วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หรือจะเป็นเรื่อง "สมคบคิด"?

มีพิรุธ จนเห็นรอยด่าง

ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป หลังจาก 36 สนช.เข้าชื่อเพื่อให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ในส่วนของผู้ตรวจการเลือกตั้งจะลงเอยอย่างไร

ฟังเหตุผลล่าสุดของนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ชุดเก่า ซึ่งอีกไม่นานก็จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วได้ความดังต่อไปนี้

“ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง อยู่ในขั้นตอนรับฟังข้อมูลจากจังหวัดต่างๆ ว่า 616 คนที่คัดเลือกแล้วนั้นว่ามีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม มีความประพฤติอย่างไร มีความเป็นกลางหรือไม่

กว่าจะแต่งตั้งก็ปลายเดือนกันยายน คาดว่า กกต.ชุดนี้คงพ้นหน้าที่ไปแล้ว กกต.ชุดใหม่น่าจะเป็นผู้ลงนามประกาศรับรอง และถ้าปรากฏว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งประพฤติมิชอบ ไม่เป็นกลาง ขาดคุณสมบัติ กกต.มีมติปลดได้ทันที แม้แต่งตั้งไปแล้วก็ตาม”

ที่ขอให้ กกต.ขยายกรอบเวลาการคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อรอให้ กกต.ชุดใหม่เข้ามาคัดเลือกนั้นไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องทำตามกฎหมายและระเบียบที่วางไว้

“หากไม่ทำก็อาจถูกผู้ที่ได้รับการคัดเลือกฟ้องร้องได้”

ความจำเป็นที่ กกต.ชุดเก่าต้องดำเนินการไปนั้น ก็เนื่องจากผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น จะเกี่ยวพันกับการเลือกตั้ง เริ่มจากการได้มาซึ่ง ส.ว.

อีกทั้งอาจจะทำให้เกิดปัญหา ทำให้การเลือกตั้งจะต้องล่าช้าออกไป

เหล่านี้น่าจะเป็นคำตอบว่าทำไม กกต.ชุดเก่าจึงต้องดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะทุกอย่างจากข้อชี้แจงนั้นล้วนเป็นเหตุเป็นผลที่เข้าใจกันได้

สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ 36 สนช.ที่เข้าชื่อกันนั้นมีเหตุผลอะไรเป็นตัวชี้วัด ว่าจะต้องทำอย่างนั้น ทั้งๆที่รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร

สำคัญไปกว่านั้นคือ หากเลือกตั้งใหม่ จะได้ผู้ตรวจการเลือกตั้งดีกว่านี้หรือ จะป้องกันไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้กระนั้นหรือ

กกต.ชุดเก่าซึ่งจะต้องพ้นจากตำแหน่งได้อะไรขึ้นมาหรือ?

ยิ่งหากย้อนกลับไป กฎหมายต่างๆเหล่านี้ สนช.พิจารณาในกระบวนการสุดท้ายใช่หรือไม่ แล้วทำไมถึงไม่ทำให้รอบคอบแล้วไปโจมตีฝ่ายอื่นเขาได้อย่างไร

เป็นเรื่องที่ทำให้ถูกมองว่ามีเจตนาซ่อนเร้นอย่างอื่นหรือไม่?

เอาล่ะ...หากอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ยังแก้ไขได้ หากไปตรวจสอบแล้วพบว่า 616 คนนั้น

มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมก็สามารถยกเลิกการแต่งตั้งได้จาก กกต. ชุดใหม่

เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ รับฟังความคิดเห็น

แต่ไม่ใช่วิธีขอแก้ไขกฎหมายเพื่อหวังใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ เพื่อยกเลิก 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้งที่ดำเนินการไปแล้ว

อีกทั้งการแสดงออกในสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ดูเหมือนว่าจะโยนให้ กกต.ชุดเก่าว่ากระทำผิดจนได้รับความเสียหายในชื่อเสียงจนด่างพร้อย

ยิ่งได้ยินเสียงจากนายกรัฐมนตรีและรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงที่ดูเหมือนว่าจะหนุนหลัง สนช.ให้แก้ไขย้ำคำด้วยว่าไม่ทำให้โรดแม็ปการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป

การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งมันต้องใช้เวลาแน่ เพราะไม่ใช่ ม.44 ที่ลงนามก็มีผลในทันที

หากการเลือกตั้งต้องล่าช้าออกไป คำตอบก็คงจะอ้างว่ากฎหมายยังไม่เสร็จ จึงไม่สามารถเลือกตั้งได้

นี่แหละครับ...ที่เรียกกันว่าทฤษฎี “สมคบคิด”!?!

“สายล่อฟ้า”

มีพิรุธ จนเห็นรอยด่าง ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป หลังจาก 36 สนช.เข้าชื่อเพื่อให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.ในส่วนของผู้ตรวจการเลือกตั้งจะลงเอยอย่างไร... 12 ส.ค. 2561 11:47 12 ส.ค. 2561 15:09 ไทยรัฐ