วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แจ้งจับตร. เก็บส่วยหมูยอ! พาไปรีด 7 หมื่น รายเดือนอีก 5 พัน

แจ้งจับตร. เก็บส่วยหมูยอ! พาไปรีด 7 หมื่น รายเดือนอีก 5 พัน

  • Share:

เจ้าของโรงงานหมูยอเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน นำภาพจากกล้องวงจรปิด แจ้งจับชุดป้องกันปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาฯ เรียกไปตบทรัพย์ 7 หมื่น รีดรายเดือนอีก 5 พัน ฐานไม่มี อย.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.ย. นายเจษฎา ปานะถึก ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี นำนายสุเทพ แก้วเวียงชัย อายุ 34 ปี และนางบุศดี อุยุตะ อายุ 31 ปี สามีภรรยาเจ้าของโรงงานลูกชิ้นหมูยอ “อริญชัย” เลขที่ 387 หมู่ 17 บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมภาพวงจรปิด เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ภูชื่นบาน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่า ถูกกลุ่มชายอ้างเป็นตำรวจชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภูธรจังหวัดอุดรธานี กรรโชกทรัพย์และเรียกเก็บส่วยรายเดือน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา 

นายสุเทพ และนางบุศดี ร่วมกันให้การว่า พวกตนเปิดโรงงานทำลูกชิ้นและหมูยอ “อริญชัย” มาประมาณ 2 ปี มีการดำเนินการขออนุญาต และ อย. มีคนงานประมาณ 20 คน ส่งขายหมูยอและลูกชิ้นภายใน จ.อุดรธานี และใกล้เคียง ก่อนเกิดเหตุ ได้มีลูกค้าโทรมาสั่งหมูยอ 200 กิโลกรัม ราคา 5,000 บาท ให้ไปส่งที่ลานจอดรถปั๊ม ปตท.หลังตลาดไทยอีสาน ถนนประจักษ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยตนให้นายไพโรจน์ เกษม อายุ 36 ปี คนงานนำหมูยอไปส่งลูกค้า 

เมื่อไปถึงที่นัดหมาย ได้มีชายอ้างว่าเป็นตำรวจ 5-6 นาย แต่งนอกเครื่องแบบ ได้เข้าตรวจค้นหมูยอ และถามหาเลขที่องค์การอาหารและยา หรือ อย. ซึ่งนายไพโรจน์บอกว่าไม่มี จึงถูกควบคุมตัวมาที่โรงงาน และถามหาเจ้าของโรงงาน ซึ่งทั้งสองได้แสดงตัว ก่อนที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้นโรงงาน แจ้งว่าโรงงานพวกตนไม่มีใบอนุญาตและไม่มี อย. จึงควบคุมตัวไปที่ชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภูธรจังหวัดอุดรธานี อาคารกองกำกับการสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี แล้วเรียกเงิน 7 หมื่นบาท หากไม่อยากถูกดำเนินคดี 

ทั้งนี้ ด้วยความเกรงกลัว จะไม่ปลอดภัย จึงยอมจ่าย แต่พวกตนมีเงินสดเพียง 3 หมื่นบาท จึงได้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม อีก 4 หมื่นบาท รวมเป็น 7 หมื่น มาให้ตำรวจชุดดังกล่าว ตำรวจแจ้งพวกตนอีกว่า ทุกเดือนพวกตนจะต้องจ่ายเงิน 5,000 บาท โดยวันที่ 3 ของทุกเดือนจะมีตำรวจไปเก็บ จากนั้นได้ปล่อยตัวพวกตนกลับ โดยมีตำรวจขับรถตามไปด้วย เพื่อลบภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงงาน แต่พวกตนได้กู้ภาพคืนมาได้ และปรินต์ภาพออกมาเพื่อเป็นหลักฐาน แล้วเดินทางไปร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ก่อนจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจดังกล่าว 

จากการดูภาพ จากกล้องวงจรปิดดังกล่าว พบกลุ่มชายฉกรรจ์ แต่งกายนอกเครื่องแบบ เดินอยู่ภายในโรงงานลูกชิ้น-หมูยอ เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นตำรวจจริง มีทั้งยศ พันตำรวจโท หัวหน้าชุด พันตำรวจตรี รองหัวหน้าชุด และดาบตำรวจ แต่งกายนอกเครื่องแบบ ขับรถกระบะ สีบรอนซ์ ซึ่งตำรวจชุดดังกล่าว มีตำรวจยศพันตำรวจเอก ตำแหน่งรองผู้บังคับการ ภ.จ.อุดรธานี เป็นผู้ดูแล 

ขณะที่นายเจษฎา ปานะถึก ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ ใบอนุญาตโรงงานมีครบถ้วนถูกต้อง แต่ผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจ 5-6 นายไม่ยอม ได้เชิญตัวเจ้าของโรงงานและคนงานไปที่ชุดป้องกันปราบปราม และละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภูธรจังหวัดอุดรธานี มีการข่มขู่จะดำเนินคดี และพยายามจะเคลียร์ไม่ดำเนินคดีส่งฟ้องศาลโดยให้เจ้าของโรงงานเสนอเงินให้จะเคลียร์เรื่องดังกล่าว ตกลงกันที่ 7 หมื่นบาท นายสุเทพไปกดเงินให้ตำรวจ เมื่อจ่ายแล้วยังแจ้งเงื่อนไขอีกว่าจะต้องจ่ายอีกเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเจ้าของโรงงานเกรงจะไม่ได้ความปลอดภัยจึงรับเงื่อนไขนั้น เพื่อจะได้ออกมาก่อน เมื่อออกมาได้ไปปรึกษากัน เกรงจะไม่ปลอดภัยและถูกข่มขู่อยู่เรื่อยๆ จึงเดินทางมาแจ้งที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี 

“หลักฐานกล้องวงจรปิด เห็นกลุ่มผู้ที่อ้างว่าเป็นตำรวจชัดเจน ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี จึงได้รับร้องเรียนไว้ และนำผู้ถูกกรรโชกทรัพย์และเรียกเก็บส่วยมาแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชายที่อ้างเป็นตำรวจดังกล่าว พร้อมกับนำเรื่องเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี แต่ผู้ถูกร้องเป็นข้าราชการตำรวจ จึงต้องส่งเรื่องไป ปปท.เขต 4 ขอนแก่น อีกทางหนึ่งด้วย ส่วนเรื่องทางวินัย จะส่งเรื่องไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ว่ากลุ่มชายดังกล่าวที่อ้างตัวเป็นตำรวจ เป็นตำรวจจริงหรือไม่ มีตำรวจจริงกี่นาย เพื่อจะได้สอบสวนเอาผิดทางวินัยต่อไป”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้