ภายหลังคู่กรณี "นกน้อย อุไรพร" เปิดหมดเปลือก อดทนถึงที่สุดแล้วจริงๆ กับพฤติกรรมทำเฉยนิ่ง เคยยืมโฉนดที่ดิน 33 ไร่ ไปจำนอง มูลค่า 49 ล้านบาท ไหนจะต้องบากหน้าไปเซ็นสัญญากับเจ้าหนี้ให้ พร้อมรับเงินเกือบ 4 ล้าน ให้นกน้อย เอาไปใช้สอยตามความจำเป็นที่เคยอ้างไว้เมื่อ 4 ปีก่อน (ขึ้นโรงพักเมืองอุดร เอาผิด 'นกน้อย อุไรพร' โกงโฉนดที่ดิน ปล่อยจำนองสูญ 49 ล้าน)

นางสุดารัตน์ ภูผานี เจ้าของที่ดินมูลค่า 49 ล้านบาท ให้ข้อมูลกับทางไทยรัฐออนไลน์ เพิ่มเติมว่า ที่ตัดสินใจออกมาแฉทั้งหมด เพราะเกินใจจะอดทน ไม่ได้อยากจะทำลายชื่อเสียงใครเลย ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา มีแต่คนรอบข้างยุให้ดำเนินคดี แจ้งความ หรือฟ้องร้อง แต่ตนเองรู้สึกเห็นใจเพราะเคยรู้จักกันมาก่อน จึงอดทนรอ ให้นกน้อย อุไรพร หลอกลวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ก็ยังโดนหลอกว่าจะให้เงินก้อนหนึ่ง เพื่อที่ตนเองจะใช้เดินทางกลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนั้นจึงเป็นครั้งสุดท้ายที่ยอมให้เขาหลอก 

"ดิฉันพยายาม ไปหาพระ ไปหาหลวงพ่อให้ช่วยพูด เพราะก่อนหน้านี้ พระ 2 รูปบอกว่าจะการันตีให้ทุกอย่าง และยืนยันว่านกน้อย จะเอาเงินมาคืนตามเวลาที่กำหนด จนผ่านมา 4 ปี พระ 2 รูป ไม่ได้ช่วยพูดหรืออะไรเลย ทำเป็นนิ่งเฉย ล่าสุดไปหาที่วัดก็ปิดประตูใส่หน้า ดิฉันร้องไห้แทบบ้า ไร้ที่พึ่ง ทั้งๆ ที่ตอนมายืม ก็พากันมาเป็นหมู่คณะ ที่สำคัญ ดิฉันส่งเงินให้พระเรียนจบปริญญาเอก หันหน้าไปพึ่งใครไม่ได้เลยสักคน จึงตัดสินใจปรึกษาตำรวจโรงพักเมืองอุดรธานี" 

นางสุดารัตน์ ภูผานี เล่าต่อว่า ตำรวจเห็นใจ และเข้าใจในปัญหาที่ดิฉันกำลังประสบ และยินดีจะดำเนินเรื่องให้ ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ระหว่างที่เข้าไปทวงเงิน ทวงโฉนดกับทางนกน้อย ก็มักจะพาหลานสาวไปด้วย และหลานสาวจะเป็นคนแอบถ่ายคลิปวิดีโอ และถ่ายภาพไว้ทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าเขาจะละเลยปฏิเสธรับผิดชอบเรื่องใดๆ  เพราะชื่อที่เซ็นสัญญาไป ก็คือชื่อดิฉัน

...

"ทนายความส่วนตัวดิฉันที่กรุงเทพฯ จึงเดินทางมาทำสัญญา ให้นกน้อยเซ็นเอกสารทุกอย่าง ยอมรับว่าเป็นคนยืมที่ 33 ไร่ของดิฉันไปจำนองแลกกับเงินเกือบ 4 ล้านบาท จากเจ้าหนี้นอกระบบในอุดรธานีจริงๆ หากนกน้อย ยังทำตัวนิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่รับโทรศัพท์และทำพฤติกรรมเดิมๆ ดิฉันพร้อมเอาคลิปวิดีโอออกมาแฉแน่นอน และถ้าตำรวจเมืองอุดร ไกล่เกลี่ยให้ไม่สำเร็จ ก็จะให้ทนายเดินหน้าฟ้องร้อง มันถึงเวลาต้องดับเครื่องชนแล้ว"

นางสุดารัตน์ ภูผานี บอกเราด้วยว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบวัดดัง ในจังหวัดอุดรธานี ด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา มีญาติโยมมาทำบุญด้วยเงินมหาศาล ตนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมทำบุญ และช่วยเหลือส่งเสียพระทุกอย่าง ส่งเสียคนขับรถพระด้วย ทั้งคู่เรียนจบปริญาเอกเพราะเงินตนเอง ซึ่งตนเองได้ทำธุรกิจอยู่สหรัฐอเมริกา พระท่านอยากเรียน ก็โอนเงินส่งเสียมาให้เรียนพร้อมกับคนขับรถจนจบ รู้ว่าการส่งเสียครั้งนี้เกิดจากความเต็มใจของตนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไป ได้เห็นเหตุการณ์อะไรหลายอย่าง จึงรู้สึกว่า สิ่งที่เราศรัทธา มันไม่ใช่แบบที่เราคิด 

"วันนี้ดิฉันเดือดร้อนมาก มีเพียงตำรวจเมืองอุดรธานี ที่ให้ความช่วยเหลือ ส่วนพระ 2 รูป ผู้ออกปากค้ำประกัน นอกจากจะไม่ช่วยเหลืออะไรแล้ว ยังทำกิริยาเหยียบย่ำหัวใจคนที่เคยศรัทธากราบไหว้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบด้วย หากอยากได้ชื่อวัด หรือข้อมูลต่างๆ ให้ติดต่อมาทาง สภ.เมืองอุดรธานี ดิฉันพร้อมให้ข้อมูล  ในส่วนของนกน้อย อุไรพร ตอนนี้ดิฉันมีพยานบุคคลที่รู้เห็นมากกว่า 10 คน ทั้งชาวบ้าน ตำรวจ และสื่อมวลชน ที่อยู่ในเหตุการณ์ ที่ผ่านมาไว้หน้า นกน้อย มานานเกินไปแล้ว ตั้ง 4 ปี เป็นใครๆ คงไม่อดทนขนาดนี้" 

***ต่อมาทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ พยายามจะติดต่อไปยัง "นกน้อย อุไรพร" เพื่อชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถติดต่อได้แต่อย่างไร