วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่ป้องเฌอปราง ถูกถล่มช่วยคสช.

บิ๊กตู่ป้องเฌอปราง ถูกถล่มช่วยคสช.

  • Share:

ลั่น-อย่ายอมแพ้ คนไม่มีคุณธรรม ‘จ้อน’ กฎเข้ม 5 ข้อแลกชิงหน.ปชป.

“บิ๊กตู่” ฉุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลรุมถล่ม “เฌอปราง” โอดสงสารนักร้องดังวง BNK 48โดนหางเลขมาช่วยงานรัฐบาล ให้กำลังใจอย่าไปยอมแพ้คนไม่ดี “อลงกรณ์” ชูสัญญาประชาคม 5 ข้อ ให้สมาชิกประชาธิปัตย์รับเงื่อนไข แลกการลงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ตั้งกฎให้ ส.ส.-รมต.เซ็นใบลาออกล่วงหน้าเป็นต้นแบบใหม่พรรคการเมือง ลูกพรรค ปชป.ชักแถวต้าน “จ้อน” แย่งผู้นำพรรค “วัชระ” หยันอย่าสำคัญตัวผิด ให้เลิกเลอะเทอะมีกองหนุนสนับสนุน ตั้งกฎเหล็กสูงลิบสกัดคนนอกท้าชิง ต้องมีอดีต ส.ส. 40 คน และสมาชิก พรรครับรอง 4,000 คน “สัมพันธ์ ทองสมัคร” ไล่ “มาร์ค” ไขก็อกชั่วคราว ส่ง “ชวน” นั่งขัดตาทัพหัวหน้าพรรค ครม.ตั้ง “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” นั่งรองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง “บิ๊กป้อม” ลากไส้ขบวนการสหพันธรัฐไท แฉเชื่อมโยงพวกหนีคดี ม.112 ลุยเอาผิดเต็มที่ฐานกบฏแบ่งแยกการปกครอง

หลังจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาลปลุกกระแสโจมตี “เฌอปราง” นักร้องดังวง BNK48 ที่ไปร่วมเป็นพิธีกรรายการเดินหน้าประเทศไทย เพื่อช่วยโปรโมตงานรัฐบาล ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ชี้แจงการดึงศิลปินดารามาช่วยงานรัฐบาลเป็นการดึงคนรุ่นใหม่มาช่วยทำความดีให้ประเทศ ไม่ได้สร้างความเสียหาย โดยให้กำลังใจ “เฌอปราง” อย่าไปยอมแพ้คนไม่ดี

“บิ๊กตู่” ปราม “จตุพร” ให้อยู่เฉยๆ

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.เสนอให้ทุกพรรคถอดหัวโขนจับเข่าคุยก่อนตกลงกับ คสช. เพื่อให้พรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลว่า การที่นายจตุพรบอกให้ถอดหัวโขน คิดว่านายจตุพรต้องถอดหัวตัวเองออกไปก่อน ไอ้คนพูดไปขยายความให้เขาทำไม น่าเชื่อถืออะไรหรือเปล่า และมีส่วนร่วมในความขัดแย้งทางการเมืองช่วงที่ผ่านมาหรือไม่ ทุกคนรู้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตนไม่ไปทะเลาะด้วย ให้เขาเงียบๆไปบ้าง ถอดหัวตัวเองออกไปบ้าง อยู่เฉยๆดีที่สุดไปเตรียมสู้คดีมีเยอะแยะ

โอดสงสาร “เฌอปราง” ถูกด่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลโจมตี “เฌอปราง” วง BNK48 เป็นเครื่องมือรับใช้รัฐบาลหลังออกรายการเดินหน้าประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไอ้คนพวกนี้ส่วนใหญ่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศแล้วก็เข้ามาโจมตี “เฌอปราง” สงสารเด็ก การที่ทุกคนช่วยกันทำความดีให้ประเทศเสียหายตรงไหน ตนไม่มีผลประโยชน์อะไรจากดารา เราต้องการคนรุ่นใหม่ เขาเพียงแต่มาเป็นเหมือนโฆษกรัฐบาล ไม่คิดค่าใช้จ่ายนั่นคือความผิดหรือ การทำความดีผิดตรงไหน สงสารน้องเฌอปราง หลายคนก็โดนหมด แล้วเป็นการโหนกระแสหรือ กระแสรัฐบาลก็แรงอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนกระแสในทางที่ดี ถูกต้องยั่งยืนแล้วผิดตรงไหน บางคนไม่ฟังตนพูด เบื่อขี้หน้าตนพูดไม่เพราะ ดุเกินไป ก็เอาสาวๆมาพูด มันไม่ดีหรือ ขอให้กำลังใจน้องเฌอปราง อย่าไปยอมแพ้คนไม่ดี ไม่มีคุณธรรม การทำความดีทำได้ทุกเวลา ทุกหน้าที่ ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ต่างคนต่างไม่ได้ประโยชน์ แต่ประเทศและประชาชนได้ประโยชน์ ต้องมองตรงนี้

