วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวนพริกระวังโรคราขนแมว

สวนพริกระวังโรคราขนแมว

โดย สะ-เล-เต
6 ก.ย. 2561 05:01 น.
  • Share:

ฝนตกชุก ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมีสูง กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริกเฝ้าระวังการระบาดของโรคราขนแมว หรือโรคเน่าเปียก

เกิดได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของพริก มักพบได้บริเวณยอดอ่อนและกิ่งอ่อน มีแผลช้ำฉ่ำน้ำ ต่อมาจะกลายเป็นแผลแห้งสีน้ำตาลดำ ขยายลุกลามลงมาตามกิ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้กิ่งแห้งหักพับ

หากแสดงอาการรุนแรง ใบและดอกพริกจะร่วงจนเหลือแต่ก้าน และต้นพริกจะไม่มีการแตกยอดใหม่

แต่หากเกิดที่ผล จะเกิดอาการช้ำฉ่ำน้ำที่ผลอ่อน ทำให้ผลเน่าและหลุดร่วงได้ง่าย

ในกรณีอากาศมีความชื้นสูงมากๆ จะเห็นก้านใสของเชื้อราชูสปอร์คล้ายขนแมวขึ้นมา ส่วนปลายของก้านใส ซึ่งเป็นส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา จะเห็นกลุ่มสปอร์เป็นตุ่มสีดำ สามารถปลิวแพร่ระบาดไปสู่พริกต้นอื่นได้โดยง่าย เนื่องจากอาศัยติดไปกับสิ่งที่เข้าไปสัมผัส อาทิ น้ำ ลม ฝน น้ำค้าง และแมลง จะยิ่งทำให้เกิดการระบาดรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจตรวจแปลงและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกพริกอย่างสม่ำเสมอ ควรปรับระยะปลูกพริกไม่ให้แน่นจนเกินไป เพื่อลดความชื้นในแปลงปลูก ให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก

ในช่วงที่อากาศมีความชื้นสูงและร้อนอบอ้าว หากเริ่มพบต้นพริกแสดงอาการยอดช้ำ เห็นยอดพริกมีเชื้อราเกิดขึ้น ให้รีบตัดส่วนที่เป็นโรคใส่ถุงหรือภาชนะปิดตั้งแต่ในแปลงปลูก หรือหากพบต้นที่แสดงอาการของโรครุนแรง ให้รีบถอนต้นพริกและเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลง ไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของสปอร์เชื้อรา

จากนั้นให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช ไดโคลแรน 75% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไตรโฟรีน 19% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไอโพรไดโอน 50% ดับเบิลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นทุก 5 วัน

กรณีพบการระบาดของโรคให้หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบพ่นฝอย เพื่อหยุดยั้งการระบาดของโรค ที่จะทำให้สปอร์เชื้อราก่อโรคกระเด็นแพร่กระจายไปกับละอองน้ำพ่นฝอย.

สะ–เล–เต

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้