วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลดล็อกกลางธ.ค. เปิดโอกาสให้หาเสียงได้เต็มที่

ปชป.เปิดทางคนนอกเป็นหน.

รัฐบาลดาหน้าโต้ข่าวปรับ ครม. “บิ๊กตู่” ย้ำหนักแน่นไม่มี ไม่ปรับ จี้ถามหาตัวปล่อยข่าว “บิ๊กป้อม” โยนสื่อคิดเอง เออเอง “สมคิด” ยันอีกคนไม่มีอะไรทั้งสิ้น “วิษณุ” แซว “สนธิรัตน์” ดอดพบ “สมคิด-อุตตม” แย้มเดือน ธ.ค.ปลดล็อกหาเสียงได้เต็มที่ กกต.เร่งร่างระเบียบเลือก ส.ว. คาด 10-14 ธ.ค. เปิดรับสมัครได้ คสช.ไฟเขียวพลังประชารัฐจัดประชุม จับตาท่าที “ประยุทธ์”-รมต.ร่วมวง พิษตกเขียวทำ นอภ.บัวใหญ่เต้นสอบปมเก็บบัตรประชาชน “โกศล ปัทมะ” แฉซ้ำยังเคลื่อนไหวอยู่ พท.ปูดอีกฝ่ายมั่นคงเดินสายดูดนายก อบจ. ภท.ลั่นเอาแน่ยื่นฟ้อง “แรมโบ้” “จุติ” หนุน “อภิสิทธิ์” นั่งหัวหน้าต่อ ซัดเกมปล่อยข่าว ปชป.แตกสามก๊ก สามมิตรเดินสายพบกลุ่มยาสูบ

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศจะคลายล็อกให้ ฝ่ายการเมืองก็เริ่มเปิดศึกโรมรันพันตูกันพัลวัน ล่าสุดกระแสข่าวการปรับ ครม.เริ่มหนาหู โดยจะดึงกลุ่มการเมืองที่มีแนวโน้มจะมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเป็นการมัดจำซื้อใจกันไว้ล่วงหน้า

“บิ๊กตู่” ย้ำทำงานโยงรัฐบาลหน้า

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 5 ก.ย. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) ครั้งที่ 2/2561 ว่า ต้องทำให้แต่ละภาคเข้มแข็ง สร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคและกลุ่มจังหวัด การทำงานในห้วงเวลาต่อจากนี้ไปโดยเฉพาะแผนการจัดทำงบประมาณ ต้องให้เกิดความง่ายในการบริหาร สอดคล้องกับแผนแม่บทและยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ ไม่ทำให้เกิดปัญหาภายหลัง นำไปสู่การใช้จ่ายงบฯ ให้สัมฤทธิผล ตรงความต้องการประชาชน สำคัญที่สุดคือเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิตให้ได้ นำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ

เสียงหนักแน่นยังไม่ปรับ ครม.

ต่อมาเวลา 15.45 น. พล.อ.ประยุทธ์นำคณะ ออกกำลังกายด้วยการเดินออกจากทำเนียบฯไปบนทางเท้าถนนพิษณุโลกมายังบ้านพิษณุโลก จากนั้นปั่นจักรยานโดยใช้จักรยานเสือภูเขา specialized ภายในบริเวณบ้านพิษณุโลก 3 รอบ ถือเป็นการกลับมาออกมากำลังกายอีกครั้งในรอบ 4 เดือน หลังจากปั่นจักรยานเสร็จนายกฯ กล่าวว่า รู้สึกดีกลับมาออกกำลังกาย ความจริงออกกำลังกายตลอดที่บ้านและที่อื่น เดินสายพาน เดินรอบบ้าน แต่ถ้าวิ่งบางทีหมาเห่า โดยนายกฯ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.เพียงสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “ไม่มี ก็บอกอยู่นี่ว่าไม่มี ไม่ปรับแล้วจะถามทำไมอีกเล่า ไอ้แหล่งข่าวทำเนียบของเธอไปนั่งเทียนเขียนที่ไหนมา บอกมาสิใครเป็นคนให้”

