วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้เค้าแล้ว หม่องไวโอลิน ในวงจรปิด

รปภ.ระบุ เดินโซเซ คล้ายเมา ตร.เร่งคลี่ ยังไร้วีแวว

ตำรวจยังควานหาตัวนักไวโอลินหนุ่ม ชาวเมียนมา พบกล้องวงจรปิดจับภาพสุดท้ายได้ บริเวณหน้าโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาฯ รปภ.ระบุโซซัดโซเซคล้ายคนเมา ทำมือถือหล่น มีเสียงสะอื้นคล้ายร่ำไห้ ก่อนประคองพาไปนั่งป้ายรถเมล์จนหาย ตัวไป “รองอู๊ด” พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. สั่งตรวจสอบตามโรงพยาบาลและ สน.ใกล้เคียงด่วน ขณะที่ญาติคนหายไม่เชื่อว่าจะโดนเรียกค่าไถ่ แต่กังวลกลัวถูกขบวนการค้ามนุษย์จับไปทำงาน

กรณีการหายตัวไปอย่างไร้วี่แววของนายเนียน จัน อู อายุ 39 ปี นักไวโอลินชื่อดังระดับมาสเตอร์ หลานชายนายอู จอ ซาน สมาชิกสภาชาติพันธุ์แห่งเมียนมา และอดีตอธิบดีกรมอัยการของเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. ขณะเข้ามาเที่ยวที่ประเทศไทยกับ น.ส.มินต์ ออนมาร์ อายุ 39 ปี คู่หมั้นสาวชาวเมียนมา ถือสัญชาติออสเตรเลีย หลังรับแจ้ง ตำรวจไทยเร่งสืบหาเบาะแสเพื่อตามตัวหนุ่มเมียนมารายนี้ พร้อมประสานข้อมูลจากหลายหน่วยงาน

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 12 ส.ค. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เติมเผ่า ศิริภูบาล ผกก. สน.สุทธิสาร พร้อมกำลังตำรวจผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าร่วมประชุมคดีการหายตัวไปของนายเนียน จัน อู เพื่อสรุปข้อมูลในแต่ละส่วนที่รับผิดชอบ โดยใช้เวลาประชุมนาน 2 ชั่วโมง

หลังเสร็จสิ้น พล.ต.ต.สมพงษ์เปิดเผยว่า สั่งการประสานข้อมูลตำรวจ บช.ทท. บช.ส.สตม.และโรงพักต่างๆให้ร่วมตรวจสอบหาผู้สูญหายแล้ว เบื้องต้นสันนิษฐานนายเนียน จัน อู อาจเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ไม่พกหนังสือเดินทาง เลยทำให้ไม่ทราบว่าเป็นใคร สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ตรวจสอบว่ามีการจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองที่มีรูปพรรณใกล้เคียงกับผู้สูญหายหรือไม่ พบข้อมูลนายเนียน จัน อู พูดได้แต่ภาษาพม่าและภาษาอังกฤษ มีคนเจอครั้งสุดท้ายหน้าโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก อยู่ระหว่างเร่งหาข้อมูล

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของชุดสืบสวนพบกล้อง 2 ตัว ที่สามารถบันทึกภาพ นายเนียน จัน อู ในช่วงก่อนจะหายตัวไป กล้องตัวแรกอยู่ภายในซอยสุขร่วมใจ ข้างโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ห่างจากคอนโด เซ็นทริค ห้วยขวาง สเตชั่น ที่พักของนายเนียน จัน อู และแฟนสาวไปประมาณ 600 เมตร เป็นภาพนายเนียน จัน อู อยู่คนเดียว เดินท่าทางโซเซคล้ายคนเมา และเกือบจะล้มหลายครั้ง ในมือขวาถือโทรศัพท์มือถือ เปิดหน้าจอ มีแสงไฟส่องสว่างชัดเจน โดยภาพปรากฏในช่วงเวลาประมาณ 19.36 น. ของวันที่ 2 ส.ค. ส่วนกล้องอีกตัวอยู่ใกล้เคียงกัน บริเวณริมถนนรัชดาภิเษก หน้าโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เป็นภาพขณะนายเนียน จัน อู ไม่ถือโทรศัพท์มือถือแล้ว แต่ผ่านไปไม่กี่วินาที มี รปภ.ของโรงแรมเก็บโทรศัพท์มือถือนำมา คืนให้เจ้าตัว พร้อมพาไปนั่งที่ป้ายรถประจำทาง โดยบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดและถูกเสาสะพานลอยคนข้ามบังมุมกล้อง จึงไม่เห็นภาพหลังจากนั้นว่านายเนียน จัน อู ขึ้นรถแท็กซี่ หรือเดินเท้าไปที่ใด ทั้งนี้รูปพรรณของนายเนียน จัน อู ที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ผมสั้นเกรียน เจาะหูซ้าย สวมเสื้อยืดแขนสั้นคอกลมสีดำ สกรีนรูปใบหน้า “เอลวิสเพรสลีย์” กางเกงยีนส์ขายาว สีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบสีเข้ม มีรอยสักลงสีที่ต้นแขนทั้ง 2 ข้าง

