Thairath Logo
กีฬา

ททท. ชวนสัมผัสเสน่ห์ “เมืองรอง” ได้ลองสักครั้งจะติดใจ

โดย ไลฟ์สไตล์
29 ส.ค. 2561 06:01 น.
Share :

ลองจินตนาการว่าเมื่อเราคิดจะไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในประเทศไทย ชื่อแรกๆ ที่มักจะนึกถึงก่อนเสมอก็คงจะเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังต่างๆ หากเป็นทางเหนือก็คงคิดถึงการไปรับอากาศดีๆ บนยอดดอยในเชียงใหม่ ทางอีสานก็อาจจะเป็นเมืองใหญ่อย่างโคราชหรือขอนแก่น ลงไปทางใต้ชื่อภูเก็ตก็น่าจะเป็นหนึ่งในเมืองที่เกือบทุกคนอยากจะไปเยือนสักครั้ง เหล่านี้คือ “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ที่ไม่ว่าคนไทยแบบเราเองหรือจะชาวต่างชาติก็ตามล้วนแล้วแต่มองเป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ ตรงกันข้ามกับ “เมืองรอง” ที่ถูกมองเป็นเพียงทางผ่าน

แต่บางครั้งเมืองที่เราเคยมองว่าเป็นแค่ทางผ่านนี้ อาจมีเสน่ห์และความงดงามที่เราคาดไม่ถึงรอคอยให้เราเข้าไปพิสูจน์อยู่ก็เป็นได้ ซึ่งล่าสุด รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้ทำงานกันอย่างหนักเพื่อพยายามผลักดันและสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวได้ลองเดินทางไปเยือนเมืองรองทั้ง 55 แห่งที่ได้ประกาศรายชื่อมาแล้วเรียบร้อย อันได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก ตาก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สุโขทัย ลำพูน อุตรดิตถ์ ลำปาง แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ น่าน กำแพงเพชร อุทัยธานี พะเยา อุดรธานี อุบลราชธานี หนองคาย เลย มุกดาหาร บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ สุรินทร์ สกลนคร นครพนม ร้อยเอ็ด มหาสารคาม บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ ลพบุรี สุพรรณบุรี นครนายก ราชบุรี สมุทรสงคราม ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี สระแก้ว ตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล ชุมพร ระนอง นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ที่ถึงแม้เมืองเหล่านี้จะเคยเป็นแค่ “พระรอง” มาโดยตลอด แต่ ณ ปัจจุบันก็ถึงเวลาแล้วที่พระรองจะได้โชว์ศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ยังมีความน่าค้นหาอีกมากมายซึ่งรอคอยนักท่องเที่ยวอยู่

แนวคิดการส่งเสริมและผลักดันเมืองรองให้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวน่าสนใจไม่แพ้เมืองหลักนี้ ได้ถูกให้ความสำคัญ โดยรัฐบาลชุดนี้เพื่อขยายศักยภาพในการเป็นเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ก้าวไปอีกขั้น ผ่านการพัฒนาอย่างเป็นระบบโดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการกระจายรายได้จากเม็ดเงินในด้านการท่องเที่ยวไปสู่ท้องถิ่นและชุมชนให้มากขึ้น

แน่นอนว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังลงมือทำอย่างต่อเนื่องก็คือการการวางโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เอื้อกับการเดินทาง และเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว จึงเห็นได้ว่ารัฐบาลเร่งลงทุนในเมกะโปรเจ็กต์ เช่น การวางโครงข่ายการคมนาคม สร้างระบบรางรถไฟที่พาดผ่านเมืองรองต่างๆ และการพัฒนาสนามบินในภูมิภาค เตรียมความพร้อมให้เมืองรองสามารถขึ้นมาอวดโฉมนักท่องเที่ยวได้อย่างเต็มภาคภูมิ

โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมานายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ นั่งกุมบังเหียนในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ให้เร่ง “คิด” และ “ลงมือทำ” ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้การท่องเที่ยวเมืองรองและชุมชนสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวและยั่งยืน

จากนโยบาย นำมาสู่การคิดต่อยอดขยายผลของวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีไฟแรง ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2561 ภาพการณ์ท่องเที่ยวใน 55 เมืองรองมีการขยายอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างรายได้ถึง 1.16 แสนล้านบาท เติบโตกว่า 9% จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่ไหลเข้าสู่เมืองรองรวมกันกว่า 38 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

