วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนช.แบะท่าถอย กม.กกต.

สนช.แบะท่าถอย กม.กกต.

  • Share:

3 มิตรดูดหมอเปรมร่วม

สนช.แบะท่ายุติเกมยื้อแก้ ก.ม.กกต.โละผู้ตรวจการเลือกตั้ง รอ กกต.ตกลงเงื่อนไขกับว่าที่ กกต.ชุดใหม่ ฝ่ายการเมืองยังดาหน้า สับ “วิรัตน์” เตือนหวังยื้อเลือกตั้งไร้ผลดี “อรรถวิชช์”ฉะถึงขนาดสร้างเงื่อนสู่วิกฤติ ชทพ.กระตุกขาดันทุรังไปเสียมากกว่าคุ้ม ขณะที่ “กลุ่มสามมิตร” เดินหน้าลงพื้นที่อย่างสะดวกทั้งโคราช-ขอนแก่น-มหาสารคาม ไม่เสียเที่ยว “หมอเปรม” นำทีมเข้าร่วมกลุ่ม “สมศักดิ์” ขยายเป้าลุยต่อที่ภาคกลาง-เหนือ ส่วน “ทักษิณ” ยังมั่นใจปลุก พท.ชนะแน่ เย้ยรัฐบาลทหารดีแต่ก๊อบปี้ยันท่านั่งเครื่องบิน “บิ๊กป้อม” รอบคอบสั่งเช็กกลุ่มป่วนสถานการณ์ โอดอยากพักผ่อนถูกด่าพอแล้ว การันตีเลือกตั้งต้นปีแน่นอน “ณเดชน์” มาตามนัดเว้าอีสานเรียกเรตติ้งรายการเดินหน้าประเทศไทย ตามนโยบาย “นายกฯตู่” “ญาญ่า-ปั้นจั่น” คิวต่อไป

กรณีที่ สนช.ส่วนหนึ่งร่วมกันลงชื่อยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งประเด็นการแต่งตั้งประจำจังหวัดถูกวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความหวาดระแวงจะส่งผลกระทบโรดแม็ปการเลือกตั้งต้องยืดออกไปจากเดิม ล่าสุด 1 ใน 36 สนช.ที่ร่วมลงชื่อเริ่มเสียงอ่อนและมีแนวโน้มส่อที่จะยุติเดินหน้าร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

สนช.แบะท่ายุติเกมแก้ ก.ม.กกต.

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการนำร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมว่า ล่าสุดทราบว่าร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ในประเด็นผู้ตรวจการเลือกตั้งถึงมือนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แล้ว คงต้องรอให้ประธาน สนช.นำเข้าไปหารือกับวิป สนช.ให้ชัดเจนอีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร เพราะวิป สนช.คงต้อง พิจารณาอย่างรอบด้านโดยเฉพาะที่ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุว่าจะเชิญ กกต.เก่ากับว่าที่ กกต.ใหม่ไปหารือร่วมกัน หากผลออกมาตกลงกันได้ สนช.ไม่น่าจะต้องเดินต่อไป

ผลโพลค้าน 5 หมื่นผิดธรรมชาติ

เมื่อถามถึงผลสำรวจความเห็นต่อการร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ใน ส่วนของผู้ตรวจการเลือกตั้งในเว็บไซต์ของ สนช.ที่ผลปรากฏว่ามีผู้โหวตไม่เห็นด้วย 90 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนคนที่เข้ามาคลิปโหวตเกือบ 6 หมื่นครั้ง นายกิตติศักดิ์ตอบว่า ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็น ได้ มีทั้งคนเชียร์และคนแช่งด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าผลโหวตที่ผ่านมา สนช.พูดคุยกันอยู่ว่า น่าจะผิดปกติใครดูก็รู้ว่าไม่เป็นตามธรรมชาติ กรณีดังกล่าวไม่มีผลต่อการตัดสินใจใดๆ ของ สนช.แต่อย่างไร