พ้อทำดีกว่าเดิมแต่คนยังไม่พอใจ

นายกฯกล่าวอีกว่า ถ้าทุกคนไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรก็อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรรัฐบาลก็ไม่ปวดหัว ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งสร้างความขัดแย้งกับใคร คนก็ชอบรักรัฐบาล วันนี้ต้องจัดระเบียบบ้านเมือง สร้างการรับรู้ให้ได้ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร การเลือกตั้งจะได้รัฐบาลหรือ ส.ส.ที่ดีมาอย่างไร ตนพูดตรงนี้มันเอื้อประโยชน์ให้ใคร ตนไม่ได้อยู่พรรคไหน อย่าเพิ่งมากังวลกันเรื่องนี้ ไม่อยากให้ฟังนักการเมืองมากนักในตอนนี้ ฟังได้แต่อย่ามาไล่ล่ากับตน คนละเรื่องกันแยกแยะให้ออกว่า ตนกำลังเตรียมการไปสู่การเลือกตั้ง สิ่งที่กังวลคือ เมื่อถึงช่วงการปลดล็อก อะไรต่างๆจะวุ่นวายหรือไม่ ต้องช่วยลดความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะเสียหาย การลงทุนการท่องเที่ยวติดชะงัก จะได้อะไรขึ้นมาได้รัฐบาลเดิมๆที่ชนะคะคานมาด้วยความขัดแย้งบิดเบือนแล้วจะได้รัฐบาลที่ดีไหม วันนี้อะไรที่ดีควรจะชม หลายอย่างเริ่มต้นมาจากหลายรัฐบาล ไม่ใช่จากรัฐบาลนี้ อะไรดีตนทำต่อ และทำให้ดีขึ้น แต่ความพอใจของคนทั้งโลกไม่มีที่สิ้นสุด ทุกคนอยากให้ครอบครัวและตัวเองสบายมากสุด โดยบอกให้รัฐดูแล รัฐทำได้แค่ขยายโอกาส สร้างความเป็นธรรมเท่าเทียม ไม่ใช่ทำอะไรก็เทลงไป สุดท้ายทำให้เกิดหนี้

หวัง ปชช.ใช้สิทธิเลือกตั้ง 90%

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงแนวคิดให้อบรมพิเศษข้าราชการท้องถิ่นและประชาชน 3 เดือน ก่อนการเลือกตั้งว่า อาจใช้คำพูดหนักไปที่ว่าจะให้มี การอบรมพิเศษ ความจริงคืออยากให้มีการสร้างการรับรู้ความเข้าใจ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยทำไปบ้างแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้ประชาชนในท้องถิ่นเข้าใจว่า จะมีการบริหารราชการแบบธรรมาภิบาลได้อย่างไร ระบบบริหารราชการแผ่นดิน การใช้จ่ายงบประมาณต่างจากที่ผ่านมาอย่างไร ต้องสร้างการรับรู้ใหม่ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปสนับสนุนใคร พรรคไหน เลือกใคร เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทุกคนต้องมีหลักคิดจะเลือกคนอย่างไรเข้ามา หลายอย่างเปลี่ยนแปลงตามรัฐธรรมนูญใหม่ ตนอยากให้ออกมาเลือกตั้งควรจะร้อยละ 90 ขึ้นไป

“บิ๊กป้อม” ปัดส่ง “จ้อน” ชิงผู้นำ ปชป.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ คสช.ส่งนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เนื่องจากนายอลงกรณ์สนิทกับทหารใน คสช.ว่า นายอลงกรณ์อยู่ตรงไหนใน คสช. และสนิทกับทหารคนไหน ตนไม่รู้ อย่ามาถาม เป็นเรื่องของพรรคการเมือง จะเอาใครก็ว่ากันไป ส่วนที่นายอลงกรณ์ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์นั้น ออกมาทำงานเป็นสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ไม่ได้ไปสมัครเป็น คสช. นายวัชระพูดเองเออเอง ส่วนกระแสข่าว คสช.ได้สรรหารายชื่อ ส.ว.เสร็จแล้ว นั้น ยืนยันยังไม่มีการสรรหารายชื่อ ใครเป็นคนเล่ามา ก็ไปถามคนเล่าสิ

“วิวัฒน์” โต้ถูกปลดพ้นทีม ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวถูกปรับออกจาก ครม.ว่า ไม่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยังระบุเลยว่า ใครเป็นคนลือปล่อยข่าว และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ สอบถามว่าไปพบนายกฯเรื่องนี้แล้วหรือ ตนยืนยันว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายกฯย้ำว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนักใจว่างานที่ได้รับมอบหมายจะไม่สำเร็จ โดยเฉพาะการทำเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่นายกฯย้ำเสมอ ต้องทำให้สำเร็จ มีเป้าหมายทำให้ได้ 5 ล้านไร่ ข่าวที่ออกมาอย่าไปซีเรียส การระบุตนจะถูกปลดเพราะคัดค้านการนำเข้าสารเคมีเพื่อการเกษตรนั้น การทำเกษตรอินทรีย์ต้องคัดค้านสารเคมีทุกชนิด ไม่ใช่ เฉพาะสารเคมีอันตราย 3 ชนิด การทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องสร้างความเข้าใจให้เกษตรกร ตนไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าว เพราะหน้าที่คือพาเกษตรกรออกจากหนี้สิน อย่างไรก็ตาม หากโดนปรับออกก็ไม่น้อยใจ เพราะตั้งใจมาช่วยนายกฯ 1 ปี ซึ่งก็จะครบปีอยู่แล้ว ยืนยันไม่กังวลจะถูกปรับออก ข่าวที่ออกมาไม่ทำให้ท้อ และไม่มีเหตุผลที่จะลาออก เมื่อตั้งใจเข้ามาช่วยแล้วจะช่วยให้ถึงที่สุด ขอบคุณคนปล่อยข่าวถูกปลด เพราะหลังจากนั้นสื่อได้ช่วยเหลือจนทำงานได้ง่ายขึ้น