เมื่อเห็นกระแสการตอบรับที่ดีนายวีระศักดิ์ จึงเร่งขยายผลผลักดันนโยบายการท่องเที่ยวไทยในปี 2561 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2562 หวังให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้กระจายอย่างทั่วถึง และลงลึกถึงระดับชุมชนยกระดับรายได้ของฐานรากให้เข้มแข็งขึ้น ด้วยการทำหน้าที่ “ชี้เป้า” ไปในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยว การยกระดับความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนความสะดวกสบายของการคมนาคมซึ่งทั้งหมดนับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจว่าจะเดินทางไปเมืองรองหรือไม่ รวมถึงการพัฒนาด้านการบริการและบุคลากรทั้งระบบ ไม่ใช่แค่บุคลากรในโรงแรมที่พัก สายการบิน สนามบิน และในแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ เท่านั้น แต่ยังเหมารวมไปถึงบุคลากรในชุมชนด้วย

ซึ่งการทำเช่นนี้ก็เพื่อผลักดันให้ชุมชนได้มีส่วนร่วม และเป็นผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว หนุนให้ “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สำหรับเป้าหมายในจุดนี้ ก็เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นผู้รับใช้ชุมชน ไม่ใช่ให้ชุมชนเป็นผู้รับใช้การท่องเที่ยว โดยที่ชุมชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยเหมือนที่ผ่านมา

“การเตรียมความพร้อม” ในทุกๆ มิติจึงเป็นขั้นตอนที่นายวีระศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะหากแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก การคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกไม่พร้อม แม้ออกแรงโปรโมตส่งเสริมการทำตลาดไปแต่คนในท้องถิ่น ก็ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และททท. จึงพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยการเข้าไปสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เมืองรองแต่ละแห่งยังขาด ชี้เป้าให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเห็นภาพและโอกาส

ด้านการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น หากทุกคนช่วยกันเติมเต็ม เช่น รถสาธารณะในท้องถิ่น หากมีไม่เพียงพอ ก็จะเชิญชวนภาคธุรกิจที่สนใจเข้าไปศึกษาเส้นทางการเดินรถ เพื่อให้มีบริการครอบคลุมการเดินทางภายในเมืองรองนั้นๆ และเชื่อมโยงไปยังเมืองหลักและเมืองรองข้างเคียง รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น รวมถึงรายละเอียดเล็กน้อย อย่างห้องน้ำสาธารณะ ที่สามารถเป็นหน้าเป็นตาของภาคการท่องเที่ยวได้ และที่สำคัญที่สุด นายวีระศักดิ์ ยังมีส่วนสำคัญในการร่วมผลักดันมาตรการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไทยไปเที่ยวเมืองรองมากขึ้น เช่น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวรอง 55 จังหวัด สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่ใช้จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ได้ตลอดปี 2561 ซึ่งนับเป็นนโยบายที่ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเมืองรองอีกด้วย

ในฐานะที่ประเทศไทยเราเองถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังและมีชื่อเสียงที่ดีอยู่แล้ว มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลพยายามผลักดันและพัฒนาจึงถือได้ว่าเป็นการต่อยอดที่ถูกจุด นอกจากจะช่วยส่งเสริมการกระจายรายได้สู่เมืองรองแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ “เสน่ห์” ที่ยังไม่เคยได้รับการบอกเล่าของเมืองรองต่างๆ ได้ถูกส่งต่อไปยังวงกว้าง เปิดทางให้ไทยได้กลายเป็นประเทศที่พร้อมรองรับการท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคอย่างแท้จริงในอนาคต

มันอาจจะถึงเวลาแล้วที่เราจะลองก้าวออกไปเสาะแสวงหาเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ อย่าง “เมืองรอง” ของไทยที่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าค้นหาและเสน่ห์อันแปลกตาที่หาไม่ได้จากเมืองหลัก บางครั้ง เมืองรองเหล่านี้อาจจะทำให้เราหลงรักได้ไม่แพ้เมืองหลักต่างๆ เลยก็เป็นได้

ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวเตรียมลงพื้นที่จัดงานสัมมนา และอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อปักหมุดชู “จันทบุรี” ให้เป็นต้นแบบเมืองรองที่ไม่เป็นสองรองใคร เพราะเล็งเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และเสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

อ่านเพิ่มเติม...
เมืองรองททท.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสถานที่ท่องเที่ยวเมืองท่องเที่ยว