ย้อนวันนั้นถึงวันนี้! ครบ 1 ปี อดีตนายกฯหญิง 'ยิ่งลักษณ์' ควงทักษิณ พี่ชาย เผ่นหนีคดีจำนำข้าว เย้ยคสช. ปล่อยลูกน้อง 'บุญทรง-ภูมิ' และพรรคพวก ผจญชะตากรรม ถูกจองจำอยู่ที่ไทย

พรุ่งนี้! ก็ครบรอบ 1 ปี (วันที่ 25 ส.ค.2561) พอดี ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง หนึ่งเดียวของไทย ได้หลบหน้าหายไปจากประเทศ ไม่ไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ซึ่งนัด (25 ส.ค.2560) ตัดสินคดีประวัติศาสตร์ จำนำข้าว ซึ่งศาลฎีกาพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดจริง จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา

ขณะที่วันเดียวกัน (25 ส.ค.2560) ก่อนหน้านี้ คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยมิชอบ อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก รวม 28 ราย จนศาลต้องออกหมายจับ ตกบ่ายศาลอ่านคำพิพากษา มีความผิดตามฟ้อง โดยให้จำคุก นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 36 ปี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ 42 ปี นายมนัส สร้อยพลอย 40 ปี นายทิฆัมพร นาทวรทัต 32 ปี นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ 24 ปี นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร 48 ปี ส่วนจำเลยอื่น ศาลลงโทษจำคุกลดหลั่นตามพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิด

...

ทั้งนี้ หากย้อนเหตุการณ์เส้นทางการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2560 พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 สารภาพ เป็นคนขับรถพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หนีออกจากบ้านพักย่านวัชรพล กทม. เมื่อคืนวันที่ 23 ส.ค.2560 "โดยเวลา 18.20 น. ได้ขับรถสายตรวจโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์เทา ไปจอดรอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ลานจอดรถห้างฯโลตัส สาขาวัชรพล หลังจากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้นั่งรถเก๋งเบนซ์สีดำออกมา วิ่งนำไปจนถึงหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล เข้าทางป้อมยามหมู่บ้าน เข้าไปในซอย 23 ก่อนจะมีรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เทา ขับออกมา ขับนำรถ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ไปที่บ้านของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ซึ่งอยู่ท้ายซอย 38 และทราบว่ามี น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมเลขาฯที่เป็นผู้หญิง นั่งมาในรถคัมรี่ โดยทั้งสองคนมีผ้าแมสปิดจมูก"

จากนั้น พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ขับรถเก๋งคัมรี่ ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั่งมากับเลขาฯ ออกจากบ้านพัก มุ่งหน้าออกจากหมู่บ้านชัยพฤกษ์ วัชรพล เลี้ยวซ้ายไปที่ถนนรามอินทรา มุ่งหน้ามีนบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปถนนสุวินทวงศ์ มุ่งหน้า จ.ฉะเชิงเทรา พอผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.พนมสารคาม เมื่อถึง ต.เขาหินซ้อน ได้เลี้ยวขวามุ่งหน้า จ.สระแก้ว ผ่านตัวจังหวัดสระแก้ว พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้ขับรถมุ่งไปยัง อ.อรัญประเทศ เมื่อถึงตัวอำเภออรัญประเทศ ซึ่งเป็นเวลา 22.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค.60 ได้ขับไปตามถนนสุวรรณศร เพื่อไปที่นัดหมาย โดยมีรถมารอรับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ห่างจากสถานีรถไฟอรัญประเทศประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง

เมื่อไปถึง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เห็นรถยนต์กระบะสี่ประตู สีทึบ โดยไม่ได้สังเกตยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน จอดอยู่ มีชายลักษณะสูงประมาณ 180 ซม. ซึ่งมองหน้าไม่ชัด ว่าเป็นชายไทยหรือไม่ โดยรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเปิดไฟกะพริบซ้ายขวาด้านหลังไว้ด้วย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ได้จอดรถที่ขับมาต่อท้าย จากนั้นชายดังกล่าวได้เดินมารับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเลขาฯหญิง ไปขึ้นรถ คาดว่าเดินทางข้ามพรมแดนไปกัมพูชา

จากวันนั้นจนมาถึงวันนี้ ก็ปรากฏภาพตามสื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางพร้อมพี่ชาย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ จีน สิงคโปร์ ฯลฯ เรียกว่าไปได้ทั่วโลก แต่ไม่สามารถกลับเมืองไทยได้ ตามรอยเท้าพี่ชายอย่างนายทักษิณ 

มุมหนึ่งก็มอง เหมือนเป็นการ เย้ย คสช.ไม่สามารถจัดการ สองพี่น้องตระกูลชินวัตร ตามกฎหมายได้ ทำได้เพียง คสช.แค่กดดันเป็นระยะ จากกรณีขอทางการอังกฤษส่ง 'น.ส.ยิ่งลักษณ์' เป็นผู้ร้ายข้ามแดน แต่เรื่องก็หายไปในกลีบเมฆ 

แต่อีกมุมหนึ่ง หากสังเกตให้ดี สองพี่น้องอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้โดนคดีทั้งคู่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองก็เงียบหายไปพอสมควร จะมีดิ้นบ้าง ก็เป็น เรื่องพลังดูด ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ กับ กลุ่มสามมิตร เท่านั้นที่นายใหญ่ต้องมีการออกมากระตุกเตือนพลพรรค อดีตส.ส.เพื่อไทยที่คิดจะย้ายพรรค คือต้องการทำให้เลือดหยุดไหล อย่างไรก็ตาม คอการเมืองต่างทราบดี ต้องจับตาชอตต่อจากนี้ไปต่างยิ่ง คสช.เริ่มจะคลายล็อกการเมืองเพื่อเลือกตั้งตามโรดแม็ปแล้ว สองพี่น้อง"ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" จะเดินเกมสู้อย่างไร