วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“เลเจนด์ สยาม” อวดโฉมปลายปี

“ณุศาศิริ” ผุดสวนสนุกเชิงวัฒนธรรม

“ณุศาศิริ” ทุ่ม 4,000 ล้านบาท ผุดธุรกิจสวนสนุก “เลเจนด์ สยาม” ชูความเป็นสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกในประเทศไทย หวังขึ้นแท่นแลนด์มาร์กแห่งใหม่เมืองพัทยา ตั้งเป้า 4 ปีสามารถคืนทุนได้ พร้อมย้ำไม่ทิ้งธุรกิจหลักพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งขณะนี้กวาดยอดขายแล้ว 2,000 ล้านบาท

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้รุกขยายไลน์ธุรกิจเพิ่ม โดยล่าสุดได้พัฒนาโครงการ “Legend Siam” (เลเจนด์ สยาม) สวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกในประเทศไทย กับคอนเซปต์ “ตำนานแห่งสยาม” มูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท โดยโครงการตั้งอยู่ที่พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 164 ไร่ มีพื้นที่ก่อสร้างมากกว่า 100,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) พื้นที่ร้านค้าและสวนสนุกมากกว่า 50,000 ตร.ม. โดยตั้งเป้าเปิดเฟสแรกพร้อมให้บริการและอวดโฉมได้ในช่วงปลายปีนี้

“วัตถุประสงค์สำคัญในการสร้างสวนสนุกแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทย และเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและพัฒนาการตลาดให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ช่วยเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ รวมถึงเล็งเห็นศักยภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ให้ความสนใจในธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะเปิดสวนสนุกในรูปแบบนี้”

นายวิษณุ กล่าวว่า ที่ดินที่นำมาพัฒนาสวนสนุกเลเจนด์ สยาม นั้นเป็นแปลงที่ดินเก่าที่ซื้อเก็บไว้ประมาณ 300 ไร่ โดยก่อนหน้านี้ก็แบ่งพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยไปแล้วบางส่วน ซึ่งหลังจากนำมาพัฒนาสวนสนุกอีก 164 ไร่ ก็จะเลยที่ดินอีก 100 ไร่ โดยในอนาคตก็เล็งจะพัฒนาสวนสนุกเพิ่มหากมีกระแสตอบรับที่ดี รวมถึงมีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม และโรงแรมที่พัก ซึ่ง ณ ปัจจุบันราคาที่ดินบริเวณนี้ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกปี โดยขณะนี้ราคาอยู่ที่ 15 ล้านบาทต่อไร่

ทั้งนี้ เลเจนด์ สยาม จะเป็นสวนสนุกที่อัดแน่นด้วยการนำเสนอความสนุก ความวิจิตรแห่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณี ตำนานที่เลื่องลือในแต่ละยุคแต่ละภูมิภาค โดยตั้งเป้าจะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองพัทยา โดยจุดเด่นของที่นี่อยู่ที่ซุ้มประตูยักษ์ทศกัณฐ์ และสหัสเดชะ ที่สูงตระหง่านราวตึก 5 ชั้น

นายวิษณุ กล่าวว่า นอกจากความอลังการของซุ้มประตูแล้ว ภายในสวนสนุกยังมีการนำเสนอความสนุกผ่าน 3 โซนหลัก คือ 1.โซนสยามวิไลซ์ ที่จะพาย้อนตำนานไปพบกับความศิวิไลซ์ของเมืองสยามและอดีตอันรุ่งเรือง ชื่นชมสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย สัมผัสตำนานแห่งพระอินทร์และช้างเอราวัณ พร้อมดื่มด่ำกับขบวนพาเหรดสุดอลังการ “ช้างทรงในตำนาน” พิธีกรรมโบราณที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

2.โซนไทยอารยะ พบกับงานวัด วิถีชีวิตแห่งความสนุกสนานของชาวสยาม เพลิดเพลินกับเครื่องเล่นงานวัดนานาชนิด และสัตว์ในตำนานวรรณคดีไทย พร้อมสัมผัสความสวยงามของวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยพระเจ้าอู่ทองที่ถูกจำลองให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการจำลองตลาดน้ำตำนานไทยและตลาดบกตำนานสยาม และยังมีมุมให้สนุกขนลุกไปกับบ้านแม่นาค ตำนานรักแห่งคลองพระโขนง ที่จะมาเปิดประสบการณ์หลอนแบบสมจริงด้วย

ส่วนในโซนที่ 3 จะเป็นโซนภูมิแผ่นดิน บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตำนานผู้กล้าแห่งบ้านบางระจัน ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความเสียสละ ความสามัคคีในการต่อสู้เพื่อชาติ อีกทั้งจะมีการจัดแสดงสุดยอดความอลังการของเครื่องคชาภรณ์พาเหรดโขลงช้างปลุกตำนานช้างเผือก เป็นต้น

“สำหรับการลงทุนโครงการนี้ ตั้งเป้าว่า 4 ปีจะสามารถคืนทุนได้ โดยกลุ่มลูกค้าหลักน่าจะเป็นต่างชาติ 70% โดยกลุ่มหลักก็จะเป็นชาวจีน และลูกค้าคนไทยอีก 30% โดยสวนสนุกแห่งนี้รองรับนักท่องเที่ยวได้ 20,000 คนต่อวัน สำหรับค่าบริการคนไทย 150 บาท (ยังไม่รวมค่าเครื่องเล่น) ส่วนของลูกค้าต่างชาติก็จะจัดเป็นแพ็กเกจมีทั้งแบบขายผ่านทัวร์ ซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนอยู่” นายวิษณุกล่าว

อย่างไรก็ตาม การเปิดสวนสนุกก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต่อยอดเสริมศักยภาพให้บริษัท โดยบริษัทก็ยังให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอยู่ โดยปีนี้ตั้งเป้ายอดขายรวมไว้ที่ 3,000 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ทำได้แล้ว 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อาทิ กลุ่มด้านสุขภาพที่ไปเปิดโรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 ซึ่งในอนาคตก็มีแผนจะขยายไปในหัวเมืองหลัก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ.

“ณุศาศิริ” ทุ่ม 4,000 ล้านบาท ผุดธุรกิจสวนสนุก “เลเจนด์ สยาม” ชูความเป็นสวนสนุกเชิงวัฒนธรรมแห่งแรกในประเทศไทย หวังขึ้นแท่นแลนด์มาร์กแห่งใหม่เมืองพัทยา 13 ส.ค. 2561 00:14 13 ส.ค. 2561 03:55 ไทยรัฐ