วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง’ กับความท้าทายที่เหลืออยู่ ?

ฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ปิดฉากไปแล้วในวันแม่แห่งชาติของไทยเมื่อวานนี้ (12 สิงหาคม 2561) ซึ่งก็ได้ทีมแชมป์หน้าใหม่ นั่นคือ "เมส ซุนกุน" (โฆษกสนามออกเสียงแบบนี้ แทน เมส ซันกาน ที่เราคุ้นเคย) แชมป์ฟุตซอลลีกอิหร่าน ที่บดเอาชนะ "ไท ซอน นัม" ซึ่งทำเซอร์ไพรส์ เป็นสโมสรแรกจากเวียดนามที่เข้าชิง ด้วยสกอร์ 4-2

ที่จั่วหัวแบบนี้ เพราะว่าอยากพูดถึงนักเตะคนหนึ่งของ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ยอดทีมแห่งวงการฟุตซอลไทย เนื่องจากผู้เขียนเพิ่งมีโอกาสได้ติดตามทีมไปทำข่าวในรายการนี้ ซึ่ง “ฉลามพลังเพลิง” ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายอย่างน่าเสียดายในการดวลกับ แบงค์ ออฟ เบรุต จากเลบานอน 

คนที่จะพูดถึง คือ “ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง” ซึ่งเกมนั้นเขาเองก็ทำผลงานยอดเยี่ยมตามมาตรฐานดาวยิงอันดับหนึ่งของทีมชาติไทย ไม่เพียงแค่เหมายิงคนเดียว 4 ลูก แต่ยังมีส่วนกับเกมทั้งรุกและรับตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม ทำให้ บลูเวฟ พลิกจากตามหลังถึง 1-4 ในพีเรียดแรก มาจบเกมด้วยการเสมอ 6-6 และแซงนำ 7-6 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนโดนเล่นงานด้วยการเล่นเพาเวอร์เพลย์จนเสมอ 7-7 ซึ่งก็น่าเห็นใจ “เจ้าอาร์ม” ที่สังหารไม่เข้าในการเป็นเพชฌฆาตมือแรก แพ้ไปในการดวลจุดโทษ 2-3

ความพ่ายแพ้ในวันนั้น ทำให้ผู้เขียนได้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริงของ “เจ้าอาร์ม” เพราะเขาได้เจอกับสถานการณ์ที่กดดัน บวกกับคู่แข่งระดับเอเชียที่มีฝีเท้าจัดจ้าน จึงเกิดเป็นแรงขับเคลื่อนให้พ่อมดฟุตซอลไทยยุคปัจจุบันเค้นความสามารถ และพละกำลังทั้งหมดที่มีออกมา เพื่อเอาชนะให้ได้ แม้สุดท้ายจะไม่สำเร็จก็ตาม 

แต่หากมองในแง่ดี ความปราชัยครั้งนี้ทำให้เขายังมีความท้าทายในการเล่นฟุตซอลอยู่ เพราะการแพ้ เลบานอน ทั้งในระดับสโมสร (แบงค์ ออฟ เบรุต) และทีมชาติ (ฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ไต้หวัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ไทย แพ้ เลบานอน 2-5) คงเป็นอะไรที่ค้างคาใจ และหากเจอกันครั้งหน้าเมื่อไหร่ก็คงใส่เต็มที่ เพื่อกลับมาเป็นผู้ชนะอีกครั้ง

การจะกลับมาเล่นฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์เอเชีย 2019 นั้น สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ พา “ฉลามพลังเพลิง” คว้าแชมป์เอไอเอส ฟุตซอล ไทยลีก 2018 ให้ได้ก่อน (ถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32) ซึ่งพวกเขาก็นำเป็นจ่าฝูงอยู่หลังจบเลกแรก โดยมี 34 คะแนน นำ สุราษร์ธานี, การท่าเรือ และ แบงค็อก บีทีเอส อยู่ 3 คะแนน 

หากดูตามเนื้อผ้า พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ยังคงเหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งตัวผู้เล่น, ประสบการณ์ และการยืนระยะ ถ้าไม่ตกม้าตายเอง แชมป์ลีกสมัยที่ 10 คงไม่หนีไปไหน แต่ก็จะเกิดคำถามตามมาว่า ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ยังเหลือความท้าทายอะไรอีก หากค้าแข้งในไทยต่อไป ? เพราะเขาได้แชมป์ระดับสโมสรมาแล้วทุกรายการ ทั้งไทยลีก, เอฟเอ คัพ ที่ได้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และแชมป์สโมสรเอเชียที่เขาเคยชูถ้วยถึง 2 สมัย (ปี 2013 และ 2017) รวมถึงเคยได้รางวัลนักฟุตซอลยอดเยี่ยมของทวีปเอเชียมาแล้วในปี 2013

