วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าสร้างหนี้ให้คนไทยรุ่นใหม่

อย่าสร้างหนี้ให้คนไทยรุ่นใหม่

  • Share:

ทำเนียบรัฐบาลวันอังคาร คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีสำนักนายกฯ นำดาราดังมากมาย รวมทั้ง “บี” น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ ดาราดังจากละครดัง “เมีย 2018” เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดตัวแคมเปญ “สร้างไทย ไปด้วยกัน” และขอบคุณดาราที่เป็นพิธีกรในรายการ “เดินหน้าประเทศไทย สร้างไทยไปด้วยกัน” ทุกวันเสาร์โดยไม่คิดค่าตัว งานนี้ นายกฯลุงตู่ ลงทุนเป็นไกด์พาดาราชมห้องประชุมคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเอง

วันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ มีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พูดเรื่องการเมืองยาวเหยียด

“อย่าไปฟังที่เขาบอกว่า จะไปวางอำนาจ 20 ปี ไม่ใช่ เพราะ 20 ปีคืออำนาจประชาชน 20 ปีของทุกรัฐบาล รัฐบาลอย่างมากก็อยู่ได้แค่ 4 ปี หลายคนยังไม่เข้าใจเรื่องที่รัฐบาลทำ และมาบอกว่ายังไม่ทำอะไรให้เขา แต่เป็นเพราะเขาไม่รู้เรื่อง ดังนั้น ต้องทำให้เข้าใจ สร้างไทยไปด้วยกัน อย่าให้เขาแยกแยะคนไทยด้วยฐานะ คนรวย คนจน เอื้อประโยชน์ เพราะคำเหล่านี้เป็นคำที่ทำให้การเมืองมีปัญหา ทุกคนต้องเท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์ และเท่าเทียมโดยกฎหมาย”

(นายกฯคงลืมไป รัฐบาลเป็นผู้แยก คนรวย คนจน เอง มีการ ขึ้นทะเบียนคนจน 11.4 ล้านคน มีการแจก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน เพื่อแจกเงินช่วยยังชีพให้คนจน ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันอังคาร ก็มีการอนุมัติให้แจกเงินคนจนที่ประสงค์จะพัฒนาตนเองเพิ่มอีกคนละ 100 บาทและ 200 บาท)

“ช่วงนี้สำคัญที่สุด การเป็นประชาธิปไตยกำลังมา เพราะฉะนั้นอย่าให้ทุกอย่างกลับไปที่เดิม อย่าให้เขาพูดว่า การเลือกตั้ง คือคนรายได้น้อยเป็นคนเลือกตั้ง และคนข้างบนเป็นคนล้มการเลือกตั้ง หรือล้มรัฐบาล แต่ต้องทำให้ทั้งหมดเลือกตั้งไปด้วยกัน...ก้าวแรกอย่าให้เซด้วยการบิดเบือนประชาธิปไตย เพราะเราไม่มีโอกาสอีกแล้ว ผมคาดหวังว่าจะได้รัฐบาลดีๆ ในวันข้างหน้า ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่ดี เป็นเรื่องของกฎหมาย ทำอะไรให้ระวัง ผมก็ระมัดระวังอย่างเต็มที่ ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง เพราะสิ่งที่ทำเพื่อประชาชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ดังนั้นน่าจะมีอะไรคุ้มครองผมบ้าง”

นายกฯ ยังได้พูดถึง รถไฟความเร็วสูง ว่า ไม่ได้แสวงหากำไร แต่ต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทาง ทั้ง รถไฟความเร็วสูง และ รถไฟทางคู่ เราจะ เป็นเจ้าของทั้งหมด ไม่มีประเทศใดได้สัมปทาน

ประเด็นนี้ประชาชนที่ไม่ติดตาม ฟังแล้วก็ผ่านไป แต่คนที่พอจะรู้เรื่องบ้าง ฟังแล้วก็หนาว งบประมาณรายจ่ายแผ่นดินตลอด 5 ปีของรัฐบาล คสช. มีการตั้งงบแบบขาดดุลทุกปี 5 ปีขาดดุลไปแล้ว 1.93 ล้านล้านบาท ขาดดุลหมายความว่า รัฐบาลเก็บภาษีได้ไม่พอใช้จ่าย จึงต้องไปกู้มาใช้จ่าย กู้มาทุกปี 5 ปีเป็นหนี้ไปแล้ว 1.93 ล้านล้านบาท

ยังไม่นับเงินลงทุนใน รถไฟความเร็วสูง 4 สาย วงเงินลงทุนรวมน่าจะมากกว่า 1 ล้านล้านบาท รถไฟทางคู่ เท่าที่เป็นข่าวอีกกว่า 1 ล้านล้านบาท เงินลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก อีก 1.17 ล้านล้านบาท เงินที่รัฐบาลอัดฉีดเข้าไปในกองทุนต่างๆ อีก 2-3 ล้านล้านบาท เงินลงทุนผ่านรัฐวิสาหกิจ อีกนับล้านล้านบาท หลายโครงการเกจิเศรษฐกิจการเงินฟันธงว่า ขาดทุนแน่นอน เช่น รถไฟความเร็วสูง จะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ “ประชาชนรุ่นใหม่” คือ กลุ่มคนอายุ 18 ปี ที่จะมีสิทธิเลือกตั้งที่ นายกฯ ได้พูดถึงจะต้องแบกภาระหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อไปอีกหลายสิบปีในอนาคต

ผมก็อยากเห็น ประเทศไทยพัฒนาก้าวหน้า อยากเห็นประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่มีคนจน คนไทยทั้งประเทศมีความสุข แต่ที่ท้วงติง เพราะเห็นว่า รัฐบาลกำลังใช้เงินลงทุนเกินตัว ลงทุนในโครงการที่ยังไม่จำเป็น จะสร้างหนี้มหาศาลทิ้งไว้ให้ลูกหลานไทยต้องชดใช้อย่างไม่มีความสุข อยากให้ดู มาเลเซีย เพื่อนบ้านไทยเป็นตัวอย่าง

คนไทยทุกคนก็รักประเทศไทย ใครไม่รักบ้านเกิดเมืองนอนก็บ้าแล้ว การท้วงติงเพื่อรักษาประโยชน์ของชาติ จึงไม่ใช่เรื่องรักหรือไม่รักชาติ แต่เป็นกลไกประชาธิปไตยที่รัฐบาลต้องรับฟัง เหมือนอย่างที่นายกฯพูดถึงประชาธิปไตยที่ผมยกมาให้อ่าน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้