“ป้อง รมช.เกษตรฯไม่ใช่จุดอ่อน

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระแสข่าวการปลดนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ออกจาก รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่เป็นความจริง เรื่องนี้ไม่อยากให้เป็นข่าว ไม่ทราบว่าข่าวมาจากไหน ต้องไปถามสื่อที่นำเสนอ ได้สอบถามนายวิวัฒน์แล้วไม่มีอะไร ยังทำงานตามปกติ ยืนยันว่า นายวิวัฒน์ไม่ได้เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลที่ต้องปรับออก เมื่อถามว่าข่าวการปรับนายวิวัฒน์พ้น ครม. เกี่ยวกับกรณีเดินหน้ายกเลิกสารเคมีอันตราย 3 ชนิดคือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตหรือไม่ นายกฤษฎาตอบว่า ข้อเท็จจริงคือได้มอบหมายให้นายวิวัฒน์ไปขยายผลการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดสาร

ผบ.ทอ.มั่นใจเลือกตั้งสงบเรียบร้อย

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. กล่าวถึงการโปรดเกล้าฯ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เป็น ผบ.ทอ.คนใหม่ ว่า ผบ.ทอ.คนใหม่มีความรู้ความสามารถ อยู่กับระบบการพัฒนากองทัพอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าจะนำกองทัพอากาศไปสู่จุดมุ่งหมายได้แน่นอน ในส่วนปี 2562 ที่จะมีการเลือกตั้งนั้น บทบาทของทหารคือการดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย เชื่อว่าจะเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิมได้ เมื่อถามว่า ขณะนี้กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น เป็นห่วงว่าจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ พล.อ.อ.จอม ตอบว่า คิดว่าไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นบทบาทที่ทุกคนต้องทำตามหน้าที่ของเขา เมื่อถามว่า ในส่วน ผบ.ทอ.เองมีใครทาบทามไปดำรงตำแหน่งสำคัญ หลังเกษียณอายุราชการหรือไม่ พล.อ.อ.จอมตอบว่า ไม่มี หลังเกษียณคิดว่า จะไม่ทำอะไรแล้ว อาจจะพาครอบครัวไปพักผ่อน

สั่งทุกกระทรวงบี้ ก.ม.ค้างท่อ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.สั่งการในที่ ประชุม ครม.ให้แต่ละกระทรวงเร่งรัดกฎหมายที่ค้างคาอยู่ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานว่า ขณะนี้มีกฎหมายอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 80 ฉบับ อยู่ที่ สนช.40 ฉบับ นายกฯเห็นว่าปี 62 จะมีการเลือกตั้งและได้รัฐบาลใหม่ จึงอยากให้เร่งรัดกฎหมายที่รัฐบาลชุดนี้ต้องการผลักดัน หากออกกฎหมายไม่ทันกฎหมายอาจตกไป

“มีชัย” แนะตั้งหน่วยจับตาโซเชียล

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นัดสุดท้าย โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวก่อนการประชุมถึงการออกระเบียบการควบคุมหาเสียงทางโซเชียลว่า เป็นหน้าที่ กกต.คิดหาแนวทางเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับค่าใช้จ่ายการหาเสียง ส่วนการใส่ร้ายป้ายสีถือเป็นเรื่องหมิ่นเหม่และอันตรายมาก จะกระทบชาวบ้านทั่วไปที่เห็นข่าวแล้วไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่สนใจและไปแชร์ต่อ หากต้นตอเป็นเท็จระหว่างการหาเสียง ประชาชนต้องระวัง เพราะ กกต.จะกำจัด และควบคุมไม่ได้ คิดว่าควรมีหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมา โดยมีสายด่วนเพื่อคอยรับแจ้ง และจัดการลบข้อความในโซเชียลที่เป็นเท็จ ถ้าทิ้งไว้จะเป็นอันตรายกับบุคคลที่ถูกพูดถึง แต่ไม่ถึงขนาดต้องไปกำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพราะหากใส่ไว้ ถ้าไม่ใช้ช่วงเลือกตั้งจะกลายเป็นผิดความมั่นคงไปด้วย จึงต้องระมัดระวัง ส่วนการทำงานของรัฐบาล คสช. ระหว่างการเลือกตั้งนั้น เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง คสช.ยังมีอำนาจเต็มจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ จึงใช้อำนาจได้เต็ม แต่การมีอำนาจไม่ได้แปลว่าต้องใช้ ที่ผ่านมา คสช.ระมัดระวังการใช้อำนาจตามกฎหมายอยู่ตลอด ข้อกังวลที่ว่าจะใช้อำนาจหาเสียงให้บางพรรคการเมืองนั้น คิดว่าคะแนนนิยมไม่ต้องใช้คำสั่ง คสช.ก็ได้