“วิรัตน์” ติงหวังยื้อ ลต.ไม่มีผลดี

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การสำรวจความคิดเห็นประชาชนตามมาตรา 77 รัฐธรรมนูญ 2560 การจะแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.เพื่อโละผู้ตรวจการเลือกตั้งในเว็บไซต์ สนช.นั้นต้องมีหลักเกณฑ์ทำอย่างโปร่งใสเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือเพราะมีผลต่อการเลือกตั้งในอนาคต และที่ สนช. ผ่านกฎหมายนี้มาเองกระบวนการยังไม่ยุติ ทั้ง กกต.ชุดใหม่ต้องเป็นผู้พิจารณาว่าใครจะทำหน้าที่ได้หรือใครต้องสรรหาใหม่ ดังนั้น สนช.ยังไม่สมควรยกร่างแก้ไขกฎหมายในกรณีเปลี่ยนตัวหรือสรรหาใหม่หรือเปลี่ยนโครงสร้างคณะกรรมการผู้ตรวจฯ ดังนั้น การจะไปยกเลิกทั้งๆที่กระบวนการสรรหายังไม่ยุติเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และถ้าเหตุผลเพราะต้องการยื้อการเลือกตั้งออกไปไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ประชาชนจะไม่เชื่อถือ ลดความศรัทธาต่อ สนช. และกระบวนการนิติบัญญัติ

“อรรถวิชช์” ฉะอย่าสร้างเงื่อนสู่วิกฤติ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ทั้ง กรธ.-สนช.และ คสช.ออกมาตอบโต้ว่าการแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งไม่กระทบโรดแม็ปว่า ต้องยอมรับความจริงว่าการแก้กฎหมายลูก กกต.ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 180 วัน รวมจากสถิติเดิมที่ กกต.ชุดปัจจุบันทำบัญชีแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งจำนวน 616 คน ใช้เวลาเกือบ 100 วัน ขณะนี้ยังมีเรื่องของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง ไพรมารีโหวต เขตยังไม่ได้แบ่ง การวางแผน แก้กฎหมายพรรคการเมืองหรือกฎหมาย กกต.ดูเป็นเรื่องตลก ทั้งที่ สนช.เป็นผู้เขียนกฎหมายเองอย่างนี้แล้วจะไม่กระทบโรดแม็ปได้อย่างไร กฎหมายทุกวันนี้ก็พร้อมอยู่แล้วควรให้เดินไปหากรอช้าก็ไม่มีผลดีไม่ควรไปสร้างเงื่อนไขแปลกให้เกิดวิกฤติ การที่ออกมาบอกว่าเลือกตั้งไม่เกินเดือน พ.ค. ตนเห็นว่า กำลังทำให้บริบทเดินไม่ได้ เช่น คสช.ไม่ปลดล็อก ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม เมื่อนายกฯประกาศชัดเจนว่าเลือกตั้ง ก.พ.62 แต่ สนช.ส่วนหนึ่งพยายามเตะถ่วง แต่ดูดีๆคนที่จุดประกายบางคนอยู่มาหลายพรรคเป็นอดีต ส.ส.มาเป็น สนช. ดังนั้น อยากกลับ เข้าสู่สภาก็มาลงเลือกตั้ง

