ตร.เมืองอุดรฯ เตรียมสอบพยาน “นกน้อย” เบี้ยวหนี้นักธุรกิจ เรียกพระ 2 รูป สอบปากคำด้วย จ่อพิจารณาพฤติกรรม "นกน้อย อุไรพร" ฉ้อโกงหรือไม่ เบื้องต้นปิดเครื่องหนี ติดต่อไม่ได้
จากกรณี นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจในอเมริกา แจ้งความกล่าวหา หมอลำดัง “นกน้อย อุไรพร” หมอลำชื่อดังเจ้าของวงดนตรีหมอลำ “เสียงอีสาน” ข้อหา “ฉ้อโกง” ยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ มูลค่า 49 ล้านบาท ไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ 3.8 ล้านบาท แค่ 3 เดือนเพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดง แต่ผ่านมาเกือบ 4 ปี ยังไม่ได้รับโฉนดคืน ล่าสุดได้ติดต่อจะคืนเงิน จึงต้องเดินทางมาจากอเมริกา แต่สุดท้ายก็ปิ๋ว และติดต่อไม่ได้ จึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับหมอลำดัง
พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี และ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ร่วมกันเปิดเผยว่า วันที่ 20 สิงหาคม นางสุดารัตน์ ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวหาว่า นางอุไร ฉิมหลวง หรือนกน้อย อุไรพร อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555 หมู่ 17 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี “ฉ้อโกง” ยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ ในตัวเมืองอุดรธานี ราคา 49 ล้านของตนไปจำนองนายทุน แล้วไม่ยอมนำมาคืนตามสัญญา และบ่ายเบี่ยงมาตลอด สุดท้ายติดต่อไม่ได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2559-7 สิงหาคม 2561
...
พ.ต.ท.ผลิตอรัญ เปิดเผยว่า นางสุดารัตน์ แจ้งว่า ได้รู้จักนางอุไรผ่านหลวงพ่อสมจิตร สังกัดวัดแห่งหนึ่งในตัวเมือง จ.หนองคาย เพราะเคารพนับถือและศรัทธามากว่า 10 ปี จึงเป็นโยมอุปัฏฐากส่งเสียหลวงพ่อสมจิตร เรียนจนจบปริญญาเอก ต่อมาหลวงพ่อสมจิตรได้แนะนำให้รู้จักกับนางอุไร หรือนกน้อย อุไรพร ซึ่งเป็นหมอลำดังและมีชื่อเสียง ทำให้สนิทสนมกันจนผูกข้อมือเป็น “แม่ฮัก” และยังได้รู้จักกับพระอาจารย์สำเนียง เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่นางอุไรเคารพนับถืออีกด้วย
"ต่อมาวันที่ 24 มีนาคม 2559 หลวงพ่อสมจิตรได้มายืมโฉนดที่ดินในตัวเมืองอุดรธานี ของนางสุดารัตน์ จำนวน 33 ไร่ ราคา 49 ล้านบาท ให้นางอุไรไปจำนองนายทุนเงินกู้นอกระบบ เพราะต้องการเงิน 3.8 ล้าน ไปเปิดวง “เสียงอีสาน” และเดินสายทำการแสดง ส่วนสาเหตุที่ไม่มีเงินเปิดวง เพราะยื่นกู้แต่แบงก์ยังไม่อนุมัติ จึงได้พูดคุยกับพระสังเวียนและนางอุไร ขอยืมโฉนดเพียง 2-3 เดือน ส่วนดอกเบี้ยนางอุไรจะเป็นผู้รับผิดชอบ หากแบงก์อนุมัติเงินกู้ และสปอนเซอร์จ่ายเงิน จะนำเงินมาคืน นางสุดารัตน์เห็นว่าพระผู้ใหญ่ที่เคารพเป็นผู้ขอร้องและรับรอง จึงตกลงให้ยืม วันที่ 25 มีนาคม ตนไปทำสัญญา “ขายฝาก” สัญญา 3 เดือนกับนายทุน ซึ่งนางอุไรรู้จักดีเรียกกันว่า “โรงนม” ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านนางอุไร 3.8 ล้านบาท คิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 บาทต่อเดือน"