“จ้อน” ยื่น 5 กฎเหล็กแลกนั่ง หน.พรรค

นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะเสนอกฎเหล็ก 5 ข้อให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์พิจารณาเป็นคำมั่นสัญญาหรือสัญญาประชาคมว่า พร้อมจะทำตามข้อเสนอของตน หากต้องการให้ตนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือกฎเหล็ก 5 ข้อ เป็นสัญญาประชาคมชุดแรกก่อนตัดสินใจร่วมกับสมาชิกทุกคนนำพรรคประชาธิปัตย์สู่การเลือกตั้งครั้งหน้า ได้แก่ 1.ต้องไม่มีการซื้อเสียงหรือทุจริตในการเลือกตั้งเด็ดขาด ไม่ว่าผู้สมัคร ส.ส.หรือผู้สนับสนุน 2.ต้องไม่หาเสียงโจมตีใส่ร้ายคนอื่นเด็ดขาด ต้องหาเสียงอย่างสุภาพบุรุษ-สุภาพสตรี แข่งด้วยนโยบายวิสัยทัศน์และความสามารถการบริหาร 3.ต้องไม่รับทุนใต้โต๊ะในการเลือกตั้งเด็ดขาด เพื่อไม่ต้องเป็นหนี้ต่างตอบแทนและทุจริตฉ้อฉล เราจะเป็นหนี้ประชาชนเท่านั้น

ชูไม่ต่อสู้ข้างถนน–ไม่ทุจริต

นายอลงกรณ์กล่าวว่า 4.ต้องไม่ต่อสู้นอกระบบโดยเด็ดขาด ต้องยึดมั่นระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย 5.ต้องไม่คอร์รัปชันเด็ดขาด ไม่ว่าตัวเองครอบครัวเครือญาติหรือพวกพ้อง สมาชิกที่จะลงสมัคร ส.ส.และผู้ที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องเซ็นใบลาออกล่วงหน้า ทุกคนเคยทำผิดทำพลาดด้วยกันทั้งนั้น รวมทั้งตน ถึงเวลาต้องแก้ไข เริ่มต้นใหม่ ร่วมกันสร้างพรรคให้เป็นความหวังทางเลือกที่ดี ขอให้เข้าใจว่าเราตั้งต้นทำสิ่งใหม่ๆเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ทำเพื่อประเทศ นี่คือการถอดชนวนวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างถาวรยั่งยืน ต้องกล้านำ ทำทันที เพื่อเป็นตัวอย่างต้นแบบของพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งพรรคเก่าพรรคใหม่ เราต้องกล้าเปลี่ยนแปลง ต้องไม่กลัวแพ้ ถ้าแพ้เพราะทำความดีก็ต้องสู้ต่อไปจนกว่าจะชนะ เชื่อว่าความดีจะชนะทุกสิ่ง และประชาชนจะเห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคประชาธิปัตย์ และให้โอกาสจะดำเนินการทันทีที่เป็นหัวหน้า

หยัน “อลงกรณ์” อย่าสำคัญตัวผิด

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ 5 เงื่อนไขต่อสมาชิกพรรคแลกกับการลงสมัครชิงหัวหน้าพรรคว่า นายอลงกรณ์สำคัญตัวเองผิดไปหรือไม่ที่ยื่นข้อเสนอแบบนี้ เพราะคุณสมบัติที่จะมาสมัครหัวหน้าพรรคนั้นยังไม่มีเลย นายอลงกรณ์เป็นอะไรมากหรือไม่ จึงคิดเลอะเทอะขนาดนี้ ทำไมพรรคต้องรับข้อเสนอด้วย นายอลงกรณ์เป็นใคร จึงกล้ายื่นข้อเสนอ อย่าไปพูดอะไรที่ทำให้อดีตนายทหารเกษียณเคลิบเคลิ้มอีกเลย และไม่เห็นว่ามีประธานสาขาพรรคคนใดออกมายืนยันว่าสนับสนุนนายอลงกรณ์ตามที่กล่าวอ้าง หลังจากนายอลงกรณ์ลาออกจากพรรคไปทำงานการเมืองให้ คสช.ไม่มีใครอยากไปยุ่งด้วย อยากท้านายอลงกรณ์ว่า ใครที่สนับสนุนช่วยออกมายืนยันหน่อย จะได้รู้ว่ามีจริงหรือไม่ ไม่ใช่ มากล่าวอ้างแบบลอยๆให้สมาชิกพรรคและสังคมสับสน ส่วนตัวยังยืนยันว่ามีความพยายามจากบางฝ่ายส่งนอมินีบางคนมายึดพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ติดตามว่าเป็นจริงอย่างที่พูดหรือไม่ ถึงเวลานั้น ทุกคนจะรู้เอง

ตั้งสเปกสูงสกัดท้าชิงเก้าอี้ “มาร์ค”

นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สถานภาพนายอลงกรณ์ขณะนี้พ้นสภาพเป็นสมาชิกพรรคไปนานแล้ว ถือเป็นคนนอก หากจะเสนอตัวเพื่อเป็นหัวหน้าพรรคก็ทำได้ แต่พรรคมีข้อกำหนดว่า คนที่จะเข้ามาหยั่งเสียงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคต้องทำตามข้อบังคับพรรค ซึ่งร่างไว้คร่าวๆแล้วเช่น ต้องมีอดีต ส.ส.รับรองอย่างน้อย 40 คน และมีสมาชิกพรรคแต่ละภูมิภาคให้การรับรองภาคละ 1,000 คน รวม 4 ภาคก็ 4,000 คน รวมถึงต้องเคยเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งอดีตรัฐมนตรีด้วย ถ้านายอลงกรณ์คิดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามนี้ ก็สามารถลงสมัครหยั่งเสียงเป็นหัวหน้าพรรคได้ ส่วนข้อเสนอ 5 ข้อที่นายอลงกรณ์ระบุนั้น พรรคประชาธิปัตย์ทำมานานแล้วทั้งเรื่องไม่ทุจริตเลือกตั้ง และการแข่งขันที่เสรี เป็นธรรม ทำมาตลอด