“บิ๊กป้อม” บอกสื่อคิดเอาเอง

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ไม่ทราบ จริงๆ ยังไม่เห็นนายกฯ พูดคุยอะไร มีแต่สื่อที่คิด ยืนยันไม่มีการปรับ ครม.ก่อนเลือกตั้ง คิดว่านายกฯ คงไม่ปรับถ้าไม่มีคนลาออก เมื่อถามว่า คนที่จะลาออกหมายถึงนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ที่มีข่าวว่าไปเดินงานพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ. ประวิตรตอบว่า ไม่รู้เรื่องอะไรของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ใช่นักการเมือง เมื่อถามว่าถ้ามีการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาวิจัยและนวัตกรรม ต้องมีการปรับ ครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยัง กระทรวงใหม่พยายามให้เกิดในรัฐบาลนี้ แต่ยังมีรัฐมนตรีช่วยอยู่ เป็นการคิดเอาเอง ยังไม่ทราบรายละเอียด

จะไปต่อหรือไม่อยู่ที่นายกฯ

เมื่อถามย้ำว่า หากมีรัฐมนตรีลาออก คนที่จะเข้ามารับตำแหน่งใหม่ต้องเป็นคนที่ช่วยงานรัฐบาลในการเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของนายกฯ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เมื่อถามย้ำว่า จะมีการเกลี่ยคนในส่วนของทหารที่เป็นโควตาของ พล.อ.ประวิตร เพื่อให้คนที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “ที่อยู่กัน ใครไม่เชี่ยวชาญหรือ” เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปยังจะอยู่ช่วยงานนายกฯ ต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “แล้วนายกฯเขาได้หรือยัง ในอนาคตแล้วแต่นายกฯ ว่าเขาจะเอาหรือไม่ เขายังไม่พูด ผมจะไปบอกได้อย่างไร ต้องรอให้ทุกอย่างชัดเจน ทุกอย่างแล้วแต่นายกฯ” เมื่อถามว่า ยังสู้ไหวหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบทีเล่นทีจริงว่า “ไม่ไหวแล้วตอนนี้ผมอายุ 74 แล้ว งานของผมถือว่าจบแล้ว ผลงานความมั่นคงสื่อฯ มองว่าทำได้ดีหรือไม่ ส่วนอนาคตจะไปต่อหรือไม่ยังไม่รู้ ที่พูดกันว่าหากไม่ใช่ผมจะเอาทหารตำรวจไม่อยู่นั้น คนอื่นมีเยอะแยะไป”

“สมคิด” ยันไม่มีการปรับ ครม.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธถึงกระแสข่าวจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงนี้ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มี ข่าวปรับ ครม.ที่ออกมาขณะนี้ น่าจะมาจากสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวถามว่าข่าวระบุว่าปรับ ครม.เพื่อเปิดโควตานำคนของพรรคการเมืองที่สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐเข้ามารับตำแหน่ง นายสมคิดตอบว่า ไม่รู้จริงๆ ยืนยันว่าไม่มี เห็นมีแต่ข่าวจากสื่อทั้งนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีอะไรทั้งสิ้น

“บิ๊กฉัตร” ให้เป็นอำนาจนายกฯ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพิ่งได้ยินจากสื่อถึงกระแสข่าวปรับ ครม. เป็นเรื่องใหม่มาก แต่เรื่องนี้นายกฯคงทำเองไม่จำเป็นต้องปรึกษาใคร เพราะรู้และเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด มีวิสัยทัศน์อยู่แล้ว ตอนนี้ไปถามใครก็เป็นความเห็นคนนั้น แต่ถ้านายกฯตอบจะเป็นของแท้แน่นอน เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับ ครม.เพื่อจัดทัพก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ไม่เห็นนายกฯพูดอย่างนั้น ไม่ทราบว่าท่านคิดอย่างไร สำหรับตนทำวันนี้ให้ดีที่สุดอย่างอื่นไม่ได้คิด เมื่อถามย้ำว่าพร้อมจะช่วยงานในอนาคตต่อหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยตอบว่า ได้รับภาระหน้าที่หลายเรื่อง งานเหล่านี้ทำให้คิดว่างานที่มีอยู่ตรงหน้านั้นพอแล้ว อย่าไปคิดมากไปกว่านั้น

