วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลือกตั้งต้องมีหาเสียง

เลือกตั้งต้องมีหาเสียง

  • Share:

จากประเด็นเรื่องไพรมารี มาสู่ประเด็นวิวาทะใหม่เรื่องการห้ามหาเสียง ผู้มีอำนาจบอกว่า ห้ามพรรคการเมืองหาเสียง ไม่ว่าจะผ่านทางสื่อสังคมหรือโซเชียลมีเดีย และวิธีการอื่นๆ ในขณะที่ยังไม่ปลดล็อกการเมือง ทำได้แค่ประชุมใหญ่พรรค เพื่อหาสมาชิกเพิ่ม และเลือกหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค นี่คือคำสั่งของ คสช.ที่ละเมิดมิได้

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า การหาเสียงจะทำได้ต่อเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเท่านั้น แสดงว่าจะต้องรอไปจนกว่ากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. จะมีผลใช้บังคับในอีกหลายเดือน แต่จะมีการแก้ไขคำสั่งให้พรรคติดต่อกับสมาชิกได้ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ เป็นต้น แต่ถ้าติดต่อกับคนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคนั่นคือการหาเสียงซึ่งเป็นเรื่องต้องห้าม

มีปัญหาว่า “การหาเสียง” คืออะไรกันแน่ ไม่ใช่แค่ขึ้นเวทีปราศรัยอย่างแน่นอน การที่นักการเมืองบางกลุ่มเดินสายพบประชาชน เพื่อรับฟังปัญหา รับเรื่องราวร้องทุกข์ รวมทั้งชักชวนนักการเมืองเข้าพรรค และให้สัญญาประชาชนในเรื่องต่างๆ เช่น สัญญาว่าจะยกฐานะบางอำเภอเป็นจังหวัด เป็นการหาเสียงหรือไม่ ผู้มีอำนาจบางคนบอกไม่ผิด เพราะไม่ใช่พรรค

นักการเมืองบางพรรคตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนท้องถิ่นจังหวัดหนึ่ง เชิญตัวแทนพรรคที่สนับสนุน คสช. ไปพบปะและแจกสิ่งของประชาชน บางจังหวัดนำสำเนาบัตรประชาชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านไป โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน บ้างก็ว่าจะใช้เป็นหลักฐานสมัครเป็นสมาชิกพรรค เป็นการหาเสียงหรือซื้อเสียงล่วงหน้า

นับจากนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ไม่ทราบว่าจะมีกฎกติกาหรือข้อห้ามอะไรออกมาอีกบ้าง เพราะดูเหมือนว่าผู้มีอำนาจมีทัศนคติด้านลบต่อการหาเสียงเลือกตั้ง อาจมองว่าเป็นการปลุกระดมสร้างความวุ่นวาย แต่หวังว่าคงจะไม่ถึงห้ามหาเสียง แบบเดียวกับการเลือกตั้งในประเทศคอมมิวนิสต์ ที่มีผู้สมัครจากพรรคเดียวคือพรรครัฐบาลไม่จำเป็นต้องหาเสียงเลือกตั้งเพราะไม่มีคู่แข่ง

ตามประเพณีการปกครองประชาธิปไตยของไทย นักการเมืองหรือพรรคการเมืองสามารถลงพื้นที่เพื่อพบปะรับฟังความคิดเห็นและปัญหาประชาชน รวมทั้งชี้แจงแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาของพรรคได้อย่างเสรีตลอดเวลา เว้นแต่หลังประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง จึงจะมีข้อห้ามบางประการ เช่น การแจกเงิน การให้สัญญาจะให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นๆ หรือการจัดเลี้ยง เป็นวิธีที่ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกสืบทอดต่อๆกันมา

การติดต่อสื่อสารกับประชาชนของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในสังคมประชาธิปไตย ยิ่งติดต่อสื่อสารมาก ประชาชนก็ยิ่งได้ประโยชน์มาก เพราะประชาชนจะเป็นผู้ใช้ข้อมูลที่ได้รับฟังมาจากฝ่ายต่างๆ ประกอบ การตัดสินใจจะเลือกใครดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้