ชทพ.เชื่อดันทุรังเสียมากกว่าได้

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า กรณีที่ 36 สนช.ผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.เพื่อโละผู้ตรวจการเลือกตั้งทิ้งถือเป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจนมากอีกเรื่องที่เสนอมาโดย สนช.เพราะกลไกของผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่น่าจะเป็นปัญหา ข้อครหาที่ว่าเข้าข้างมีสายสัมพันธ์ในพื้นที่ก็ถูกแก้ด้วยกลไกที่กฎหมายออกแบบไว้โดยมีการจับสลากไขว้กันให้ไปทำหน้าที่ในจังหวัดอื่นไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะได้ไปทำหน้าที่ที่ไหน ขณะที่กรณีที่ กกต.ชุดปัจจุบันแต่งตั้ง 616 ผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ไม่ใช่ปัญหาแม้จะเป็นงานตามแผนงานที่วางไว้สำหรับ กกต.ชุดใหม่ แต่เพราะ สนช.โหวตล้ม กกต.ชุดแรกทำให้ไม่สามารถส่งมอบ กกต.ชุดใหม่ตามแผนงานที่วางไว้ทัน จึงมีการใช้ ม.44 ให้ กกต.ชุดนี้ทำหน้าที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ ระหว่างที่รอ กกต.ชุดใหม่ กกต.ชุดนี้จึงออกระเบียบเท่าที่จำเป็นตามแผนงาน ดังนั้นจึงเกิดเป็นคำถามย้อนไปยัง สนช.ในฐานะต้นตอของปัญหาว่าเหตุนี้จะทำให้กระทบกับโรดแม็ปเลือกตั้งหรือไม่ อย่าแก้เลยดีกว่าเพราะจะเป็นอีกเรื่องที่เสียไม่คุ้มได้

“สามมิตร” ลงพื้นที่ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ จ.ขอนแก่น นายภิรมย์ พลวิเศษ เลขาฯกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันที่ 11 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร และคณะ ได้ไปพบกับ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น ที่ห้องประชุมประชาเมืองใหม่ เทศบาลเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อลงพื้นที่พบปะกับประชาชนรับฟังปัญหาของตัวแทนกลุ่มเกษตรกรและตัวแทนกลุ่มอาชีพต่างๆใน อ.บ้านไผ่ และ อ.ใกล้เคียงกว่า 200 คน จากนั้นช่วงบ่ายนายสมศักดิ์ เดินทางไปยัง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ร่วมกับนายโกศล คาดพันโน รองนายก อบจ.มหาสารคาม หลังจากนั้นกลุ่มสามมิตรจะสรุปประเด็นปัญหานำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อนำไปหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ท้าทำดีแข่ง พท.ให้คนตัดสิน

นายภิรมย์กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯระบุว่ากลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ และถ้าอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยคนใดย้ายไปตามแรงดูดจะสอบตกว่า กลุ่มสามมิตรไม่ได้คำนึงถึงว่าใครจะสอบได้สอบตก แต่เราให้ความสำคัญเรื่องของปากท้องความมีอยู่มีกินของประชาชนมากกว่า ถึงวันนี้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถตอบโจทย์เรื่องดังกล่าวได้เป็นเบื้องต้นแล้ว โอกาสข้างหน้าถ้าสร้างความเข้มแข็งให้กับคนยากคนจนก็จะอยู่ได้ ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดว่ากลุ่มสามมิตรทำงานแล้วประสบความสำเร็จ กลุ่มสามมิตรเคลื่อนไหวเพื่อสะท้อนปัญหาให้ประชาชนได้ประโยชน์และนำไปสู่การแก้ไขนี่คือผลประโยชน์ที่สามมิตรได้รับ มาวันนี้สามมิตรกล้าที่จะแข่งทำความดีกับพรรคเพื่อไทยและคำตอบสุดท้ายอยู่ที่ประชาชนว่าจะไว้วางใจให้ใครเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎร

เผย “หมอเปรม” นำทีมเข้ากลุ่ม

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.มหาสารคาม นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีต ส.ส.ขอนแก่น และอดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ นายปัญญา ศรีปัญญา อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรคพลังประชาชน และนายโกศล คาดพันโน รองนายก อบจ.มหาสารคามและอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ได้ขอเข้าร่วมกับกลุ่มสามมิตรและในอนาคตอาจจะพัฒนาเป็นผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองที่กลุ่มสามมิตรจะไปสังกัดอีกด้วย