พ.ต.ท.ผลิตอรัญ กล่าวต่อว่า เมื่อดำเนินการทำสัญญาเสร็จ นางสุดารัตน์ได้นำเงินสด 3.8 ล้านบาทไปให้นางอุไรที่บ้าน นำเงินไปเปิดวงเดินสายแสดง และยังไม่กลับไปยังอเมริกา ยังอยู่รอให้นางอุไรนำเงิน 3.8 ล้านมาคืน เพื่อจะได้ไปไถ่โฉนดที่ดินออกมา เมื่อถึงกำหนด นางอุไรแจ้งว่าไม่มีเงินมาคืน เพราะแบงก์ไม่อนุมัติเงินกู้ อีกทั้งไม่มีสปอนเซอร์ นางสุดารัตน์ จึงต้องไปขยายสัญญา และปลายปีได้เดินทางกลับอเมริกา พร้อมกับมอบอำนาจให้น้องชาย เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้แทนทั้งหมด น้องชายต้องไปขยายสัญญากับนายทุน 9 ครั้ง ส่วนนางอุไรก็จ่ายดอกเบี้ยไม่เคยขาด กระทั่งปี 2560 ได้พาทนายไปทำสัญญารับสภาพหนี้ โดยเจ้าหนี้ให้เวลา 10 เดือน
"ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2561 หลวงพ่อสมจิตรได้โทรศัพท์ไปแจ้งนางสุดารัตน์ว่า ให้บินกลับมา เพราะนางอุไรจะคืนเงิน 3.8 ล้านให้แล้ว นางสุดารัตน์จึงเดินทางกลับมาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม และจองตั๋วกลับวันที่ 12 มิถุนายน นางสุดารัตน์รอจนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ก็ยังไม่ได้โฉนดกลับ หลวงพ่อสมจิตรจึงแจ้งว่าให้รออีก 2 สัปดาห์ จึงต้องเลื่อนตั๋วบินกลับเป็น 9 กรกฎาคม แต่ก็ยังไม่ได้เงิน โดยไม่มีกำหนดว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ จึงต้องเลื่อนอีกเป็น 7 สิงหาคม จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อกับนางอุไรได้อีก โทรไปหาก็ไม่รับสาย และปิดโทรศัพท์หนี เมื่อไปหาหลวงพ่อสมจิตรและอาจารย์สำเนียงต่างก็หลบหนีหน้า จึงมาแจ้งความร้องทุกข์นางอุไร “ฉ้อโกง” เพื่อต้องการเงิน 3.8 ล้านบาทไปไถ่โฉนดที่ดินคืน"
พ.ต.ท.ผลิตอรัญ เปิดเผยด้วยว่า ได้รับแจ้งและสอบปากคำนางสุดารัตน์ผู้เสียหายไว้ เพราะนางสุดารัตน์ประสงค์ร้องทุกข์ และจะเรียกพยานมาสอบสวนปากคำ พร้อมกับสืบสวนสอบสวนหาหลักฐานที่นางอุไรผู้ถูกกล่าวหาบ่ายเบี่ยงในการคืนเงินมาตลอด ว่าเข้าข่าย “ฉ้อโกง” หรือไม่ ส่วนเรื่องจ่ายเงินดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด นางอุไร เป็นผู้รับผิดชอบจ่ายดอกเบี้ย ต้องให้นางอุไรเป็นผู้เสียหายหากมีการร้องทุกข์ ส่วนนางสุดารัตน์ ส่วนพระอีก 2 รูป จะต้องเรียกมาสอบสวน เพราะอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
...
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปหานางอุไร หรือนกน้อย อุไรพร ปรากฏว่าปิดเครื่อง จึงไม่สามารถติดต่อได้ อีกทั้งในช่วงนี้เป็นฤดูฝน ได้พักวงดนตรี ไม่มีการเดินสายแสดงแต่อย่างใด.