“สัมพันธ์” ไล่ “มาร์ค” ไขก๊อกชั่วคราว

นายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ควรให้การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 62 ผ่านไปก่อน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ควรลาออกจากการทำหน้าที่หัวหน้าพรรคไปก่อน แล้วให้ผู้ใหญ่ของพรรค เช่น นายชวน หลีกภัย ทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค เพื่อให้การเลือกตั้งกลมเกลียวกันมากขึ้น หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ส.ส.ค่อยว่ากันอีกครั้ง การมีหัวหน้าพรรครักษาการจะทำให้พรรคเป็นปึกแผ่นมากขึ้น ส่วนคนนอกที่ประสงค์ลงสมัครหัวหน้าพรรค อย่าไปกังวล พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่ มีอุดมการณ์ ใครจะเข้าออกไม่ง่ายอย่างที่คิด พรรคมีวิธีดูแลและปกครองคนในพรรคมายาวนาน หากใครมีความประสงค์จะลงสมัครหัวหน้าพรรคต้องลาออกจากพรรคอื่นก่อนแล้วมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค สมาชิกพรรคจะพิจารณาว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่ง

จี้หยุดใช้ประเทศเป็นตัวประกัน

นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ คสช.และรัฐบาลไม่ยอมปลดล็อกทางการเมืองทันที แต่มีเงื่อนงำทำสองขยักคือ คลายล็อกก่อนทั้งที่ผู้นำรัฐบาลประกาศแล้วว่า จะเดินหน้าเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ซึ่งเหลือเวลาอีกไม่มากในการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองเก่าและใหม่ถึง 69 พรรค ในจำนวนนี้เป็นพรรคการเมืองที่ประกาศตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อสืบทอดอำนาจต่อ ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันมาก พรรคที่สนับสนุน คสช.เดินหาเสียงได้ หาสมาชิกพรรคได้ มีข้าราชการรัฐคอยสนับสนุน นำว่าที่ผู้สมัครฝ่ายตนเองออกหาเสียงแจกของ โดยเฉพาะเขตภาคอีสานและภาคเหนือฐานเสียงพรรคเพื่อไทย เมื่อรัฐบาล คสช.มีความได้เปรียบจะกลัวอะไรกับแค่เรื่องปลดล็อกทางการเมืองทันที เกือบ 5 ปีนานเกินไปกับการเอาประเทศไทยเป็นตัวประกันของเผด็จการ ควรปลดล็อกได้แล้ว อย่าทำให้ประเทศชาติเสียหายไปมากกว่านี้เลย

“เต้น” บลัฟ คสช.ไม่ปลดล็อกกลัวแพ้

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.กล่าวว่ากรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกเหตุผลที่ คสช.ยังไม่ปลดล็อกเพราะมีความกลัวว่า มีอะไรต้องกลัว เพราะกลไกทุกอย่างอยู่ในมือเบ็ดเสร็จ ทุกฝ่ายในการเมืองต่างพร้อมใจเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้ง ไม่มีใครสร้างเหตุวุ่นวายแน่นอน ที่พอจะคิดได้ว่าน่ากลัวคือ กลัวแพ้ ถ้าพูดกันจริงๆไม่ควรกลัว เพราะจนกว่าจะถึงวันลงคะแนนยังไม่มีใครฟันธงผลได้ แต่เมื่อดูภาพรวมต้องบอกว่าฝ่ายผู้มีอำนาจเป็นต่อไม่มีอะไรน่ากลัว อย่าให้ใครพูดได้ว่า ประชาชนใจถึงกว่า พร้อมสู้ทั้งที่เป็นรองทุกด้าน สำหรับตนที่น่ากลัวที่สุดคือ ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วบางฝ่ายไม่ยอมรับ มีการฝืนมติประชาชนจนกลายเป็นความขัดแย้งใหญ่ ถ้าเป็นแบบนั้นถือว่าแพ้กันทั้งประเทศ

ยื่นสอบ “บิ๊กตู่” ให้ดาราตีปี๊บผลงาน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณี พล.อ.ประยุทธ์ให้ศิลปินดารามาช่วยงานเป็นพิธีกรรายการเดินหน้าประเทศไทย โดยไม่จ่ายค่าตัว มีการทำมาแล้ว 4-5 ครั้ง เข้าข่ายได้รับผลประโยชน์อื่นใด โดยไม่ใช่ตัวเงินหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณี พล.อ.ประวิตรที่ล่าสุดยอมรับนาฬิกาหรูที่ใส่จำนวนมาก ไม่ใช่ของตัวเอง แต่ยืมคนอื่นมาใส่เป็นสิบปี จึงเข้าข้อกฎหมายเรื่องการรับประโยชน์อื่นใดด้วยเช่นกัน ขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 128 และ 169 หรือไม่ยืนยันว่า ไม่ได้ทำตัวเป็นศรีธนญชัยเรื่องผลประโยชน์อื่นใด ทุกอย่างว่าไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่ได้เลือกปฏิบัติ จ้องตรวจสอบเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร

