วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิด 7 วิธี 'รักษาฝ้า' ด้วยธรรมชาติ ผิวหน้าดีขึ้นเห็นผลจริง!

เปิด 7 วิธี 'รักษาฝ้า' ด้วยธรรมชาติ ผิวหน้าดีขึ้นเห็นผลจริง!

  • Share:

ชวนรู้วิธี 'รักษาฝ้า' ด้วยตัวเอง เป็นสูตรธรรมชาติจากสมุนไพรและของใกล้ตัว ไม่ต้องพึ่งสารเคมี ช่วยให้รอยดำคล้ำจากฝ้าลดลง ผิวหน้าดูขาว สว่างสดใส และช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงมากขึ้น

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ รวบรวมวิธีดูแลผิวหน้าให้ห่างไกลจากฝ้ามาฝากสาวๆ กันค่ะ


1. ทากันแดด กินวิตามินเอ ซี และอี

การป้องกันผิวจากรังสียูวี เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการป้องกันการเกิดฝ้า พกร่มกันแดดติดตัวไปด้วยทุกที่ หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง และที่สำคัญต้องทา 'ครีมกันแดด' ทุกเช้าก่อนออกไปสู่มลภาวะภายนอก

นอกจากนี้ก็ควรดูแลสุขภาพผิวจากภายใน โดยการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายใหญ่หรือลุกลามไปมากกว่านี้

2. ว่านหางจระเข้

แม้ว่าจะดูแลผิวและหลีกเลี่ยงแสงแดดแล้ว แต่บางทีแดดมันแรงจริงๆ ก็เอาไม่อยู่ ถ้าสังเกตเห็นว่าใบหน้าของคุณหมองคล้ำ และมีฝ้าเกิดขึ้น ก็ต้องรีบดูแลเป็นพิเศษ หนึ่งในสูตรการรักษาฝ้าจากธรรมชาติก็คือ 'ว่านหางจระเข้'

ใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดให้ละเอียดดี แช่ตู้เย็นสักครู่ แล้วจึงนำออกมาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างน้ำออกให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้เร็วขึ้น

3. ไข่ขาวดิบ

ไม่อยากเชื่อว่าไข่ไก่ดิบสามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านผิวพรรณและความสวยความงามได้ด้วย วิธีนี้จะช่วยรักษาฝ้าให้จางลง โดยนำไข่ดิบมาตอกแล้วแยกไข่แดงออกไป

เอาเฉพาะไข่ขาวดิบมาทาบางๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าได้ จากนั้นนำสำลีชุบน้ำอุ่นมาเช็ดออกให้หมด แล้วล้างหน้าด้วยน้ำเย็นพร้อมโฟมล้างหน้าตามปกติ เช็ดหน้าให้แห้ง ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

4. หัวไชเท้า

หัวไชเท้า เป็นพืชหัวใต้ดินที่มีน้ำเยอะ มีสรรพคุณช่วยรักษาฝ้า แก้ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ช่วยลดริ้วรอยต่างๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นอีกด้วย 

วิธีใช้ คือ นำหัวไชเท้าสดมาล้าง ปอกเปลือกให้หมด แล้วบดหยาบๆ นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย) แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วทำให้ฝ้าดูจางลงได้ 

5. สูตรใบบัวบก

สมุนไพรรักษาฝ้าอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจ นั่นคือ ใบบัวบก มีการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว

วิธีใช้ คือ ตัดใบบัวบกสดๆ ทั้งใบและก้าน นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าก็จะค่อยๆ จางลง ช่วยรักษาผิวหน้าให้กลับมาเรียบเนียน สว่างสดใสได้เร็วขึ้น

6. น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์

แอปเปิ้ลไซเดอร์ เป็นน้ำส้มสายชูหมักชนิดหนึ่งที่หมักจากแอปเปิ้ล นิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มช่วยดับกระหายคลายร้อน และช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้ แถมยังมีประโยชน์ด้านความงามและผิวพรรณอีกมากมาย โดยเฉพาะการรักษาฝ้า

วิธีใช้ คือ นำน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วจึงล้างหน้าด้วยน้ำเย็นตามปกติ ในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์มีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ ควรทำแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ 

7. น้ำมะขามเปียก 

ปิดท้ายกันด้วยวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพรไทยๆ อย่าง มะขามเปียก ซึ่งมีกรด AHA ตามธรรมชาติ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก ทำให้รอยฝ้าดูจางลง และยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย (ถ้าไม่มีมะขามเปียก ก็อาจใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้)

วิธีใช้ คือ นำมะขามเปียกมาผสมกับน้ำสะอาด คั้นจนเนื้อมะขามหลุดออกมา จากนั้นนำมาพอกหรือทาบางๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก ควรทำแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้งก็พอ. 


ที่มา : medthai

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้