“วิษณุ” แซว “สนธิรัตน์” แชตไลน์

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับ ครม.ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครมาบอกตน มีเพียงเสียงแว่วจากผู้สื่อข่าวเท่านั้น ล่าสุดสอบถามนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ถึงกระแสข่าวที่จะลาออก และข่าวที่หารือกับนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ห้องทำงานในทำเนียบฯ นายสนธิรัตน์ก็ได้หัวเราะและบอกว่า เจอกับนายอุตตมโดยบังเอิญที่ห้องทำงานนายสมคิด แต่ตอนนั้นนายสมคิดไม่อยู่ในห้อง ติดภารกิจที่กระทรวงการต่างประเทศ จึงกระเซ้าไปว่าเดี๋ยวก็มีข่าวว่ามีการไลน์คุยกัน ส่วนการคลายล็อกพรรคการเมือง ต้องรอให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โปรดเกล้าฯลงมาก่อน ถึงจะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพรรคการเมือง ส่วนการเตรียมจัดทำนโยบายพรรคและหาเสียงนั้น เมื่อสิ้นสุด 90 วันที่รอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ คือประมาณกลางเดือน ธ.ค. กว่าจะไปถึงวันที่ 24 ก.พ. ยังมีเวลาประมาณ 70 วัน ถือว่าเหลือเฟือ เพราะมีเวลาหาเสียงกันเต็มๆกว่า 60 วัน ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา ที่มีเวลาหาเสียงจริงไม่ถึง 40 วัน

ธ.ค.ปลดล็อกหาเสียงได้เต็มที่

เมื่อถามว่ากฎหมายยังเปิดช่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เล่นการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. ลงสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้แน่ๆ หากจะเล่นการเมืองต้องไปช่องทางอื่นที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องเอาไว้ เช่น อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอให้เป็นนายกฯ และผ่านการโหวตของสภาฯ กระทั่งถึงทางตันจะมีช่องทาง ของนายกฯคนนอก พล.อ.ประยุทธ์ และ ครม. สามารถเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมือง กรรมการบริหารพรรค หรือหัวหน้าพรรคก็ได้ ส่วนการปลดล็อกคาดว่าอย่าง ช้าภายในเดือน ธ.ค. จะสามารถหาเสียงได้ ไม่ว่าจะติดโปสเตอร์เสาไฟฟ้า ตั้งเวทีปราศรัย ยืมสนามหลวงขอเปิดเวที เคาะประตูบ้าน ทั้งหมดจะทำได้ในตอนนั้น

เลือกตั้งท้องถิ่นเดือน พ.ค.62

นายวิษณุยังกล่าวถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า คงมีขึ้นหลังการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นเพิ่งผ่านมติ ครม.เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ทั้งนี้ กกต.เห็นว่าควรกำหนดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้ห่างจากการเลือกตั้ง ส.ส. 90 วัน ดังนั้นหากเลือกตั้ง ส.ส.ในเดือน ก.พ.2562 การเลือกตั้งท้องถิ่นคงประมาณเดือน พ.ค.2562 โดย กกต.เห็นว่าควรแบ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นออกเป็น 2 ช่วง เริ่มจาก อปท.ที่ไม่กระทบต่อการแบ่งเขตเลือกตั้งประมาณ 40 แห่ง ก่อนจะจัดเลือกตั้งในอปท.ที่มีผลกระทบต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะจัดพร้อมกันหมดคงไม่ได้