“ศรีสุวรรณ” ยื่นเอาผิด “บิ๊กป้อม” เพิ่ม

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันที่ 12 ก.ย. เวลา 10.30 น. จะไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการเอาผิดเพิ่มเติมกรณีการครอบครองนาฬิกาหรู โดยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ยอมรับนาฬิกาหรูไม่ใช่ของตัวเอง แต่ยืมคนอื่นมาใส่เป็น 10 ปี และตอนนี้ได้คืนไปหมดแล้ว ซึ่งเท่ากับยอมรับความจริงต่อสาธารณะว่า พล.อ.ประวิตรครอบครองนาฬิการาคาแพงเหล่านี้จริง แม้จะอ้างคืนเจ้าของไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่พ้นความผิด ถือได้ว่าเป็นการได้ประโยชน์จากบุคคลอื่น หรือรับประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ขัดมาตรา 103 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นให้ ป.ป.ช.ดำเนินการกับ พล.อ.ประวิตรไปแล้ว 2 กรณีคือ ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อันเป็นเท็จ และการร่ำรวยผิดปกติ

สามมิตรโต้ไม่ได้สร้างราคา

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกรณีการโจมตีกลุ่มสามมิตรสร้างราคาเกินจริง ได้แต่อดีต ส.ส.พวกตะวันใกล้ตกดินว่า ไม่อยากตอบโต้อะไร เพราะไม่อยากเล่นการเมืองแบบเก่า ไม่สร้างสรรค์ แต่ ส.ส.พวกใกล้ตะวันตกดินยังดีกว่าพวกยังไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน กลุ่มสามมิตรคงไม่ใส่ใจ เอาเวลาไปลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนดีกว่า ไม่อยากเสียเวลาเรื่องแบบนี้ การเมืองไทยไม่ค่อยพัฒนา หากคอยแต่สาดโคลนใส่กัน เอาเวลาไปคิดนโยบายดีๆ เป็นประโยชน์กับประชาชนดีกว่า กลุ่มสามมิตรไม่ได้สร้างราคา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนเห็นได้จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนที่ผ่านมา บางครั้งก็ถูกต่อว่า แต่เพื่อแลกกับความเห็นที่หลากหลายก็ยอม เพราะต้องการมุมมองที่แตกต่างออกไป ขอแค่มีค่าในสายตาประชาชนก็พอแล้ว หากจะไม่มีค่าไม่มีราคาในสายตาพรรคการเมืองก็ไม่เป็นไร

ลุยเต็มที่เอาผิดสหพันธรัฐไท

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีการจับกุมผู้ที่ใส่เสื้อสีดำมีสัญลักษณ์สหพันธรัฐไทว่า ขอถามกลับคำว่าสหพันธรัฐไทถูกกฎหมายหรือไม่ ประเทศไทยเป็นสหพันธรัฐได้หรือไม่ ความหมายของสหพันธรัฐเป็นการล้มระบบการปกครองหรือไม่ เข้าข้อหากบฏ อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญแล้วประเทศไทยคือประเทศไทย ที่ผ่านมามีการดำเนินการทางกฎหมาย ขอร้องว่าอย่าทำ อย่าร่วมมือเพราะเป็นบ่อนทำลายชาติ สิ่งที่กำหนดในรัฐธรรมนูญเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียว แบ่งแยกมิได้ สหพันธรัฐเป็นการแบ่งแยกเป็นรัฐให้มีอิสระ อะไรที่ขัดรัฐธรรมนูญเป็นไปไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมายอย่างรุนแรง ในโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่พยายามปิดกั้นการพูดในลักษณะนี้ แต่ทำไม่ได้เพราะมาจากต่างประเทศ บางครั้งต้องใช้อำนาจศาลสั่งปิด แต่ก็เปิดใหม่ขึ้นตลอด คนกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับคนที่อยู่ต่างประเทศหรือไม่ ทุกอย่างมีเบื้องหลังทั้งหมด อย่ามาบอกว่ารัฐบาลรังแกคน เอากฎหมายมาดูว่าผิดกฎหมายข้อใด เชื่อมโยงกับใคร วันนี้ออกหมายจับไปแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนสืบสวนสอบสวน มีการขายเสื้อ แต่สัญลักษณ์ประเทศไทยคือธงไตรรงค์เท่านั้น

แฉพวกหนี ม.112 โยงขบวนการ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้มีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการสหพันธรัฐไทได้แล้ว 4 ราย ขบวนการดังกล่าวมาจากประเทศลาว มีเครือข่ายในประเทศไทย มีนายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง เป็นผู้ดำเนินการ มีการติดต่อกัน มีการขายเสื้อ ขายธง นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับผู้หลบหนีคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นที่อาศัยอยู่ในประเทศลาวทั้งหมด หากสอบสวนไปถึงบุคคลใดจะจับกุมทั้งหมด การกระทำในลักษณะดังกล่าวถือเป็นกบฏ กำลังหารือกับทางการลาวไม่ให้ช่วยเหลือขบวนการเหล่านี้ การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการปลุกระดมทางโซเชียลมีเดีย พยายามทำให้คนเกิดความคิดแบ่งการปกครองเป็นสหพันธรัฐใหม่ ไม่ให้มีสถาบัน เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะนายชูชีพหรือลุงสนามหลวง ตามมานานแล้ว

ทหารคุมตัว “วรรณภา” ส่ง ตร.

