วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปิ๊งไอเดีย-ชม ตัวเห้..สวนลุม

ปิ๊งไอเดีย-ชม ตัวเห้..สวนลุม

  • Share:

ระบุ-นทท.ชอบ สิ่งมหัศจรรย์ใจ สัตว์ป่าในเมือง ดึง‘เยาวชน’ ร่วม

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ปิ๊งไอเดีย ชวน กทม.จัดเทศกาลนับ “ตัวเหี้ย” สวนลุมพินี หลังประสานขอให้ช่วยจับ อ้างมีจำนวนมากถึง 400 ตัว หวั่นกระทบคนที่มาออกกำลังกาย-พักผ่อนหย่อนใจ แต่นักวิจัยเคยนับแล้วได้แค่ 160 ตัว พร้อมเสนอจัดทำเขตพื้นที่พิเศษชมตัวเหี้ยในเมือง เผยนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาดูเพราะรู้สึกเป็นเรื่องแปลกหาดูยากที่คนใช้ชีวิตร่วมกับเหี้ยได้อย่างสันติสุข

จากกรณีตัวเหี้ย หรือตัวเงินตัวทองในสวนสาธารณะใจกลางเมืองกรุงมีจำนวนมากขึ้น น.ส.กาญจนา นิตยะ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้รับการประสานงานจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้เข้าไปจับตัวเหี้ยในสวนลุมพินี เพราะขณะนี้มีประชากรตัวเหี้ยเพิ่มมากขึ้น อาจจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน ที่ไปใช้บริการพักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกายภายในพื้นที่สวนลุมพินีได้ อย่างไรก็ตาม สำนักอนุรักษ์ สัตว์ป่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ กทม.ขอความร่วมมือมานัก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา กทม.เคยขอความร่วมมือให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าไปจับตัวเหี้ยในสวนลุมพินีมาแล้ว ซึ่งในตอนนั้นได้รับเสียงวิจารณ์จากประชาชนที่เข้ามาใช้บริการในสวนลุมฯจำนวนมากว่า ไปจับตัวเหี้ยทำไม ตัวเหี้ย ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร เพราะประชาชนที่เข้ามาในสวนลุมพินีต่างก็คุ้นเคยกับการที่มีตัวเหี้ยอยู่ในสวนลุมพินีอยู่แล้ว

ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวต่อไปว่า ตัวเลขประชากรเหี้ยที่ กทม.แจ้งมาล่าสุดในพื้นที่สวนลุมฯคือ 400 ตัว โดยบอกว่าเจ้าหน้าที่ใช้วิธีเดินนับ ซึ่งสำนักฯ ท้วงติงไปว่า การเดินนับอาจจะได้ตัวเลขที่คลาดเคลื่อน เพราะเมื่อคนที่นับเดินจากจุดนี้ไปยังอีกจุด ตัวเหี้ยตัวเดิมที่ถูกนับแล้วอาจจะถูกนับซ้ำอีกก็ได้ ซึ่งนักวิจัยของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เคยไปนับปริมาณเหี้ยในสวนลุมฯแล้วเช่นกัน นับได้แค่ 160 ตัวเท่านั้น อีกทั้งจากการสอบถามประชาชนที่เข้าไปใช้บริการพักผ่อนหย่อนใจ และออกกำลังกายในสวนลุมฯ เรื่องความรู้สึกที่มีต่อตัวเหี้ย พบว่ามีน้อยมากที่ตั้งข้อรังเกียจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลายคนรู้สึกมหัศจรรย์ใจที่เห็นสัตว์ชนิดนี้ใช้ชีวิตอยู่ในสวนสาธารณะร่วมกับประชาชนอย่างปกติสุข

“ตัวเหี้ยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเพียงชนิดเดียวที่สามารถอาศัยอยู่ในป่าในเมืองหลวง อย่างสวนลุมฯ ได้อย่างสงบสุข สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆกับ กทม.แต่เสนอแนะไปว่า ควรจะมาทำกิจกรรมนับตัวเหี้ยร่วมกัน เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ยอมรับกันได้ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเราเสนอด้วยว่า อาจจะให้เด็กๆเยาวชนที่สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมนี้ โดยจัดในรูปแบบของเทศกาลนับเหี้ยสวนลุมฯ อีกทั้ง จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาพักผ่อนในสวนลุมฯยังได้ข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่า นักท่องเที่ยวหลายคนเดินเข้ามาในสวนลุมฯ ก็เพื่อจะดูตัวเหี้ยเป็นการเฉพาะ เพราะในบ้านเขาไม่มี ซึ่งเป็นเรื่องแปลกและหาดูไม่ง่าย ที่จะได้เห็นการใช้ชีวิตร่วมกันโดยปกติสุขระหว่างคนกับเหี้ยในสวนสาธารณะ คนออกกำลังกายก็ออกไป เหี้ยเดินข้ามถนน คนก็หยุดให้ข้าม ซึ่งเป็นภาพที่น่าดูอย่างยิ่ง” น.ส.กาญจนากล่าว

น.ส.กาญจนากล่าวอีกว่า ตนยังเห็นด้วยว่า การที่จับตัวเหี้ยออกจากพื้นที่สวนลุมฯ เพื่อไปปล่อยในอีกพื้นที่หนึ่ง ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะจะทำให้พื้นที่ในการใช้ชีวิตของประชากรเหี้ยมากขึ้น มีอาหารกินมากขึ้น และในเวลาไม่นานประชากรก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก จึงเสนอแนวทางการควบคุมประชากรเหี้ยว่า เมื่อถึงฤดูวางไข่ของตัวเหี้ย ให้เจ้าหน้าที่ในสวนลุมฯ ช่วยกันเก็บไข่เหี้ยส่วนหนึ่งออกมาทำลายน่าจะดีกว่า และในอนาคต กทม.และกรมอุทยานฯน่าจะทำโครงการเขตพื้นที่พิเศษ ชมตัวเหี้ยในป่าในเมือง เชื่อว่าน่าจะได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวได้มาก

ด้านนางอารมย์ วงษ์มหา ผอ.สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า กทม.ได้ประสานไปยังสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เพื่อขอความร่วมมือให้เข้ามาจับเหี้ยในสวนลุมพินี เนื่องจากเจ้าหน้าที่ กทม.สำรวจพบตัวเหี้ยมีปริมาณเพิ่มขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว และประชาชน ที่เข้ามาใช้บริการในสวนสาธารณะแห่งนี้ แต่เมื่อได้หารือในเบื้องต้น สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า แจ้งว่าความหนาแน่นของประชากรเหี้ย ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องจับออก อีกทั้งได้ท้วงติงมาตรฐานการนับของเจ้าหน้าที่ กทม.พร้อมทั้งให้ กทม.หาอาสาสมัครเข้ามาช่วยกันนับพร้อมกับเจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งจะมีการหารือเรื่องนี้ร่วมกันอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้