วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อดีตชุมชนดินแดง เติมฝันคนชั้นกลาง

อดีตชุมชนดินแดง เติมฝันคนชั้นกลาง

  • Share:

“ชุมชนดินแดง” ในอดีตดั้งเดิมเป็นบริเวณที่ทิ้งขยะของกรุงเทพมหานคร มีผู้เข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นชุมชนแออัด

เมื่อกรุงเทพมหานครต้องการใช้พื้นที่จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การสร้างที่อยู่อาศัยของผู้ที่มีรายได้น้อยราวปี 2503 จึงมีโครงการสร้างแฟลต ให้เช่า 5,000 หน่วย ในชื่อ “โครงการอาคารสงเคราะห์ดินแดง”

แต่ชื่อที่หลายๆคนคุ้นหูเรียกติดปากก็คือ “แฟลตดินแดง”

แต่ละห้องมีพื้นที่ใช้สอย 38-39 ตารางเมตร มีส่วนอเนกประสงค์ ครัว ห้องน้ำ ระเบียง มีช่องสำหรับเปิดทิ้งขยะลงปล่อง 1 ปล่อง ต่อ 2 หน่วยห้องพัก

ปี 2516 การเคหะแห่งชาติเข้ามาดูแลรับโอนแฟลตดินแดงจากกรมประชาสงเคราะห์ และสร้างที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นรวมเป็น 94 อาคาร มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 36,000 คน วันเวลาผ่านไป...ผู้คนยิ่งเพิ่มขึ้นกลายเป็นชุมชนใหญ่ 50 ปีผ่านมาสภาพอาคารก็เก่ามาก โครงสร้างทรุดโทรม ผู้พักอาศัย จึงมีความเสี่ยง...อันตราย...ไม่ปลอดภัย

มีความพยายามให้เกิดแนวทางการฟื้นฟูปรับเปลี่ยนอยู่เนืองๆ แต่ก็ดูจะยืดเยื้อ เพราะผู้อาศัยไม่น้อยกลัวการเปลี่ยนแปลง...กลัวจะเสียที่อยู่ที่อยู่มานาน...ไม่เข้าใจ...ต่อต้าน...ไม่ต้องการปรับเปลี่ยนจากการอยู่อาศัยเดิม จนกลายเป็นมหากาพย์เรื่องยาว กระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เองความสำเร็จก็เกิดขึ้น

ภายใต้...“โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง” ด้วยแนวทางส่งเสริมการคิดบวก ช่วงต้นปี 2559 การเคหะแห่งชาติได้ทำการสำรวจวัดผลจากชาวชุมชนแฟลตดินแดง 5,846 หน่วย พบว่า มีผู้เห็นด้วยกับโครงการปรับปรุงฟื้นฟูชุมชนดินแดงเพิ่มขึ้นถึง 85% และในเดือนเมษายน-มิถุนายน มีผู้เห็นด้วยเพิ่มขึ้นเป็น 97%

ในงานมหกรรม Thailand Social Expo 2018 ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ภาพความสำเร็จ “เมืองชุมชนดินแดง” ในวันนี้สะท้อนผลงานให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมถึงความสำเร็จที่สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี พร้อมเดินหน้าไปสู่ความเป็น “เมืองอัจฉริยะ” เต็มรูปแบบ

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) บอกว่า เราได้เข้าไปร่วมแสดงผลงานวิชาการที่อยู่อาศัยหลายโครงการตามนโยบายของรัฐบาลในงานนี้ โดยเฉพาะโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้กับชาวชุมชนดินแดง ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)

มุ่งเน้นกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบันมีมติให้ความเห็นชอบแผนแม่บทโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง (พ.ศ. 2559-2567) เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559 ให้ดำเนินการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งโครงการ รวม 36 อาคาร 20,292 หน่วย

การพัฒนาแบ่งเป็นรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม 6,546 หน่วย และรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่ 13,746 หน่วย ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี...อนุมัติดำเนินโครงการระยะที่ 1 (รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม อาคารแฟลตที่ 18-22) จำนวน 334 หน่วย ซึ่งก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเมื่อ 9 กรกฎาคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมมอบกุญแจให้กับผู้อยู่อาศัยที่ได้สิทธิเช่า...สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2561

