วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จ๊าก!! ของแพง แก๊ส-น้ำมันขึ้นราคา ดันเงินเฟ้อพุ่งเดือนที่ 14

จ๊าก!! ของแพง แก๊ส-น้ำมันขึ้นราคา ดันเงินเฟ้อพุ่งเดือนที่ 14

  • Share:

อาหารสด-สินค้าเกษตรแพงขึ้น ดันเงินเฟ้อ ส.ค. โต 1.62% สูงต่อเนื่องเดือนที่ 14 ผู้บริโภคร้องจ๊ากสินค้าพาเหรดขยับราคา 226 รายการ อาทิ ข้าวสาร ทุเรียน กาแฟสำเร็จรูป ก๊าซหุงต้ม และน้ำมัน...

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. 61 อยู่ที่ 102.27 ขยายตัว 1.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากตลาดคาดจะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.51-1.59% และหากเทียบเดือน ก.ค. 61 ขยายตัว 0.26% โดยเป็นการสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 มีสาเหตุสำคัญจากการสูงขึ้นของสินค้าในหมวดอาหารสด หลังจากที่หดตัวต่อเนื่องมา 2 เดือน รวมทั้งการสูงขึ้นของสินค้าหมวดพลังงานที่สูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21

ทั้งนี้ การสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้อดังกล่าว สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้ผลิตที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 จากราคาผลผลิตเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ชี้ว่าต้นทุนการผลิตเริ่มมีสัญญาณการปรับตัว ทำให้การสูงขึ้นของเงินเฟ้อในเดือนนี้ ซึ่งมาจากความต้องการและราคาพลังงานที่สูงขึ้น และยังได้รับอิทธิพลจากการปรับตัวของต้นทุนการผลิตสินค้าบางชนิด ทั้งจากการผลิตในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในเดือน ส.ค. 61 พบว่ามีสินค้าที่ราคาสูงขึ้น 226 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า, ส้มเขียวหวาน, ทุเรียน, กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม, ก๊าซหุงต้ม, น้ำมันเชื้อเพลิง, ค่ากระแสไฟฟ้า และบุหรี่ เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง 112 รายการ เช่น เนื้อสุกร, น้ำมันพืช, ไข่ไก่, ไก่สด, น้ำยาล้างห้องน้ำ, น้ำยาล้างจาน และโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ในขณะที่สินค้า 84 รายการ ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. เข้าสู่กรอบคาดการณ์เงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์เป็นเดือนที่ 6 แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรบางชนิด แต่เครื่องชี้วัดต่างๆ โดยรวมสะท้อนว่าการบริโภค และการใช้จ่ายของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนยังอยู่ในระดับที่ดี ประกอบกับการจ้างงาน การจัดเก็บรายได้ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการหมุนเวียนของปริมาณเงินในระบบยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการบริโภค

นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าต้นทุนการผลิตของสินค้าบางชนิด (การผลิตต้นน้ำและกลางน้ำ) เริ่มได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของราคาพลังงาน รวมทั้งค่าเงินบาทยังมีโอกาสผันผวน ประกอบกับอัตราค่าจ้างเริ่มมีสัญญาณขยายตัวได้ในอัตราที่ช้ากว่าเงินเฟ้อ ทำให้คาดว่าเงินเฟ้อในระยะต่อไปจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น แต่องค์ประกอบของเงินเฟ้อจะมีปัจจัยด้านต้นทุนมากขึ้น

ส่วนมาตรการกระตุ้นการลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐในโครงการสำคัญที่ต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายในช่วงที่เหลือของปี รวมทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลก น่าจะทำให้ความต้องการภาคเอกชนยังอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ซึ่งคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ในกรอบ 0.8-1.6% และเข้าสู่เป้าหมายนโยบายการเงินระยะปานกลางของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดไว้ที่ 2.5% บวก/ลบ 1.5% หรือในกรอบ 1-4% สำหรับปีนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 4 ปีนี้ มีแนวโน้มสูงขึ้น จะอยู่ที่ระดับ 1.5% และทั้งปีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% โดยปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นมาจากอาหารและน้ำมัน

สำหรับกรณีที่รัฐบาลใส่เงินเพิ่มให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะส่งผลร้านค้าฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น การใส่เงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อย เชื่อว่าจะไม่ทำให้ร้านค้าฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงพาณิชย์จะเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามราคาสินค้าเพื่อไม่ให้ร้านค้าในโครงการปรับขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม เบื้องต้น มองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบให้สินค้าราคาแพงขึ้น.