“สมศักดิ์” ขยายเป้าลุยกลาง–เหนือ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้าและแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงแผนการเดินทางไปพบปะกับนักการเมืองและกลุ่มอาชีพต่างๆว่า ในสัปดาห์นี้กลุ่มสามมิตรมาที่ จ.นครราชสีมา และ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น รวมถึง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม จะใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานอีก 2 สัปดาห์ จากนั้นจะไปภาคเหนือและภาคกลางตามที่มีหลายกลุ่มโทร.มาตาม ส่วนการเข้าสังกัดพรรคพลังประชารัฐของกลุ่มหรือไม่นั้นยังไม่ชัดเจนเพราะถ้ากลุ่มสามมิตรไปพัวพันกับพรรคจะทำให้เกิดความยุ่งยากกับพรรคนั้นๆ ถ้าชัดเจนเมื่อไหร่เราตัดสินใจในวันเดียวก็จบ

“วรงค์” ตอก “ทักษิณ” ปชต.เก๊

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่าคุณทักษิณมาฮ่องกงรอบนี้เปิดประเด็นสงครามเพื่อประชาธิปไตย รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆจะไม่มีคำว่าแพ้ ต่อให้มีทหารหรือกองกำลังไม่ทราบฝ่ายเพราะประชาชนจะหนุนและช่วยกันปกป้อง แต่คุณทักษิณแพ้มาตลอดเพราะประชาชนไม่ยอมแสดงว่าประชาธิปไตยของคุณทักษิณกับของพวกเราไม่ตรงกัน คุณทักษิณต้องถามตนเองดูว่าทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติจริงๆหรือไม่ ที่สำคัญคือ 1.ต้องไม่ก้มหน้าก้มตาโกง 2.ต้องไม่เหลิงในอำนาจเช่น ออกกฎหมายล้างผิด ท้าทายประชาชนว่าจังหวัดไหนไม่เลือกจะได้รับการดูแลทีหลัง 3.ต้องเคารพ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่เมื่อชนะคดีก็พอใจพอแพ้แล้วหนีวิจารณ์ศาลเอนเอียง น่าจะรู้ตัวเองดีว่าทำอะไรไปบ้างจึงมีคดี และหมายศาลหลายใบ 4.ต้องเทิดทูนสถาบัน สังคมไทยเรามีสถาบันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวความรู้สึกนี้ปลูกฝังความผูกพันมาตั้งแต่พวกเราเด็กๆแต่คนใกล้ตัวคุณทักษิณเป็นอย่างไรน่าจะพอรู้

“ปณิธาน” เย้ยหวังชนะไม่ง่าย

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกล่าวกับกลุ่มที่เดินทางไปอวยพรวันเกิดย้อนหลังที่ฮ่องกงว่า คำว่าแพ้มีได้ 2 กรณี คือ แพ้เพราะตายกับแพ้เพราะยอมเองว่า เป็นเพราะยังมีคนคาดหวังกับตัวนายทักษิณอยู่ แต่การเมืองปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างการทำไพรมารีโหวต การจัดโครงสร้างพรรคต่างๆที่ต้องอาศัยคนในพื้นที่เข้าไปผลักดันพรรคอย่างจริงจัง ขณะที่นักการเมืองหลายคนก็กังวลเพราะโครงสร้างใหม่ซับซ้อนพอสมควร รวมถึงการบริหารประเทศ ความต้องการของประชาชนก็มีมากขึ้น เมื่อถามว่าคิดว่ามีปัจจัยอะไรทำให้นายทักษิณยังสู้ นายปณิธานตอบว่า ต้องไปถามนายทักษิณเอง บางทีอาจคิดว่ายังมีหวัง เมื่อถามว่า เป็นเพราะยังมีความแค้นอยู่หรือไม่ นายปณิธานตอบว่า ต้องถามนายทักษิณอีกนั่นแหละ ความจริงเวลาก็ผ่านไปนานแล้ว และเท่าที่ดูนายทักษิณก็มีความสุขดี ครอบครัวอบอุ่น

