วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฝนถล่ม น้ำทะเลสูง! เตือน กรุงเทพฯ กำลังจมบาดาล

ฝนถล่ม น้ำทะเลสูง! เตือน กรุงเทพฯ กำลังจมบาดาล

  • Share:

ฤดูฝนปีนี้ คนไทยทั่วทุกภาค รวมทั้งในกรุงเทพมหานคร ต้องเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วม ขณะที่ชาว กทม. หวั่นใจลึกๆ เย็นนี้ฝนจะตกจนทำให้น้ำท่วมถนน รถติดชนิดหนักหนาสาหัสอีกหรือไม่

ท่ามกลางความวิตกกังวลถึงปัญหาน้ำท่วมรอระบายที่คนกรุงฯ เผชิญหน้าแทบทุกวันมาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ขณะนี้กำลังมีมหันตภัยที่รอเราอยู่ ในขณะที่พวกเราอาจยังไม่ได้ตระหนักเท่าใดนัก นั่นคือ เสียงเตือนที่ดูเหมือนยังคงแผ่วเบา ว่า กรุงเทพมหานครกำลังเสี่ยงจะจมน้ำ ถูกน้ำท่วมในอีกสิบกว่าปีข้างหน้าที่จะถึงนี้!!

*กรุงเทพฯ ตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาอย่างรุนแรง

เว็บไซต์ South China Morning Post สื่อในฮ่องกง นำเสนอบทความที่น่าตกใจสำหรับคนกรุงเทพฯ ว่า ‘กรุงเทพฯ กำลังจมน้ำ -จะมีวิธีป้องกันไม่ให้เมืองหลวงของประเทศไทย ไม่เผชิญหายนะภัยน้ำท่วมอีกครั้งได้อย่างไร?’

สื่อฮ่องกงชี้ว่า กรุงเทพฯ ได้ตกเป็นเหยื่อของการพัฒนาอย่างรุนแรงมานานหลายปีแล้ว มีแต่การสร้างตึกสูงระฟ้า คอนโดมิเนียมสูงหลายสิบชั้น ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ ยิ่งทรุดต่ำลงไปเรื่อยๆ ขณะที่เว็บไซต์บีบีซี ภาคภาษาไทย รายงานเตือนคนไทยและชาว กทม. เช่นกันว่า “กรุงเทพฯ พื้นที่เสี่ยงจมใต้บาดาล”

สภาพน้ำท่วมสนามบินดอนเมือง เมื่อ 10 พ.ย.2554

*กรุงเทพฯ เจ้าภาพจัดประชุม การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

แน่นอน ณ วันนี้ พวกเราทราบกันดีว่า สภาพอากาศในประเทศไทย ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา นอกจากฝนจะตกหนัก ลมกระโชกแรง จนทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงมากขึ้นแล้ว พอถึงฤดูร้อน อากาศก็ร้อนจัด แห้งแล้งหนักกว่าเดิมเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ สื่อต่างประเทศจึงให้ความสำคัญ และรายงานว่า ช่วงระหว่างวันที่ 4-9 กันยายนนี้ กรุงเทพฯ รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมย่อยว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติความตกลงปารีสให้แล้วเสร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดภาวะก๊าซเรือนกระจก ต้นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน (ในขณะที่กรุงเทพฯ ซึ่งมีจำนวนประชากรกว่า 10 ล้านคน กำลังเสี่ยงจมบาดาล)

ฝันร้ายของคนกรุงเทพฯ..น้ำท่วมปี 2554

*เตือนไม่กี่ปีข้างหน้า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ

เว็บไซต์ South China Morning Post ชี้ ตามรายงานของธนาคารโลก เคยระบุ พื้นที่เกือบ 40% ของกรุงเทพฯ จะถูกน้ำท่วม และจะเกิดเร็วที่สุด คือ ในปี 2030 หรืออีก 12 ปีข้างหน้านี้ เนื่องมาจากมีฝนตกมากขึ้น และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั่นเอง