กกต.เร่งร่างระเบียบเลือก ส.ว.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า การประชุม กกต.เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ได้พิจารณาร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.เสร็จในรอบแรก มีความเห็นให้ปรับแก้เกี่ยวกับการปฏิบัติในบางเรื่อง ขณะนี้ กกต.ได้เร่งพิจารณาร่างระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. เพื่อให้ทันกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับที่กำลังจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเฉพาะ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้ทันที ต้องเริ่มกระบวนการสรรหา ส.ว.ทันที

คสช.ไฟเขียวพลังประชารัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน ชูจันทร์ ผู้ยื่นขอจดจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือแจ้งขออนุญาตจัดประชุมต่อ คสช. ผ่าน กกต. และ คสช.ได้อนุญาตแล้ว โดยขออนุญาตจัดประชุมในวันที่ 15 ก.ย. เวลา 09.30-14.00 น. ที่ห้องฟินิกซ์ อิมแพค เมืองทองธานี เพื่อประชุมผู้ร่วมก่อตั้งเลือกหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค ก่อนยื่นขอจดทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองดังกล่าวเป็นที่จับตามอง เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าหากจดตั้งเป็นพรรคการเมืองโดยสมบูรณ์แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐมนตรีบางส่วนเตรียมสมัครเป็นสมาชิกพรรค

คาดเปิดสมัคร ส.ว. 10–14 ธ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามที่สำนักงาน กกต.ได้ประชุมสัมมนาผู้บริหารไปเมื่อวันที่ 18-19 ส.ค. มีการประมาณการว่าหากร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 ก.ย. กกต.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบระเบียบ กกต.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จากนั้น 12 ต.ค. จะประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้สมัคร ส.ว. และแจ้งให้สำนักงาน กกต.จังหวัดทราบ วันที่ 22-31 ต.ค. สำนักงาน กกต.จังหวัด รับลงทะเบียนองค์กร จากนั้นคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและนายกรัฐมนตรี นำ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก ส.ว.ขึ้นทูลเกล้าฯถวาย และคาดว่าจะเปิดรับสมัคร ส.ว. ได้ประมาณวันที่ 10-14 ธ.ค. จากนั้นเป็นขั้นตอนการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ และภายในวันที่ 22 ม.ค. กกต.จะแจ้งรายชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่ม รวม 200 คน ให้ คสช.คัดเลือกเป็น ส.ว. 50 คน และคัดเลือกอีก 50 คน เป็นบัญชีสำรอง

สนช.ชี้ ก.ม.ท้องถิ่นเสร็จปลายปี

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า หลังจาก ครม.ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งทุกระดับจำนวน 6 ฉบับ น่าจะเข้าสู่วาระการพิจารณาของ สนช.ได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน ก.ย. คาดว่าปลายปีนี้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ สนช.จะดำเนินการแล้วเสร็จ มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ การตั้งคณะ กมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับ จะใช้รูปแบบใดระหว่าง ใช้คณะ กมธ.วิสามัญเพียงชุดเดียว หรือตั้งคณะ กมธ.วิสามัญ 6 คณะ พิจารณาเป็นรายฉบับ ทั้งหมดต้องหารือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนอีกครั้ง

“วิชาญ” จี้คิดให้ดีก่อนโละ ส.ข.

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ระบุว่ายังคงให้มี ส.ข.อยู่ แต่ขณะนี้ ส.ข.ทุกเขตหมดวาระยังไม่อนุญาตให้เลือกตั้ง ต้องรอการตัดสินใจจากกระทรวงมหาดไทยว่ายังจะให้มี ส.ข.อยู่หรือไม่ เท่ากับเป็นการยกเลิกการมีสภาเขต และสมาชิกสภาเขตโดยปริยาย ส่วนตัวมองว่าระหว่างการรอกระทรวงมหาดไทยตัดสินใจ ควรให้มีการเลือกตั้ง ส.ข.มาทำหน้าที่ก่อน ขอให้รัฐบาลเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นจากนักการเมือง ทั้ง ส.ส. และ ส.ข.บ้าง อย่าฟังแต่ข้าราชการ

นอภ.เต้นสอบปมเก็บบัตร ปชช.