“สุทิน” โต้แพ้แค่อำนาจเถื่อน

นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าตามที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายคนแสดงความเห็นว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแพ้สงครามตลอด แต่นายทักษิณไม่เคยแพ้เป็นนายกฯจากการเลือกตั้งคนแรกคนเดียวที่อยู่ครบ 4 ปี ยังชนะการเลือกตั้งในครั้งต่อมาด้วยสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์แม้ถูกทำลายด้วยอำนาจเผด็จการด้วยรัฐประหาร 2 ครั้ง ยุบพรรค 2 หน ยัดข้อหายึดทรัพย์ กีดกันให้ออกจากการเมือง ออกนอกประเทศ แต่กลับสร้างประวัติศาสตร์มีนายกฯ 4 คน ในช่วงเวลาแค่ 10 ปีเศษ ยังชนะสงครามเศรษฐกิจ สร้างฐานะการคลังของประเทศให้มั่นคง ได้รับการยอมรับจากประชาชน นายทักษิณชนะสงครามในมิติที่บางคนบางกลุ่มบางพรรควิเคราะห์ไม่ถูก สร้างให้คนเหล่านั้นเกิดภาวะโทสะ โมหะ ริษยา โลภ โกรธ หลง แล้วแสดงออกในอาการเสียการสมดุล มีปรากฏการณ์เดียวที่คนเข้าใจว่านายทักษิณแพ้คือ ถูกโค่นจากอำนาจเข้าประเทศไม่ได้เป็นนักโทษหนีคดี ซึ่งเป็นการแพ้ในกติกาป่าเถื่อน

ยันอดีตนายกฯครอบงำไม่ได้

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางการทำงานการเมืองของพรรคเพื่อไทยใช้สันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง เพียงแต่ชี้ให้ประชาชนเห็นว่าอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยชีวิตความเป็นอยู่จะกินอิ่มนอนอุ่น ศักดิ์ศรีประเทศได้รับการยอมรับ กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯให้ความเห็นกับผู้ไปเยี่ยมเยียนที่ฮ่องกงมีเจตนาต้องการที่จะเห็นประเทศไทยกลับมาเจริญรุ่งเรืองมีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรีอีกครั้ง นายทักษิณเป็นอดีตนายกฯย่อมห่วงบ้านเมืองเป็นธรรมดา และในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ซึ่งถูกกระทำแล้วกระทำอีกจำเป็นที่จะต้องให้กำลังใจเพราะกระแสพลังดูดการเอารัดเอาเปรียบทางการเมืองรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทางการเมืองอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคไม่มีใครมาครอบงำได้

มั่นใจ พท.ชนะแน่ รบ.ดีแต่ก๊อป

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เดินทางมายังเกาะฮ่องกงว่า วันที่ 10 ส.ค. นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ร่วมกินข้าวกับอดีต ส.ส.ภาคอีสานประมาณ 40 คน และมีแกนนำพรรคเข้าร่วมด้วย อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล โดยภายในงานมีการจัดโต๊ะจีน 12 ที่นั่ง ไว้ 4 โต๊ะเพื่อรองรับแขกภายในงาน ระหว่างการพูดคุยนายทักษิณได้กล่าวปลุกขวัญ อดีต ส.ส.ว่า มีวิธีการที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยไม่แพ้การเลือกตั้งเพราะมั่นใจว่าชนะใจประชาชนได้ ทั้งรัฐบาลปัจจุบันก็มักก๊อบปี้โครงการต่างๆของพรรค เพื่อไทย แต่ทำได้ไม่ดีเท่ากับที่เคยทำมา แม้แต่ท่านั่งบนเครื่องบินก็พยายามก๊อบปี้ แต่ทำได้ไม่เหมือน เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ร่วมงานจนดังลั่น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันที่ 11 ส.ค. มีกลุ่ม อดีต ส.ส.หนองคาย และอุดรธานี บางส่วนเดินทางไปเข้าพบนายทักษิณ เพื่อพูดคุยถึงปัญหาต่างๆในพื้นที่ และวันที่ 12 ส.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เดินทางไปพบนายทักษิณ เป็นลำดับต่อไป