ที่กองปราบปราม พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. นำตัวนางวรรณภา (สงวนนามสกุล) ชาว จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร มามอบให้พ.ต.ท.เสวก บุญจันทร์ รองผกก (สอบสวน) กก.1 บก.ป.ดำเนินคดี หลังถูกทหารจับกุมพร้อมเสื้อยืดโปโลสีดำมีแถบป้ายสีขาวแดงที่หน้าอก มีความหมายเชิงสัญลักษณ์แบ่งแยกการปกครอง “สหพันธรัฐไท” ได้ที่บริเวณห้องพักย่าน จ.สมุทรปราการ โดยมีนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เดินทางมาช่วยเหลือ โดยนางวรรณภา กล่าวว่า ไม่รู้เสื้อที่รับมาเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แค่ไปรับเสื้อมาเท่านั้น ก่อนถูกนำตัวเข้าห้องขัง เพื่อส่งตัวฝากขังต่อศาลอาญาในวันที่ 12 ก.ย.นี้

ตั้ง “พุทธิพงษ์” นั่งรองเลขาฯนายกฯ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.61 ทำหน้าที่ประสานติดตามเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเรื่องร้องเรียนประชาชน และทำหน้าที่ประสานงานรัฐสภา สนับสนุนการทำงานของนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

แต่งตั้งโยกย้าย 8 บิ๊ก ก.เกษตรฯ

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายสุรจิตต์ อินทรชิต เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายมีศักดิ์ ภักดีคง ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นรองปลัดกระทรวง น.ส.จริยา สุทธิไชยา รองปลัดกระทรวง เป็นเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เป็นเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นอธิบดีกรมวิชาการเกษตร น.ส.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และ น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน

“มาร์ค” รู้ล่วงหน้าลูกทีมถูกทาบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ครม.แต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองว่า ทราบล่วงหน้าแล้ว เพราะนายพุทธิพงษ์เข้ามาคุยกับตนเรื่องนี้หลายครั้งว่า รัฐบาลทาบทามให้ไปช่วยกันแก้ปัญหา เนื่องจากนายพุทธิพงษ์มีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุยกับคนในรัฐบาลหลายครั้ง จึงทราบปัญหาการทำงานของรัฐบาลดี นายพุทธิพงษ์บอกกับตนว่า ตัดสินใจเรื่องนี้อยู่นานว่าจะเอาอย่างไร ในที่สุดจึงขอไปช่วยงานรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่มีเรื่องพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง แต่ตนไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร แต่เคารพการตัดสินใจของนายพุทธิพงษ์

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้ข่าวก็อึ้ง ปกติโทรศัพท์คุยกันประจำ แต่ไม่เห็นนายพุทธิพงษ์พูดอะไร เชื่อว่านายพุทธิพงษ์จะเอาความเก่งไปช่วยรัฐบาล แต่ติดปัญหาว่านายพุทธิพงษ์จะสั่งนายพลในวิปได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามรู้สึกเสียดายคนเก่ง แต่พรรคมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาแทน เชื่อว่าคนที่มาแทนเข้มแข็งไม่แพ้นายพุทธิพงษ์ อาจเป็นรองเพียงเรื่องประสบการณ์ เพราะเป็นคนหน้าใหม่

นายกฯชมเมืองอัจฉริยะรูปแบบ 3 ดี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุม ครม. ก่อนการประชุม นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำคณะผู้จัดงาน “Digital Thailand Big Bang 2018” เข้าพบนายกฯพร้อมแสดงกิจกรรมโลกเสมือน 3D visualization เมืองอัจฉริยะและดิจิทัลพาร์ค นำเทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาเมืองท่องเที่ยวเสมือนจริงผ่านการชมดิจิทัลพาร์ค โดย พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า นี่คือประโยชน์นวัตกรรมจัดระเบียบผังเมือง การแก้ปัญหาจราจรในอนาคต จากนั้นนายกฯชมมวยไทยดิจิทัล “มวยไทย ไอกล้าแอปพลิเคชัน” เยี่ยมชมเทคโนโลยีการสแกนใบหน้า 180 องศา ที่ใช้กับวงการแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ขณะที่นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำ น.ส.กาญจนา แย้มพราย ผู้บริหารบริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรเข้าพบนายกฯ พร้อมจัดแสดงทุเรียนแปรรูปที่รับซื้อทุเรียนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบปัญหาราคาในพื้นที่ตกต่ำ ไม่มีผู้เข้าไปรับซื้อ นายกฯได้ชิมข้าวเหนียวทุเรียนเชื่อมพร้อมชมว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้า ทำราคาทุเรียนดีขึ้น ผลิตภัณฑ์ใดขายดีให้ส่งเสริมขยายตลาด ทั้งนี้ผู้ประกอบการได้นำไอศกรีมทุเรียนมาเสิร์ฟในที่ประชุม ครม.