อีกเรื่อง หลังจากอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีการรวบรวมบัตรประชาชนใน จ.นครราชสีมานั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายประพัทธพงศ์ พราหมณี นายอำเภอบัวใหญ่ มอบหมายฝ่ายความมั่นคง ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.บัวใหญ่ และเจ้าหน้าที่ทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่บ้านโนนนางาม หมู่ 9 ต.ดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ พบข้อมูลว่านายกำจัด ศรีนอก อดีตผู้ใหญ่บ้านได้เก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ในพื้นที่ที่สมัครใจประมาณ 70 ราย ไปให้มารดาของนายพิเชษฐ์ชัยศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยไม่ได้ให้สิ่งตอบแทนใด เพราะรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่จึงให้นายกำจัดหยุดการกระทำและชี้แจงให้ทราบว่าขณะนี้อยู่ในช่วงที่ยังไม่สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ นายกำจัดรับทราบและจะนำสำเนาบัตรฯไปคืนให้ประชาชนต่อไป

แฉซ้ำ อ.บัวใหญ่ยังเคลื่อนไหว

นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้วันนี้ทางฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ยังมีการกระทำลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกใน อ.บัวใหญ่ เป็นการกระทำที่เอาเปรียบพรรคอื่นที่ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ อยากให้ กกต.กวดขัดการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมตนไม่ได้หวั่นเกรงต่อการกระทำเหล่านี้ เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใครเป็นตัวแทนของเขา แต่อยากให้ทุกคนทำตามกฎกติกา เพื่อยกระดับการเมืองตามเจตนารมณ์ปฏิรูปการเมืองของรัฐบาล

ปูดอีกเดินสายดูดนายก อบจ.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ด้านความมั่งคงระดับสูง เดินสายดูดนักการเมืองให้เข้ามาร่วมงานการเมืองกับกลุ่มการเมืองในเครือข่ายที่จะสนับสนุนรัฐบาล คสช.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ล่าสุดเดินสายไปพบนายก อบจ. ที่ถูกคำสั่งมาตรา44 ระงับการปฏิบัติหน้าที่ โดยจูงใจว่าหากใครสามารถดูดอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ภาคอีสาน เช่นที่ จ.นครพนม มาอยู่กับพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลคสช.ได้ จะปลดล็อกให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ในการประกาศปลดล็อกครั้งหน้า รวมถึงจะมอบหมายให้เป็นแกนหลักบริหารจัดการเลือกตั้งในจังหวัด และไม่ทราบว่ากระแสข่าวที่ว่าจะมอบให้ดูแลงบประมาณ สัญญาว่าจะแบ่งเขตเลือกตั้งให้ได้เปรียบที่สุด รวมถึงมีการเสนอเงินย้ายพรรคให้กับอดีต ส.ส.งวดแรก รายละ 10 ล้านบาท เป็นจริงหรือไม่ จึงฝากให้ กกต.เข้าไปตรวจสอบด้วย เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ไม่ให้มีการตกเขียวกันทางการเมือง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐหากทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ เท่ากับว่าเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาการปลดล็อกนายก อบจ.รอบหน้าด้วย

ภท.เอาแน่ยื่นฟ้อง “แรมโบ้”

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำกลุ่มสามมิตร กรณีใส่ร้ายป้ายสีพรรคภูมิใจไทยซื้อเสียงล่วงหน้า ว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ คาดว่าจะยื่นฟ้องได้ภายในสัปดาห์หน้า เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับทราบเรื่องและให้เร่งดำเนินการฟ้องคดี เนื่องจากทำให้พรรคเสียหาย ฐานใส่ร้ายป้ายสีและเป็นการแจ้งความอันเป็นเท็จ แน่นอนว่าจะฟ้องนายสุภรณ์และพยานผู้ที่อ้างว่าได้รับเงิน มีหลายสิบคน ถือว่าเป็นพยานเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 31 คนที่อ้างว่าจะมาเป็นพยานให้นายสุภรณ์ ถือว่ามีความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนว่าจะโดนล่อลวงมาหรือไม่ต้องพิจารณากันเป็นรายๆไป เรื่องนี้ กกต.คงต้องดำเนินการเอาผิดบุคคลเหล่านี้ด้วย