“บิ๊กป้อม” รอบคอบสั่งเช็กกลุ่มป่วน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่เป็นห่วงความปรองดองของคนในชาติว่า ระบอบประชาธิปไตยมีบางคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างไป แต่ส่วนใหญ่มีความปรองดองกันอยู่ แต่พยายามทำให้เกิดความปรองดองให้เกิดขึ้นให้ได้ เมื่อถามว่า ผลโพลต่างๆ ระบุว่า บ้านเมืองสงบดีแต่พอจะเริ่มมีการเมืองชาวบ้านเริ่มวิตก พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็วิตกไป แต่ไม่มีอะไร เราสำรวจดูแล้ว ให้สำรวจดูตลอด ไม่มีตีกันแน่นอน ดูแลความมั่นคงมา 4 ปี รับรอง แต่ 4 ปีที่อยู่กันอย่างเป็นสุข ไม่มีชม หนังสือพิมพ์คอยแย้งว่าจะตีกัน มันไม่มีตีกันหรอกพื้นฐาน ตนให้หน่วยสืบไปสืบหมด

โอดคนจ้องตีสุขภาพยันฟิตปั๋ง

เมื่อถามถึงเรื่องสุขภาพ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า หลังๆเป็นเพราะเชื้อที่กินเข้าไป มันไปเข้ากระแสเลือด เลยทำให้อาเจียน ต้องให้ยา เรื่องสุขภาพก็มีเรื่องขาที่เป็นมานานแล้ว นอกนั้นไม่มีอะไร ทำงานได้ ดูว่าตนแข็งแรงหรืออ่อนแอมีแต่คนโจมตี แต่ไม่เสียกำลังใจ ทำงานด้วยความตั้งใจ ทำเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าตามที่นายกฯดำเนินการอยู่ ให้เป็น 4.0 ให้ได้ ถึงจะช้าหน่อย แต่ต้องทำ ทั้งด้านปฏิรูป ยุทธศาสตร์ชาติก็ทำกันมา ไม่มีปัญหาอะไร

อยากพักผ่อนถูกด่าพอแล้ว

เมื่อถามถึงเรื่องนาฬิกาที่ถูกโจมตีซ้ำไปซ้ำมา พล.อ.ประวิตรตอบว่า นาฬิกาก็ไม่มีอะไรเลย ไปขอยืมเขามาจบไปแล้ว เมื่อถามว่า อาจเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า การเมืองชัดเจนหาเรื่องไปเรื่อย ตนก็ทำงานตลอดเวลาไม่เคยละเว้น ตื่นตี 4 ทุกวัน 6 โมงเช้าก็ทำงานแล้ว เมื่อถามว่า ท่านหรือนายกฯมีโอกาสตัดสินใจช่วยบ้านเมืองต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมไม่เอา ผมพอแล้ว” เมื่อถามว่า เหนื่อยแล้วอยากพักผ่อน พล.อ.ประวิตรตอบว่า “พอแล้ว ผมโดนด่าพอแล้ว จริงๆผมทำแทบตาย ผมได้อะไรขึ้นมา ไม่ได้อะไรเลย โดนด่าอย่างเดียว หาว่าเอาเงินไปซื้อรถถังทั้งที่รถถัง 40-50 ปีแล้ว ต้องเปลี่ยนตามที่เขาเตรียมเงินเอาไว้ มีช่วงระยะเวลาวางแผนงานไว้ เป็นเรื่องเหล่าทัพไม่ เกี่ยวกับตน”