ทั้งนี้ ชุดสืบสวนยังนำตัว รปภ.ที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดมาสอบปากคำหาข้อมูล ก่อนทราบว่า รปภ.รายนี้เห็นนายเนียน จัน อู เดินมาคล้ายคนเมา พูดคุยไม่รู้เรื่องเนื่องจากเป็นชาวต่างชาติ ก่อนจะเดินเซเข้ามาในลานจอดรถ ก่อนมีเสียงสะอื้นคล้ายคนร่ำไห้และทำโทรศัพท์หล่น รปภ.จึงหยิบมาส่งคืน และพาไปนั่งที่ป้ายรถประจำทาง จากนั้นกลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้สังเกตนายเนียน จัน อู หายไปเมื่อใด

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เปิดเผย ถึงเรื่องนี้อีกครั้งว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลหาเบาะแสผู้ที่สูญหายอย่างเร่งด่วน ขณะนี้ชุดสืบสวน กก.สส.บก. น.2 และชุดสืบสวน สน.สุทธิสาร เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม รวมทั้งประสาน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช. ทท. ให้นำกำลังช่วยติดตามผู้สูญหาย รวมทั้งให้พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร สอบปากคำญาติและแฟนสาวผู้สูญหายเพิ่มเติม เบื้องต้นพบนายเนียน จัน อู ป่วยเป็นโรคปอด ต้องกินยารักษาอาการป่วย สั่งการให้ทุก สน.ตรวจสอบตามโรงพยาบาลว่าผู้สูญหายไปรักษาตัวอยู่หรือไม่ รวมถึงถูก สน.ใด จับกุมหรือไม่เพราะผู้สูญหายไม่ได้พกหนังสือเดินทางติดตัว รวมทั้งประสานไปยังสถานทูตพม่า และกำลังตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย บช.ภ.1, 2 และ 7 ให้ช่วยติดตามตัวอีกทาง

ที่ สตม. พ.ต.อ.ประวิทย์ ศิริธร ผกก.2 บก.สส. สตม. เปิดเผยว่า สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.2 บก.สส. สตม. ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมและตรวจสอบประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศไทย รวมถึงการตรวจสอบการใช้เอกสารประจำตัวต่างๆของนายเนียน จัน อู เพื่อเร่งติดตามตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบบริเวณหน้าห้องกัก กก.3 ศสส.สตม. พบตั้งแต่วันที่ 9-12 ส.ค. มีผู้ต้องกักจำนวน 1 คน ถูกส่งตัวมาจากสน.สุทธิสาร เป็นชายชาวเมียนมา รูปร่างสันทัด ผิวคล้ำ ศีรษะโล้น สูงประมาณ 165 ซม. ลักษณะไม่ตรงกับนายเนียน จัน อู ที่หายตัวไปแต่อย่างใด ส่วนการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของนายเนียน จัน อู พบหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 19.36 น.วันที่ 31 ก.ค. เป็นการเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งแรก ส่วนแฟนสาวเดินทางมาจากประเทศออสเตรเลีย ลงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 20.06 น.วันที่ 24 ก.ค. ก่อนจะพากันไปเที่ยวพัทยา ก่อนกลับเข้า กทม. กระทั่งหายตัวไปช่วงค่ำวันที่ 2 ส.ค. หลังจากนั้นแฟนสาวเดินทางออกนอกประเทศไทยที่สนามบินดอนเมืองในเวลา 15.37 น.วันที่ 7 ส.ค. มีจุดหมายปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อพบน้องสาวของนายเนียน จัน อู เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สำหรับ น.ส.มินต์ ออนมาร์ แฟนสาวปกติพักอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่จะกลับเมียนมาทุก 6 เดือนเพื่อหาครอบครัวและนายเนียน จัน อู ทั้งนี้ น.ส.มินต์ ออนมาร์ ยังให้ข้อมูลกับตำรวจด้วยว่านายเนียน จัน อู ไม่น่าจะถูกใครปองร้าย แต่กลัวจะถูก จับโดยขบวนการค้ามนุษย์เอาตัวไปใช้แรงงาน นอกจากนี้ ระยะเวลาที่แฟนหนุ่มออกจากที่พักเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ คือออกจากที่พักเวลา 19.21 น. มาถึงบริเวณที่กล้องวงจรปิดจับภาพเวลาประมาณ 19.36 น. จึงไม่น่าจะแวะดื่มสุราได้ และเชื่อด้วยว่าการหายตัวครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ เพราะหลังเกิดเหตุนานกว่า 10 วัน บรรดาญาติๆยังไม่พบการข่มขู่แต่อย่างใด ซึ่ง น.ส.มินต์ ออนมาร์ ยังเตรียมตัวเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 20 ส.ค.

ตำรวจยังควานหาตัวนักไวโอลินหนุ่ม ชาวเมียนมา พบกล้องวงจรปิดจับภาพสุดท้ายได้ บริเวณหน้าโรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาฯ รปภ.ระบุโซซัดโซเซคล้ายคนเมา ทำมือถือหล่น 13 ส.ค. 2561 01:31 13 ส.ค. 2561 01:31 ไทยรัฐ