ขณะที่ นายธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการกรีนพีซ (Greenpeace) ประเทศไทย ได้กล่าวเตือนว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ กำลังจมลง ทรุดต่ำถึง 1-2 เซนติเมตรต่อปี ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในอนาคตอันใกล้

นอกจากนั้น ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทย ก็กำลังสูงขึ้นปีละ 4 มิลลิเมตร ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของน้ำทะเลที่สูงขึ้นทั่วโลก โดยนายธารายังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ได้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลแล้ว

มีแต่การก่อสร้างตึกสูง

*เตือนคนกรุงฯ เสี่ยงเผชิญสถานการณ์วิกฤติน้ำท่วม

ด้านผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังเตือนเช่นกันว่า การไม่ตรวจสอบลักษณะแบบเมือง รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะ จะทำให้กรุงเทพฯ และประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เผชิญสถานการณ์วิกฤติ

เว็บไซต์ South China Morning Post รายงานอ้างความเห็นของนายศุภกร ชินวรรโณ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กรุงเทพฯ จะจมน้ำ ว่าเป็นเพราะคลองต่างๆ ในกรุงเทพฯ ซึ่งเคยได้ชื่อว่า ‘เวนิชตะวันออก’ ได้ถูกแทนที่ด้วยเครือข่ายถนนมากมาย ซึ่งปิดกั้นทางระบายน้ำ

นอกจากนั้น การสร้างบ่อเลี้ยงกุ้งและการเลี้ยงสัตว์น้ำริมชายฝั่งทะเล ซึ่งบางครั้งได้มีการบุกรุกทำลายป่าโกงกางตามชายฝั่งทะเลด้วย โดยป่าโกงกางเหล่านี้ถือเป็นแนวป้องกันคลื่นสูงซัดฝั่ง หรือสตอร์มเสิร์จ ซึ่งเมื่อป่าโกงกางถูกทำลาย จึงทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งทะเลใกล้กรุงเทพฯ มากขึ้นไปด้วย

*กรุงเทพฯ จะหยุดจมน้ำได้หรือไม่??

ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ Channel NewsAsia เคยรายงานตั้งคำถามถึงสถานการณ์ที่น่าหวั่นวิตกของกรุงเทพมหานครว่า เมืองหลวงของไทยกำลังจมลง และอาจอยู่ในระดับต่ำกว่าน้ำทะเล ภายในเวลาไม่ถึง 15 ปีข้างหน้านี้แล้ว

โดยเว็บไซต์ Channel NewsAsia ชี้ว่า กรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายที่รุมเร้าเข้ามาสองทาง นั่นคือ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าน้ำทะเลจะสูงเกือบหนึ่งเมตร และกรุงเทพฯ กำลังทรุดต่ำลงเรื่อยๆ เพราะขณะนี้กรุงเทพฯ มีระดับสูงกว่าน้ำทะเลอยู่ที่ประมาณ 05.-2 เมตรเท่านั้น ในขณะที่กรุงเทพฯ เคยตั้งอยู่ในบริเวณที่ลุ่มมีน้ำขัง ดินชั้นบนเป็นดินเหนียวที่ไม่แข็งแรง

เรียกว่า ถึงวันนี้กำลังมีเสียงเตือนด้วยความเป็นห่วงมากขึ้น ต่ออนาคตของกรุงเทพมหานครที่เสี่ยงกำลังจมใต้บาดาล ทั้งจากการพัฒนาของเราเอง และภาวะโลกร้อน ที่ทำให้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหนักหน่วงมากขึ้น ซึ่งถ้าหากเรายังไม่รีบหาทางป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ บางทีฝันร้ายที่เคยเกิดขึ้นในปี 2554 น้ำท่วมกรุงเทพฯ อาจตามมาหลอกหลอน และถึงวันนั้น ทุกอย่างคงสายเกินไป...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้