“จุติ” หนุน “อภิสิทธิ์” นั่งหัวหน้าต่อ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตามที่ คสช.เตรียมคลายล็อกให้พรรคการเมือง เริ่มมีกลุ่มคนปล่อยข่าวลือสร้างกระแสให้เกิดความสับสน จึงขอยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งเดียวยึดมั่นอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีแนวคิดเสนอเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค โดยให้คนนอกและบุคคลทั่วไปสามารถเสนอตัวลงสมัครตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปการเมือง สำหรับตนในฐานะเลขาธิการพรรคคนปัจจุบัน ยืนยันว่าจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป เพราะผลงานและความใส่ใจในการพบปะรับฟังปัญหาประชาชนทั่วประเทศตลอดเวลา 4 ปี ของนายอภิสิทธิ์ เป็นผู้ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่มีผลกระทบต่อการบริหารราชการ และการอยู่ดีมีสุขของประชาชนได้ดีที่สุดคนหนึ่ง

ซัดเกมปล่อยข่าว ปชป.สามก๊ก

“ส่วนกระแสข่าวว่ามีสามก๊กเกิดขึ้นในพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นเพียงการวิจารณ์และคาดเดา ยืนยันว่าพรรคมีความเป็นเอกภาพ ไม่มีความแตกแยก แม้จะมีความพยายามสร้างความสับสน และวิธีการปล่อยข่าวลักษณะนี้จะไม่สามารถทำลายประชาธิปัตย์ได้ ขอร้องว่าวิธีการปล่อยข่าวผ่านสื่อมวลชนบางสำนักให้เกิดความสับสนแบบนี้ ใช้ไม่ได้ผลกับประชาธิปัตย์ ผมขอยืนยันว่าเราเป็นหนึ่งเดียว” นายจุติกล่าว

สามมิตรเดินสายพบกลุ่มยาสูบ

ที่วัดเกาะวงษ์เกียรติ์ ต.ทับผึ้ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย สมาคมชาวไร่ยาสูบสุโขทัย ร่วมกับตัวแทนภาคียาสูบประเทศไทย นำโดยนายสุครีพ บุญชุ่ม นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์จังหวัดสุโขทัย จัดประชุมชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมาชิกชาวไร่ยาสูบกว่า 1,000 คน หลังการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ประกาศลดโควตารับซื้อใบยาลงร้อยละ 50 โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร และ พล.ต.สุรพล ตาปนานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บอร์ด บขส.) ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองเข้าร่วมรับฟัง พร้อมรับเรื่องเพื่อนำเสนอไปยังนายกฯ พิจารณาต่อไป โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ชาวไร่ยาสูบ ที่รายได้น้อยและไม่มีหนทางทำมาหากินอื่น การให้สวัสดิการด้านสุขภาพกับประชาชน เป็นเรื่องที่ดี แต่ทำไมต้องมาเจาะจงเก็บภาษีจากสินค้าบุหรี่เพียงอย่างเดียว อยากให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ไปก่อน หรือไปพิจารณาใช้งบสนับสนุนจากกองทุน สสส. หรือเก็บจากภาษีสินค้าอื่น เช่น เหล้า สุรา แทน จะขอติดตามเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด เพราะถือเป็นความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบ

มทภ.4 ปัดข่าวยุ่งการเมือง

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงชี้แจงกรณีนายสุรพล นาควานิช ร่วมเปิดตัวเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาชาติ ซึ่งมีนามสกุลคล้ายกับ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ทำให้สื่อบางสำนักนำไปเป็นประเด็นทางการเมืองว่า ได้รับการยืนยันจาก พล.ท.ปิยวัฒน์ และบุคคลในตระกูลนาควานิช ว่าไม่รู้จักนายสุรพลเป็นการส่วนตัว และไม่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติทั้งทางตรงและทางอ้อม