ผู้เขียนมีโอกาสพูดคุยกับ “เจ้าอาร์ม” ที่อินโดนีเซียก่อนเดินทางกลับ ซึ่่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า ถึงจุดอิ่มตัวแล้วกับการเล่นฟุตซอลในประเทศไทย แต่ด้วยวัยเพียง 29 ปีในตอนนี้ เขาอยากหาความท้าทายใหม่ๆ เพื่อให้ชีวิตการค้าแข้งยังมีรสชาติ

และสิ่งที่จะตอบโจทย์ คือ การไปเล่นในต่างแดนที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับพระกาฬ และคู่แข่งที่มีมาตรฐานสูงกว่า ซึ่งดาวยิงทีมชาติไทยก็เปิดเผยว่า "เมส ซุนกุน" แชมป์เอเชียสดๆ ร้อนๆ ที่เขาเคยย้ายไปเล่นด้วยสัญญายืมตัว 4 เดือน เมื่อช่วงปลายปี 2016 ต่อต้นปี 2017 ติดต่อมาหาเขา เพราะอยากร่วมงานกันอีกครั้ง ซึ่งเขาเองก็สนใจกลับไปอยู่เหมือนกัน เนื่องจาก เมส ซุนกุน เองก็ยอมรับในตัวเขาที่เป็นนักฟุตซอลจากเอเชียฝั่งตะวันออกคนแรกที่ไปเล่นในลีกอิหร่าน หลังจากครั้งก่อนฝากผลงานซัดไป 5 ประตู

ผู้เขียนเองก็อยากให้ ศุภวุฒิ ได้กลับไป เมส ซุนกุน อีกครั้ง เพราะนอกจากรายได้ที่งดงามแล้ว (ครั้งที่แล้วได้ค่าเหนื่อยตลอดสัญญา 1.2 ล้านบาท) ยังได้วัดระดับความสามารถกับผู้เล่นฝีเท้าจัดทั้งในทีมตัวเอง รวมถึงเจอทีมคู่แข่งที่เขี้ยวลากดิน และได้เล่นในการแข่งขันที่มีสปีดเกมที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ “เจ้าอาร์ม” ยังมีไฟในการเล่น เพราะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และจะได้นำประสบการณ์มาพัฒนาทั้งตัวเอง ตลอดจนกลับมาถ่ายทอดให้สโมสรในไทยและทีมชาติไทย เพื่อยกระดับวงการโต๊ะเล็กบ้านเราต่อไป

อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าย้ายไปโกยเงินในลีกอินโดนีเซีย เหมือนช่วงต้นปีนี้ที่ผ่านมา ซึ่ง "เจ้าอาร์ม" ไปเล่นให้ทีม "แบล็ค สตีล" ด้วยสัญญาระยะสั้น 3 เดือน ที่แม้ว่ารายได้จะดี แต่ในแง่ของระดับการเล่นยังเป็นรองลีกบ้านเรา

ไม่เพียงเท่านี้ หากดาวยิงทีมชาติไทยย้ายไปเล่นในลีกอิหร่าน หรือลีกชั้นนำในต่างแดนด้วยสัญญาระยะยาว แล้วโชว์ฟอร์มให้เป็นที่ประจักษ์ได้ ก็อาจเป็นใบเบิกทางให้นักฟุตซอลไทยคนอื่นๆ ได้รับความสนใจ และย้ายไปค้าแข้งนอกประเทศมากขึ้น เหมือนที่ "ชนาธิป สรงกระสินธ"์ แจ้งเกิดในฟุตบอลเจ-ลีก ญี่ปุ่น กับทีมคอนซาโดเล ซัปโปโร ก่อนที่ "ธีรศิลป์ แดงดา" จะได้ตามรอย "เมสซี่เจ" ไปอยู่กับ ซานเฟรชเช ฮิโรชิมา ตามด้วย "ธีราทร บุญมาทัน" ที่ได้ไปเล่นกับ วิสเซล โกเบ

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ว่าจะกล้าปล่อยดาวยิงอันดับ 1 ของทีมออกไปด้วยสัญญาระยะยาวหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่การปล่อยตัวระยะสั้นๆ ในช่วงปิดฤดูกาลของไทย ซึ่งตอนนี้ฝีเท้าของ ศุภวุฒิ ไปไกลเกินกว่าจะเล่นอยู่แค่ในบ้านเกิดแล้ว


ชัชวาล กมลไมตรีจิตต์ 

ฟุตซอลสโมสรชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ปิดฉากไปแล้วในวันแม่แห่งชาติของไทยเมื่อวานนี้... 12 ส.ค. 2561 23:05 13 ส.ค. 2561 01:50 ไทยรัฐ