ความคืบหน้าล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 6 สิงหาคม 2561 มีผู้ย้ายเข้าอยู่อาศัยแล้ว 142 หน่วย

ในส่วนของการขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะที่ 2, 3 และ 4 (รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม) จำนวน 6,212 หน่วย การเคหะฯได้ออกแบบโครงการและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พร้อมทั้งนำเสนอให้สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาครบทุกแปลงแล้ว

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) กรุงเทพมหานคร มีความเห็นให้การเคหะแห่งชาติชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและนำเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง

หากได้รับความเห็นชอบทาง สผ.จะสรุปเรื่องเข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป ส่วนการขออนุมัติดำเนินโครงการฯได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณแล้ว อยู่ระหว่างส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

ฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้อยู่อาศัยชาวชุมชนแฟลตดินแดงให้เข้าใจข้อมูลที่ตรงกันด้วยว่า...ทุกขั้นตอนจะกำกับดูแลและขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์...

“ส่วนการดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะ 3 และ 4 (รองรับผู้อยู่อาศัยใหม่) จำนวน 13,746 หน่วย คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติได้อนุมัติเห็นชอบในหลักการแนวทางการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา และจะนำเสนอขอความเห็นชอบจากกระทรวงฯต่อไป”

“อาหาร”...“เครื่องนุ่งห่ม”...“ยารักษาโรค”...“ที่อยู่อาศัย”...เป็นปัจจัยสี่ที่มนุษย์ทุกชีวิตล้วนจำเป็นและต้องการด้วยกันทั้งนั้น คนที่มีอาหารบริโภคครบสามมื้อเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้เจริญเติบโต มีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มใช้กันร้อนกันหนาว มียารักษาโรคใช้รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยให้หายเป็นปกติ

และมีที่อยู่อาศัยเป็นอาคารบ้านเรือนใช้สำหรับนอนหลับพักผ่อนก็ถือว่าเป็นคนที่มีปัจจัยสี่...เพื่อการดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งแล้วก็คงยากที่จะหาความปกติสุขให้กับชีวิตได้

“มนุษย์” เราจึงเสาะแสวงหาปัจจัยสี่ให้กับชีวิตของตน บางคนก็...ประสบความสำเร็จ แต่บางคน...ก็ไม่ประสบความสำเร็จด้วยเหตุผลที่ต่างกัน

เศรษฐกิจวันนี้หลายคนมองว่า...กำลังฝืด ติดๆขัดๆพอดู ผู้ที่มีรายได้ปานกลางมีฝันอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังจะตั้งหวังกันได้กี่มากน้อย?

ดร.ธัชพล บอกว่า นอกจากโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงตามนโยบายของรัฐบาลแล้ว การเคหะแห่งชาติยังมีโครงการจัดทำบ้านประกอบสำเร็จ หรือ “บ้านน็อกดาวน์” ด้วย เนื่องจากรัฐบาลต้องการให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยถ้วนหน้าในราคาที่สามารถรับภาระได้

แบบบ้านมี 8 แบบ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ขนาดพื้นที่ใช้สอย 12-31 ตารางเมตร โดยออกแบบให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ทุกเพศทุกวัย ก่อสร้างด้วยระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปตามขนาดพิกัดวัสดุก่อสร้างที่รวดเร็ว มีความแข็งแรง ปลอดภัย อยู่สบาย และลดการใช้พลังงาน

ราคาค่าวัสดุก่อสร้างอยู่ระหว่าง 80,000-200,000 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งไม่รวมฐานรากและค่าแรงงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดสร้างบนที่ดินของกรมธนารักษ์ ซึ่งจะส่งผลให้บ้านมีราคาถูกลง เพราะไม่มีต้นทุนที่ดิน

ที่สำคัญช่วยให้ “ผู้มีรายได้น้อย” มีบ้านเป็นของตนเองได้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องการหาแหล่งสินเชื่อปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อยอยู่ระหว่างการเจรจากับธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสิน

“เราได้บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่ต้องการจะช่วยเหลือบริจาคสร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ที่ผ่านการคัดกรองจากกระทรวงฯ...ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ในสังคม”

ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ...ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไปให้สุดกำลัง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้