วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ้านศาลเล็งพื้นที่ แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ในศูนย์พืชเชียงราย

ศูนย์พืชสวนเชียงราย พ่นสี-กำหนดจุดแล้ว

แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพรุกต่อ เตรียมชุมนุมใหญ่ 26 ส.ค.นี้ ทวงคืนผืนป่า ยื่นคำขาดต้องรื้อบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุดอีก 9 หลัง ออกจากพื้นที่ป่าดอยสุเทพสถานเดียว ชี้ย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไปอยู่เชียงรายคนละประเด็น ในขณะที่ประธานศาลฎีการุดดูสถานที่แห่งใหม่ เล็งไว้แล้ว 3 จุด คือที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย-ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงรายหลังเก่า และที่ดิน ส.ป.ก.ติดริมแม่น้ำกก ในขณะที่ข้าราชการศูนย์วิจัยฯผวาไม่มีที่อยู่

กรณีประชาชนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพออกมาคัดค้านโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือ “หมู่บ้านป่าแหว่ง” เชิงดอยสุเทพ ต.ดอนแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมเรียกร้องให้รื้อบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ที่อยู่ในแนวป่าออกไปจนกลายเป็นข้อพิพาท ต่อมา คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) มีการ ประชุมสัญจรที่ จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 9-10 ส.ค.61 โดยนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาล ยุติธรรม ระบุว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาเป็นประธานในที่ประชุม มีมติมอบหมายให้สำนักงานศาลยุติธรรมทำความตกลงขอใช้ที่ดินจากกรมวิชาการเกษตร บริเวณศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย จ.เชียงราย เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมที่พักอาศัย หากได้รับการจัดสรรงบประมาณและก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 แล้วเสร็จ จะย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และที่พักอาศัยจากเชิงดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ไปยังพื้นที่แห่งใหม่แทนแล้วนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ส.ค. นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวถึงเรื่องการจะย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จาก จ.เชียงใหม่ ไปอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงราย ว่า ต้องขอขอบคุณทางศาลและรัฐบาลที่ทำความชัดเจน ในการแก้ปัญหา แต่การย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์และบ้านพักออกไป ไม่ได้ตรงกับทางเครือข่ายเรียกร้องแต่อย่างใด ทางเครือข่ายต้องการเรียกร้องขอคืน พื้นที่ป่าในส่วนที่รุกล้ำแนวเขตป่าดั้งเดิมที่ครอบคลุมพื้นที่บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง เพื่อให้รื้อกลับคืนมาเป็นป่าเช่นเดิม ไม่ใช่เรียกร้องให้ย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ออกไป ที่พักอาศัยในอาคารชุด 9 หลัง มีผู้เข้าไปอาศัยอยู่แล้ว 30 ครอบครัว ส่วนมากก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ศาลอุทธรณ์ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ศาลที่ทำงานตามศาลต่างๆใน จ.เชียงใหม่

นายธีระศักดิ์เผยอีกว่า ดังนั้นแม้จะย้ายที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไป จ.เชียงราย ผู้ที่พักอาศัย อยู่ทั้ง 30 ครอบครัว ก็ไม่ได้ย้ายตามไปด้วย การแก้ไขปัญหานั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ได้ยาก เพียงแค่ทำตามข้อตกลงที่สัญญากันไว้ ด้วยการให้ทั้งหมดย้ายไปอยู่ในอาคารชุด 4 หลัง ที่ไม่รุกล้ำแนวเขตป่าดั้งเดิมเท่านั้น แล้วคืนพื้นที่บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ให้ทำการฟื้นฟูเป็นป่า ในวันที่ 16 ส.ค.61 จะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ในการประชุมครั้งนี้

ทางเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย จะยืนยันข้อสรุปยื่นคำขาดเป็นครั้งสุดท้าย เรียกร้องให้คืนพื้นที่และรื้อบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ที่รุกล้ำแนวป่าดั้งเดิม โดยจะให้เวลา 10 วัน เพื่อให้รัฐบาลมีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะรื้อเมื่อใด อย่างไร และภายในเวลาเท่าใด ส่วนในวันที่ 26 ส.ค.61 จะยังคงมีการนัดชุมนุมใหญ่ที่ประตูท่าแพเช่นเดิม เพื่อทวงสัญญาที่ได้ขอไปและเพื่อแสดงพลังปกป้องผืนป่าดอยสุเทพ ขอให้ชาวเชียงใหม่ออกมาร่วมกันในครั้งนี้ด้วย