การันตีเลือกตั้งต้นปีแน่นอน

เมื่อถามเรื่องปลดล็อก พล.อ.ประวิตรตอบว่า คุยกันไปแล้วจบไปแล้วเรื่องปลดล็อก เดือน ก.ย.พอโปรดเกล้าฯกฎหมายลูกออกมาค่อยคุยกัน เลือกตั้งต้นปีแน่นอนไม่มีปัญหา ตามโรดแม็ปที่นายกฯพูดไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า ปัจจัยจากต่างประเทศมีผลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ปัจจัยต่างประเทศไม่มี คนที่อยู่ต่างประเทศก็พูดไป ทำอย่างไรได้เขามีปาก คุณไปสั่งเขาสิ สั่งได้หรือไม่ เขาอยากพูดอะไรก็พูด เขาอยากทำอะไรก็ทำ
แล้วจะทำอย่างไร

“บิ๊กตู่”พอใจแก้หนี้เกษตรกร

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พอใจการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรโดยคณะอนุกรรมการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้สินสามารถตกลงปรับโครงสร้างหนี้ใหม่และเข้าซื้อหนี้ของเกษตรกรจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้ เช่น ธ.ก.ส. สหกรณ์การเกษตร และธนาคารพาณิชย์รวม 36,000 ราย มูลค่าหนี้ราว 6,000 ล้านบาท โดยจะลดยอดหนี้แต่ละรายลงร้อยละ 50 และ หยุดดอกเบี้ยระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี ได้ผลสำเร็จมากที่สุดตั้งแต่มีกองทุนมาในปี 2542 ผลจากตั้งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจ เมื่อเดือน พ.ค.60 เร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกร แทนคณะกรรมการบริหารกองทุน ฟื้นฟูซึ่งดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ปี 2549-2557 แก้ไขปัญหาได้เพียง 29,000 รายจาก 460,000 ราย ทั้งนี้ กองทุนจะร่างระเบียบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯใหม่ และเปิดรับลงทะเบียนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินเป็นระยะเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.เป็นต้นไป

สั่ง กอ.รมน.เร่งแก้หนี้นอกระบบ

พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า พล.อ. เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.รมน.เน้นย้ำให้ กอ.รมน.จังหวัด ประสานงานกับศูนย์ดำรงธรรมอย่างใกล้ชิด และดำเนินการแก้ไข ปัญหา อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน รวมถึง การให้ความรู้ให้คำแนะนำ ส่งเสริมให้ประชาชนนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อขจัดปัญหาการเอารัดเอาเปรียบในสังคม อันจะเป็นต้นเหตุปัญหาอื่นๆภายในสังคมตามมา โดยในห้วงที่ผ่านมามีผู้ที่มาร้องเรียนซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ จำนวน 27,070 ราย มูลหนี้รวม 4,978,824,075 บาท ผลดำเนินการได้ไกล่เกลี่ยและทำข้อตกลงแล้ว 20,387 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 6,603 ราย คู่กรณีไม่ยอมเจรจา 80 ราย การดำเนินงานไม่มีอุปสรรคใดๆบรรลุผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี

“ณเดชน์” ออกรายการเดินหน้าฯ

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเชิญชวนประชาชนติดตามรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” ในเวลา 18.00 น. วันที่ 11 ส.ค.นี้ โดยได้ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ดารานักแสดงชื่อดัง มาเป็นพิธีกรดำเนินรายการ พาไปบ้านเกิดจ.ขอนแก่น ดูการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหารายการวันดังกล่าว “ณเดชน์” ได้พาไปพูดคุยกับชาวบ้านที่เป็นหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหดด้วยสำเนียงอีสาน ซึ่งในรายการชาวบ้านบอกเป็นหนี้ต้องจ่ายถึงเดือนละ 40,000 บาท มีสัญญาเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรม โดย “ณเดชน์” ได้พาชาวบ้านไปยื่นเรื่องร้องเรียน แนะนำพูดคุยช่องทางต่างๆในการช่วยเหลือ พร้อมกันนี้ในรายการ “ณเดชน์” ได้เชิญชวนร่วมทำสัญลักษณ์ติดแฮชแท็ก “#reform together #สร้างไทยไปด้วยกัน”

