วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บ้าน คอนโดหรูยังขายดี เอสซี แอสเสท-เอพี ธุรกิจครึ่งปีเลิศ

บ้าน คอนโดหรูยังขายดี เอสซี แอสเสท-เอพี ธุรกิจครึ่งปีเลิศ

  • Share:

เอสซี แอสเสทและเอพี เปิดเผยผลประกอบการรอบครึ่งปีแรกของปี 2561 เติบโตทั้งยอดขายและกำไร ชี้ตลาดบ้านหรูและคอนโดราคาสูงยังไปได้ กำลังซื้อยังมี...

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก SC เติบโตทั้งรายได้และกำไรสุทธิ มีรายได้รวม 6,652 ล้านบาท เติบโต 44% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา รายได้หลักมาจากโครงการเพื่อขาย 6,223 ล้านบาท คิดเป็น 94% ของรายได้รวม ประกอบด้วย รายได้จากแนวราบ 4,522 ล้านบาท เติบโต 49% เมื่อเทียบกับกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา การเติบโตของแนวราบมีความโดดเด่นใน 3 กลุ่ม ได้แก่ บ้านหรูราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป เติบโต 67% บ้านราคา 8-20 ล้านบาท เติบโต 512% ขณะที่ราคาน้อยกว่า 5 ล้านบาท เติบโต 132% และเป็นรายได้จากการขายคอนโด 1,701 ล้านบาท เติบโต 49%

สำหรับกำไรสุทธิ 704 ล้านบาท เติบโต 107% ด้วย 2 สาเหตุหลัก คือ 1. มีรายได้เติบโตทั้งแนวราบ แนวสูง และ 2. การบริหารค่าใช้จ่ายมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทั้งด้านการตลาด ด้วยรายได้ที่เติบโต 49% แต่มีค่าใช้จ่ายการตลาดลดลง 13% โดยมีการทำ JBP (Joint Business Partner) กับ Google และใช้การตลาดออนไลน์สูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบ 100% พร้อมกับค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการแนวราบเฉลี่ยลดลง 15%

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ในครึ่งปีหลัง SC จะมีโครงการเปิดขายรวมทั้งสิ้น 51 โครงการ มูลค่ารวม 47,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 15 โครงการใหม่ มูลค่า 15,000 ล้านบาท และโครงการต่อเนื่อง 36 โครงการ มูลค่า 32,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย โอน หรือ Backlog เท่ากับ 10,730 ล้านบาท 45% จะรับรู้รายได้ภายในปี 2561 ทำให้มั่นใจว่า SC จะทำได้ตามเป้ายอดขายและรายได้ของปีนี้ที่ 17,000 ล้านบาท

ด้านนายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า อสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้นจากปัจจัยบวกหลายประการกำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีอยู่มาก โดยเฉพาะตลาดระดับกลางบนถึงไฮเอนด์ ซึ่งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียมถือเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ของสินค้าระดับกลางบนได้ชัดเจน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เอพีมีอัตราการเติบโตสูงมากเป็นประวัติการณ์ สร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ และกลุ่มคอนโด ตลอดจนธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 17,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 1,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% 

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งอายุของคนซื้อที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ รวมถึงต้นทุนในการสรรหาที่ดิน เพื่อพัฒนาโครงการที่ถือเป็นตัวกรองสำคัญ ทำให้ผู้เล่นในตลาดเหลือน้อยลง ที่ผ่านมา สินค้าทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียมของเอพีถือว่า ประสบความสำเร็จในสัดส่วนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้รวมในครึ่งปีแรกมาจากสินค้าแนวราบมากถึง 8,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% และจากสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมจำนวน 8,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43%

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 7 เดือนแรก ณ วันที่ 5 ส.ค.2561 สร้างยอดขายรวมได้แล้ว 25,030 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียมมูลค่า 12,855 ล้านบาท แนวราบมูลค่า 12,175 ล้านบาท ส่งผลให้สร้างยอดขายได้แล้วราว 75% ของเป้ายอดขายปี 2561 ที่ตั้งไว้ คือ เป้ายอดขาย 33,500 ล้านบาท หากยังคงรักษาระดับการขายในปัจจุบันเชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยกุญแจความสำเร็จหนึ่งคือ มีสินค้าที่หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการของคนเมือง ทั้งเรื่องโมเดลสินค้าและจำนวนโครงการทุกทำเลรอบกรุงเทพ โดยครึ่งปีหลังนี้ เตรียมเปิดตัว 2 โครงการไฮไลต์ในสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว

นายอนุพงษ์ กล่าวอีกว่า สรุปปี 2561 บริษัทฯ เปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 38 โครงการมูลค่า 59,580 ล้านบาท โดยเปิดตัวในครึ่งปีหลังจำนวน 30 โครงการ มูลค่า 49,210 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดตัวในไตรมาส 3 จำนวน 12 โครงการ มูลค่า 17,980 ล้านบาท และในไตรมาส 4 จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 31,230 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ประกอบกับการปรับแผนธุรกิจรุกตลาดแนวราบมากยิ่งขึ้น และคอนโดมิเนียมไฮไลต์ จะสามารถสร้างยอดขายและยอดรับรู้รายได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ โดย ณ วันที่ 5 ส.ค. มีสินค้ารอรับรู้รายได้มูลค่า 49,580 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 6,595 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมมูลค่า 42,985 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้