นายสนอง จรินทร ผอ.ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาและคณะได้เดินทางไปดูพื้นที่ในบริเวณศูนย์วิจัยฯ ขั้นตอนต่อไปทางศูนย์วิจัยฯ ก็จะรายงานไปยังกรมวิชาการเกษตร ว่า มีการเข้ามาดูพื้นที่ ส่วนการขอใช้พื้นที่ทราบว่ายังไม่มีการดำเนินการ เป็นอำนาจของอธิบดีกรมวิชาการเกษตร หรือกระทรวงเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงทฤษฎีใหม่ มีแปลงนาและแปลงไม้ผลที่ยังใช้งานอยู่ มีเกษตรกร นักศึกษา นักเรียน และชาวบ้านมาดูงานในการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ติดถนนหมายเลข 1211 แปลงทฤษฎีใหม่มีอยู่ประมาณ 5 ไร่ เพิ่งเกี่ยวข้าวไป และลงกล้าใหม่ แปลงไม้ผลอีก 20 กว่าไร่ ที่สำนักศาลยุติธรรมมารังวัดตามแบบแปลนต้องการใช้พื้นที่ 40 กว่าไร่ อาจจะรวมที่ดินของกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งมีพื้นที่ติดกันไปด้วย

สำหรับศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ตั้งอยู่ริมถนนสายเด่นห้า-ดงมะดะ หมู่ 6 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นที่ทั้งหมด 25 ไร่ แบ่งเป็นแปลงทฤษฎีใหม่ 5 ไร่ และแปลงผลไม้ 20 ไร่ โดยศูนย์วิจัยฯแห่งนี้อยู่ติดกับที่ดินของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งภายหลังมีการเข้าไปสำรวจพื้นที่พบว่ามีการนำสีสเปรย์ไปพ่นตามจุดต่างๆเพื่อกำหนดจุดในการขอใช้พื้นที่อย่างชัดเจน นอกจากนี้ภายในศูนย์วิจัยฯยังพบว่ามีบ้านพักข้าราชการของศูนย์วิจัยฯกว่า 20 หลัง เป็นทั้งบ้านไม้และบ้านปูนที่สร้างมานานกว่า 30-40 ปี มีข้าราชการพักอาศัยอยู่เกือบทุกหลัง มีสระน้ำขนาดใหญ่ 2 สระ มีน้ำเต็มหลังมีข่าวการขอใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักข้าราชการตุลาการ เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯและครอบครัวต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง หลายคนวิตกกังวลว่าหากมีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่จริงก็จะต้องรื้อถอนบ้านพักข้าราชการศูนย์วิจัยฯออกไป เกรงจะไม่มีที่พักอาศัย

มีรายงานด้วยว่า นอกจากพื้นที่ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายแล้ว คณะประธานศาลฎีกายังได้เดินทางไปดูพื้นอื่นๆอีก 2 แห่ง คือที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเดิม ริมถนนธนาลัย ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย เนื่องจากทาง อ.เมืองได้ย้ายที่ทำการไปอยู่ที่ศูนย์ราชการใหม่เมื่อปีที่ผ่านมา ยังไม่มีใครเข้าไปใช้งานเพื่อใช้เป็นที่ทำการศาลแขวงเชียงราย อีกจุดคือที่ของ สปก.อยู่ริมแม่น้ำกกใกล้กับบ้านพักผู้พิพากษา และหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร จทบ.ชร.มีอยู่ประมาณ 10 ไร่ เพื่อใช้ก่อสร้างบ้านพักเจ้าหน้าที่ศาล ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานเจ้าของพื้นที่เช่นกัน

แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพรุกต่อ เตรียมชุมนุมใหญ่ 26 ส.ค.นี้ ทวงคืนผืนป่า ยื่นคำขาดต้องรื้อบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุดอีก 9 หลัง ออกจากพื้นที่ป่าดอยสุเทพสถานเดียว 13 ส.ค. 2561 01:41 13 ส.ค. 2561 07:39 ไทยรัฐ