“บิ๊กตู่” จ่อลุย ครม.เพชรบูรณ์–เลย

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีกำหนดประชุม ครม.สัญจร จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เลย ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ โดยวันที่ 17 ก.ย. นายกฯจะเป็นประธานสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชนแก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด เยี่ยมชมโครงการการจัดการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวทางประชารัฐของ อ.เชียงคาน ช่วงบ่ายจะเดินทางไป จ.เพชรบูรณ์ ชมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ วันที่ 18 ก.ย. นายกฯเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ที่ ม.ราชภัฏเพชรบูรณ์ จากนั้นจะประชุม ครม. พบปะประชาชน และเป็นสักขีพยานมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์

“ไพบูลย์” ร้องศาล รธน.ถูกฟ้องกบฏ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉฉ่าย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยกรณีพนักงานอัยการส่งฟ้องนายไพบูลย์และประชาชนที่ร่วมแสดงความคิดเห็นการชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมปี 2557 ต่อศาลอาญาในโทษฐานกบฏ สนับสนุนกบฏ ทั้งที่การชุมนุมดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยรวม 11 คำสั่ง ระหว่างวันที่ 18 ธ.ค.56-12 ก.พ.57 ว่าเป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพโดยชอบธรรม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร แต่อัยการกลับเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม นำการแสดงความคิดของตนรวมถึงประชาชนมาเป็นเหตุฟ้องคดี เห็นว่าเป็นปัญหาละเมิดสิทธิที่รัฐธรรมนูญเขียนให้เป็นอำนาจที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพื่อเป็นบรรทัดฐานโดยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงได้นำเรื่องมายื่นขอให้ผู้ตรวจฯพิจารณา

ป่วนปลอมมติ ครม.ตั้ง ขรก.แรงงาน

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวกระทรวงแรงงานรายงานว่า ในช่วงบ่ายหลังจากการประชุม ครม. ข้าราชการในกระทรวง ได้แชร์ข้อมูลที่อ้างว่าเป็นมติ ครม.แต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวง 6 รายอย่างกว้างขวางจนเป็นที่ฮือฮา แต่สุดท้ายพบว่าเป็นมติ ครม.ที่ถูกปลอมขึ้นมา โดยทีมงาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ยืนยันว่า ยังไม่มีการเสนอรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงให้ ครม.พิจารณา ทำให้ พล.ต.อ.อดุลย์ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไป จ.นครพนม สั่งตามล่าหาตัวมือมืดที่ทำมติ ครม.ปลอมให้ได้ ทั้งนี้นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวง ซึ่งมีชื่อเป็นหนึ่งในมติ ครม.ปลอมดังกล่าว กล่าวว่า มีคนส่งข้อความแสดงความยินดีเต็มไปหมดแต่ไม่ได้ตอบกลับ เพราะทราบว่ายังไม่มีมติ ครม.เรื่องนี้

สนช.จัดงานพบประชาชน 76 จังหวัด

ที่รัฐสภา นายพีระศักดิ์ พอจิตร รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงจัดโครงการสมาชิก สนช.พบประชาชน 76 จังหวัด ที่รัฐสภา ในวันที่ 14 ก.ย. โดยมีตัวแทนประชาชน 76 จังหวัด จังหวัดละ 8-10 คน 6 คน จากภาคประชาชน ส่วนที่เหลือมาจากตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด อบจ.ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังมีตัวแทน ครม.ที่เกี่ยวกับ 7 กลุ่มปัญหาคือ ปัญหาที่ดิน แหล่งน้ำ การเกษตร การคมนาคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และปัญหาสังคมด้านอื่นๆมาชี้แจงด้วย อาทิ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ รมช.คลังเพื่อผลักดันแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาไปได้หลายเรื่อง อาทิ หนี้สินเกษตรกร ที่ดินทำกิน และปัญหาเรื่องน้ำ การจัดงาน สนช.พบประชาชนครั้งนี้ไม่ใช่การหาคะแนน เพราะ สนช. มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน สนช.จึงเข้ามาช่วยเหลือ เป็นการทำหน้าที่ให้เต็มที่

สั่ง มท.เคลียร์บริหารจัดการขยะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวว่า ในการประชุม ครม. ได้ให้แนวทางเกี่ยวกับเรื่องขยะ โดยให้กระทรวงมหาดไทยไปทำความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการขยะมีอะไรตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง แล้วทำให้รู้ว่าขยะเหล่านี้มีคุณค่าอย่างไร จะบริหารจัดเก็บอย่างไร วันนี้งบประมาณกำจัดขยะมี 2 พันกว่าล้านบาท แต่ใช้จริงๆ 2 หมื่นกว่าล้านบาท รัฐบาลต้องเอางบกลางโปะไปอีก 17,200 ล้านบาทต่อปี ไม่รู้จะไปหาเงินจากไหน ไม่ได้บอกจะบริหารขยะแล้วตูดขาด ที่ผ่านมาเก็บภาษีได้มากกว่าเป้าหมายหลายอย่างไม่มีตูดขาด คำว่าตูดขาดต้องบริหารไม่ได้ หนี้สาธารณะท่วมหัว แต่เรามีทุนสำรองระหว่างประเทศระดับต้นๆของโลก

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เรื่องการแก้ปัญหาขยะในส่วนท้องถิ่นมีหลายเรื่องต้องว่ากัน เมื่อได้แนวทางจาก ครม.แล้วจะนำไปซักซ้อมการปฏิบัติในท้องถิ่น จากนั้นจะสร้างการรับรู้จากสังคมว่าตั้งแต่คนทำขยะ คนเก็บขยะ ไปจนถึงการกำจัด โดยคนที่จะดำเนินการในพื้นที่คือผู้ว่าราชการจังหวัดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้