วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มาร์ค' ผิดหวัง สนช.ผ่านงบฯปี 62 จวก รบ.ดีแต่กู้ ตั้งงบขาดดุล

'มาร์ค' ผิดหวัง สนช.ผ่านงบฯปี 62 จวก รบ.ดีแต่กู้ ตั้งงบขาดดุล

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ผิดหวัง สนช.ถกงบฯ ปี 62 ซัดกินเงินเดือนสองทาง ไม่ทำหน้าที่แทนประชาชน จวกรัฐบาล คสช.ใช้เก่ง หาไม่เป็น ดีแต่กู้ ให้ ปชช.ใช้หนี้ในรูปภาษี

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตนายกฯ กล่าวในรายการต้องถามทางสถานีโทรทัศน์ ช่องฟ้าวันใหม่ ถึงกรณี สนช.พิจารณางบประมาณปี 62 ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงว่า ในสถานการณ์ปกติทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาจะพิจารณา 5-6 วันเป็นอย่างน้อย แต่ 3 ชั่วโมงแล้วมาสรุปง่ายๆ ว่า สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลนั้น สะท้อนว่า สนช.ไม่ได้ทำหน้าที่แทนประชาชนในการถ่วงดุล ตรวจสอบ และ สนช.ชุดนี้เป็นสภาที่สามารถกินเงินเดือนสองทางได้ ก็ผิดหวังกับการที่ปล่อยงบประมาณผ่านไปแบบนี้ โดยไม่มีการหยิบประเด็นต่างๆ ที่ควรจะเป็นข้อห่วงใยขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าต้องคัดค้านทุกอย่าง

อย่างไรก็ตามโดยปกติตนทำหน้าที่โดยดู 3 เรื่องใหญ่ คือ 1.งบประมาณจัดสรรให้ใคร อย่างไร มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจมหภาคหรือไม่ 2.ประเด็นการจัดสรรแบ่งปันเป็นที่วิจารณ์ตลอด ด้านการศึกษา ความมั่นคง สัดส่วนเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประเทศหรือไม่ 3.โครงการต่างๆ ฝ่ายตรวจสอบต้องดูว่า มีโครงการอะไรผิดปกติหรือไม่ มีแนวโน้มจะเกิดการทุจริตหรือใช้เงินโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีการทำกฎหมายวิธีการงบประมาณ และกฎหมายวินัยทางการเงินการคลังฉบับใหม่ แต่กลับไม่ค่อยได้เห็นความชัดเจนในเรื่องนี้เลย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หลายปีที่ผ่านมา เงินสวัสดิการของสังคม การดูแลผู้สูงอายุ งบประมาณส่วนนี้ จะเพิ่มขึ้นเร็วมาก การเอาโครงสร้างภาษีเดิมเป็นตัวตั้งมันจะเป็นปัญหา หากเอารายจ่ายมาดูต่อไปจะไม่พอ ซึ่งก็ต้องมาดูว่าภาษีที่เพิ่มขึ้นควรมาจากไหน ปัจจุบันภาษีเก็บง่ายและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น คือ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะเป็นภาระภาษีที่คนจนแบกรับมากกว่าคนรวย และการขยายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งมีข้อสังเกตว่า คนที่แบกรักภาษีตรงนี้เกือบทั้งหมด คือ มนุษย์เงินเดือน เพราะถูกหัก ณ ที่จ่ายไปเรียบร้อย และส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่มีฐานะดีนัก ในขณะที่การหลบเลี่ยงภาษีของคนกลุ่มอื่น ทำได้ค่อนข้างง่าย เราจึงต้องมาทบทวน ซึ่งตนเห็นว่าการไปลดภาษีเงินได้บุคคลจากร้อยละ 30 มา 20 และจะลดเหลือร้อยละ 17 ไม่นับคนที่มาลงทุนอีอีซีที่จะไม่เสียเลย ต้องถามว่าจะเป็นโครงสร้างที่เหมาะสมเป็นธรรมหรือไม่ และความพยายามจะเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สิน คือ ภาษีมรดก เก็บได้ยากมาก ภาษีที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างก็เลื่อนออกไปเรื่อยๆ ปัจจุบันการขาดดุลงบประมาณกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่สมัยตนตั้งเป้า 5 ปี ให้งบประมาณกลับมาสมดุล แต่เดี๋ยวนี้ขาดดุลไปเรื่อยๆ เพราะรัฐบาลใช้เงินมากกว่าที่หาได้ กู้ไปเรื่อยๆ แล้วประชาชนก็มาใช้หนี้ในรูปของภาษี เบื้องต้นไม่ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และ สนช.ได้เอาจริงเอาจังหรือไม่ว่า โครงสร้างงบประมาณนี้จะมีปัญหา ตนถึงย้ำว่า ยุคใหม่พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องพวกนี้เราต้องมาทบทวนกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้