วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาเงินร้อนไหลเข้าไทย ผู้ว่า ธปท.แจงเหตุทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น

“วิรไท” รับ “ไม่สบายใจ” ชี้ 2-3 วันที่ผ่านมา เงินระยะ สั้นไหลเข้าไทยมากกว่าประเทศในภูมิภาคทำค่าบาทแข็ง ขณะที่ กนง.มองไปข้างหน้าถึงเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากต้องรับมือความผันผวนโลก แต่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ขึ้นกับจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยดูจากการขยายตัวเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาไทยแลนด์โฟกัส 2018 เรื่อง “นโยบายการเงินโดย ธปท.ทิศทางสู่การเติบโตที่ยั่งยืน” ว่า ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ ธปท.ในขณะนี้หลักๆ จะขึ้นกับข้อมูลในด้านเศรษฐกิจที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศ โดยมี 3 เรื่องหลักที่สำคัญที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาคือ 1.อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งในขณะนี้แม้ว่าจะกลับเข้ามาสู่กรอบเป้าหมายนโยบายการเงินแล้ว แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำ 2.การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยครึ่งปีแรกของปีนี้ ขยายตัวได้ในระดับที่ดีคือโตประมาณ 4.8% และเห็นการกระจายตัวของรายได้ที่มาจากภาคการส่งออกมากขึ้น แต่ในส่วนของการใช้จ่ายภาคเอกชนยังไม่ดีนัก และยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องพิจารณา คือ ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน และผลกระทบการท่องเที่ยวจากเหตุการณ์เรือล่มที่ จ.ภูเก็ต และ 3.เสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดการประเมินความเสี่ยงที่ต่ำ และการลงทุน ที่เสี่ยงเพื่อต้องการผลตอบแทนสูง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ส่งผลให้การใช้จ่ายของประชาชนที่มีรายได้น้อย และการปล่อยสินเชื่อในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งขณะนี้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในลักษณะของการซื้อบ้านหลังที่ 2 และ 3 เพื่อการให้เช่าสูงขึ้นมาก

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาในเรื่องเสถียรภาพระบบการเงินนั้น ในต่างประเทศส่วนใหญ่จะใช้มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะด้านโดยใช้การกำกับดูแลสถาบันการเงิน เข้ามาดูแลเป็นกรณีๆ ไป ซึ่งในส่วนของ ธปท.ก็พิจารณาเรื่องนี้ เพราะต้องการให้นโยบายการเงินสามารถที่จะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่อย่างไรก็ตาม ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ การใช้มาตรการในลักษณะดังกล่าวยังไม่ได้ผลในภาพรวมเท่าที่ควร ดังนั้น หากจะนำมาใช้จะเป็นการใช้ในลักษณะมาตรการที่จะช่วยเสริมนโยบายการเงินมากกว่า

“หากเศรษฐกิจไทยยังสามารถที่จะขยายตัวได้ต่อเนื่อง และเงินเฟ้ออยู่ในระดับนี้ กนง.อาจจะต้องเริ่มมองถึงนโยบายการเงินในอนาคต ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ในระดับต่ำมากอยู่ที่ 1.5% สูงกว่าช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2551 ที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% เพียง 0.25% เท่านั้น หากในอนาคตหากเกิดปัญหาเศรษฐกิจจากความผันผวนจากต่างประเทศ เราอาจจะมีความสามารถไม่เพียงพอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากอยู่แล้ว ดังนั้น การเพิ่มความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต และคำนึงถึงความเสี่ยงของดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำเป็นเวลานานจึงเป็นเรื่องที่ กนง.กำลังพิจารณา”

นายวิรไท ยังได้กล่าวถึงการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินบาทในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ในช่วงก่อน หน้านี้ เมื่อนักลงทุนมีความวิตกกังวล เงินทุนก็ไหลออกจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่เมื่อความเชื่อมั่นมากขึ้น จากสถานการณ์สงครามการค้าที่ดูเหมือนมีผลกระทบลดลง ทำให้เริ่มมีเงินไหลกลับมาเข้าในประเทศในภูมิภาคนี้มากขึ้น ยอมรับว่า มีเงินไหลเข้ามาในไทยมากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ระดับที่ดี มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับที่สูง หนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีเงินระยะสั้นจำนวนหนึ่งไหลเข้ามาพัก

“ธปท.จับตาอย่างใกล้ชิด เพราะไม่สบายใจที่นักลงทุนส่วนหนึ่งใช้ไทยเป็นที่พักเงิน เพื่อหาผลตอบแทนระยะสั้น แต่ในขณะนี้จะต้องมีมาตรการออกมาเพื่อดูแลการไหลเข้ามาพักเงินของนักลงทุนเช่น การลดการออกพันธบัตร ธปท.เหมือนช่วงที่ผ่านมาหรือไม่นั้น ธปท.ขอพิจารณาอีกระยะหนึ่ง”.

“วิรไท” รับ “ไม่สบายใจ” ชี้ 2-3 วันที่ผ่านมา เงินระยะ สั้นไหลเข้าไทยมากกว่าประเทศในภูมิภาคทำค่าบาทแข็ง ขณะที่ กนง.มองไปข้างหน้าถึงเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากต้องรับมือความผันผวนโลก 30 ส.ค. 2561 09:01 30 ส.ค. 2561 09:30 ไทยรัฐ