ด้าน พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและบุคคลในตระกูลนาควานิช ไม่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนกลุ่มการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากตรวจพบว่ามีการแอบอ้างหรือบิดเบือนให้เกิดความเสียหาย อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการตามกฎหมายตามความเหมาะสมต่อไป

พม.ลุยพัฒนาคนแก่–เด็กแรกเกิด

อีกเรื่อง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กําหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ระหว่างปี 2560-2579 มีโครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ การยกระดับศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุระดับอำเภอ ตําบล ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อให้ผู้สูงอายุในชุมชนมีพื้นที่จัดกิจกรรม ปัจจุบันได้สร้างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ 878 แห่ง และมีแผนขยายผลอีก 400 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังดูแลคุณภาพชีวิตเด็กแรกเกิด มีโครงการเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี แก่ครอบครัวยากจน มีรายได้น้อย โดยให้การอุดหนุนเป็นรายเดือน เดือนละ 600 บาท ต่อเนื่อง 3 ปี ในปี 2561 มีเป้าหมาย 344,123 คน มีผู้ลงทะเบียนและได้รับสิทธิ 427,305 คน

แซะนายกฯ ตัวเลขสวนทางปากท้อง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯออกมาปลื้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ว่า แม้ตัวเลขจะดีขึ้นจริง แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ได้รู้สึกว่าดีตามตัวเลขอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์สำรวจความเป็นจริงจากประชาชนส่วน ใหญ่ ว่าความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือรายได้ไปตกอยู่กับคนบางกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มคนที่สนับสนุนรัฐบาล หากไม่มีการประท้วงชัตดาวน์ กทม. ไม่มีการปฏิวัติ ต้องถามว่าเศรษฐกิจไทยจะโต 4-5 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 57 และ 58 เรื่อยมาใช่หรือไม่ ไม่ใช่มาโต 4 เปอร์เซ็นต์กว่าในปีที่ 4 หลังการปฏิวัติ ถือว่าเสียโอกาสของประเทศอย่างมาก เหมือนเด็กมาเดินได้ตอนอายุเกิน 4 ขวบ เป็นเด็กพัฒนาช้า อยากทวงสัญญากับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ บอกคนจนจะหมดไปในปีนี้ แต่ปรากฏว่า 8 เดือนผ่านไปกลับมีคนจนเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมดไปอย่างที่บอก

เลื่อนสั่งคดี “โอ๊ค” ไปเป็น 10 ต.ค.

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่สำนักงานคดีพิเศษ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนัดสั่งคดีที่ดีเอสไอ กล่าวหานางกาญจนาภา หงษ์เหิน อดีตเลขานุการของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร นายวันชัย หงษ์เหิน สามี และนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานร่วมกันสมคบฟอกเงิน ที่ได้รับโอนเงินจากการทุจริตอนุมัติสินเชื่อ ธ.กรุงไทยฯ กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร ว่า วันนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 นัดนางกาญจนาภา นายวันชัย และนายพานทองแท้ มาฟังการสั่งคดีผู้ต้องหา 1-3 มอบอำนาจให้ทนายความมาฟังคำสั่ง ปรากฏว่าพนักงานอัยการอยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวน แต่ยังไม่เสร็จสิ้น เพราะสั่งการให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นสำคัญ อัยการไม่อาจสั่งคดีทันในวันนี้ได้ ให้เลื่อนสั่งคดีเป็นวันที่ 10 ต.ค.2561 เวลา 09.00 น.

รัฐบาลดาหน้าโต้ข่าวปรับ ครม. “บิ๊กตู่” ย้ำหนักแน่นไม่มี ไม่ปรับ จี้ถามหาตัวปล่อยข่าว “บิ๊กป้อม” โยนสื่อคิดเอง เออเอง “สมคิด” ยันอีกคนไม่มีอะไรทั้งสิ้น 6 ก.ย. 2561 05:48 6 ก.ย. 2561 05:50 ไทยรัฐ