“ญาญ่า-ปั้นจั่น” จ่อคิวเพิ่มเรตติ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายการเดินหน้าประเทศที่ทุกวันเสาร์ มีดารานักแสดง นักร้องชื่อดัง ผลัดเปลี่ยนมาเป็นพิธีกรเริ่มมาตั้งแต่เดือน ก.ค.เนื่องจากนายกฯมอบหมายให้นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบเรื่องปฏิรูปประเทศและให้เร่งประชาสัมพันธ์ผลงานปฏิรูป ด้านต่างๆ นายกอบศักดิ์จึงใช้รายการเดินหน้าประเทศไทยในทุกวันเสาร์ จัดทำเป็นรายการพิเศษ เกี่ยวกับงานการปฏิรูปในหัวข้อ “สร้างไทยไปด้วยกัน” อย่างที่ออกอากาศไปแล้วมีทั้ง “โป๊ป” ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ พาไปชมโครงการธนาคารปูม้า จ.เพชรบุรี “ตุ้ย เอเอฟ เกียรติกมล ล่าทา” พาไปดูโครงการ “UCEP เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิ์ทุกที่และ “ท็อป” จรณ โสรัตน์ พาไปพูดคุยกับนักบริหารชุมชน ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง จ.ลพบุรี หลังจากนำดารานักแสดงมาเป็นพิธีกรเรตติ้งรายการมีประชาชนติดตามมากขึ้น โดยเฉพาะวันที่ “โป๊ป” มาเป็นพิธีกร มีเข้ากดไลค์ผ่านเพจรายการเดินหน้าประเทศ ไทยถึง 5 แสนไลค์ ทั้งนี้ คิวต่อไปจะมี “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ “ปั้นจั่น” ปรมะ อิ่มอโนทัย มาเป็นพิธีกรตามลำดับ

เพิ่มโปรบัตรคนจน-สูงอายุ

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามนโยบายรัฐบาลลดความเหลื่อมล้ำในสังคมร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 14 แห่ง และธนาคารของรัฐ 2 แห่ง คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ให้สิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน และผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป สามารถเปิดบัญชีเงินฝากพื้นฐานได้ 1 บัญชี ต่อ 1 ธนาคาร ไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการเปิดและเงินคงเหลือในบัญชี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีในการฝาก-ถอน-โอน ไม่ต้องเสียค่าดูแลบัญชี รวมถึงไม่ต้องเสียค่า ธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต เริ่มเดือน ต.ค. เพื่อประชาชนเข้าถึงระบบสะดวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น

มท.1 ปัดครอบครัวเอี่ยวโรงขยะ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าว ชี้แจงกรณี กระทรวงมหาดไทยถูกโจมตีว่า รวบอำนาจดึงการแก้ไขปัญหาขยะมาดูแลเองว่า การขออนุมัติสร้างโรงกำจัดขยะจะได้หรือไม่ เวลานี้ยังไม่มีใครตอบได้ต้องขออนุมัติตามขั้นตอน ที่มีการโจมตีบุคคล ในครอบครัวของตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างโรง ไฟฟ้ากำจัดขยะนั้นยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้ยุ่งเกี่ยว แน่นอน ลูกชายบอกว่าไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวหรือร่วมทุนกับใคร เรื่องนี้ไม่ใช่จะมากล่าวหากันบ่อยๆได้ ถ้าคิดว่ามีข้อมูลก็ไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบ ถ้ามีใครโกงต้องจับเข้าคุกไม่ใช่มาด่าทอส่งเดช ขอแนะนำว่าอย่ามาโจมตี ควรจะไปบอกหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบและลงโทษ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้