษย์ไปสัมผัสหรืออยู่ในถ้ำนานๆ อาจส่งผลต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ได้ ทั้งนี้ เชื้อโรคที่พบได้ในสัตว์รังโรคในถ้ำ ที่พบบ่อยได้แก่... 15 ก.ย. 2561 14:33 15 ก.ย. 2561 14:35 ไทยรัฐ