วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หัวโจกบิทคอยน์ เผ่นไปเกาหลีใต้

กองปราบฯตรวจสอบพบ “ปริญญา” หัวโจก แก๊งบิทคอยน์ พี่ชายบูม-จิรัชพิสิษฐ์ หนีไปโผล่เกาหลีใต้แล้วตั้งข้อสังเกตบินไปขณะตำรวจกำลังขออนุมัติหมายจับพอดี ส่วน “สุพิชฌาย์” พี่สาว ให้คนกลางติดต่อขอมอบตัววันที่ 17 ส.ค. แต่ชุดสืบสวนไม่รอยังตามล่าต่อเนื่อง ล่าสุดพบรถจอดทิ้งไว้ย่านดินแดงแต่ไม่พบตัว แฉหลักฐานมัดดาราหนุ่ม พบเคยพาเหยื่อวัยรุ่นชาวฟินแลนด์ที่ถูกหลอกลงทุนกว่า 800 ล้านบาทไปดูบ่อนที่มาเก๊า อ้างว่าจะใช้เงินบิทคอยน์ที่อุปโลกน์ขึ้นใหม่ในบ่อน ส่วนการรวบรวมหลักฐานจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 6 คนใกล้เสร็จแล้ว เบื้องต้นดำเนินคดีได้แค่ข้อหาฉ้อโกง รอหลักฐานเด็ดจากสถาบันการเงินและ ปปง.ขออนุมัติหมายจับได้ทันที

กรณีตำรวจกองปราบปรามเข้าสอบสวนการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเงินบิทคอยน์ พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินหลายร้อยล้านบาท จนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับนายปริญญา จารวิจิต อายุ 35 ปี น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี และนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต อายุ 27 ปี นักแสดง เบื้องต้นพบว่าหลอกลวงวัยรุ่นชาวฟินแลนด์คนหนึ่งให้มาร่วมลงทุนธุรกิจเงินดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี สกุลบิทคอยน์ เป็นเงินกว่า 800 ล้านบาท หลังจากนั้นเดินทางไปจับกุม บูม-จิรัชพิสิษฐ์ ขณะถ่ายละครย่านรัชโยธิน ส่วนพี่อีก 2 คน คือนายปริญญา สืบสวนทราบว่าเป็นหัวโจกหนีไปต่างประเทศ ส่วน น.ส.สุพิชฌาย์ พี่สาวอยู่ระหว่างติดต่อขอมอบตัว แต่ต่อรองเรื่องประกัน นอกจากนี้ยังพบผู้เกี่ยวข้องอีก 6 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.เผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามอยู่ระหว่างการขยายผลคดีเพิ่มเติม หลังพบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มบุคคลหลายราย ทั้งคนในครอบครัวของนักแสดงหนุ่มและผู้กว้างขวางในวงการค้าหุ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานข้อมูลเส้นทางการเงินกับสถาบันการเงินและสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบว่ายักย้ายถ่ายเทไปให้กลุ่มบุคคลใดบ้าง หากพบความเชื่อมโยงจะต้องเชิญตัวมาสอบปากคำตามขั้นตอน

กรณีที่มีกระแสข่าวว่า หลังจากกลุ่มผู้ต้องหาหลอกให้ผู้เสียหายลงทุนซื้อหุ้นโดยใช้เงินสกุลบิทคอยน์ และมีกลุ่มบุคคลที่สามเป็นกลุ่มนักการเมืองมาซื้อเงินสกุลบิทคอยน์จากระบบไปนั้น ส่วนนี้ พ.ต.อ.ชาคริต ยืนยันว่า ไม่มี ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ สอบถามผู้บริหารบิทคอยน์ ปรากฏว่าเป็นการซื้อขายสกุลเงินบิทคอยน์อย่างถูกต้องตามระบบ ไม่มีความผิดปกติ แต่ที่กองปราบฯ ทำอยู่ขณะนี้คือ การขยายผลไปยังเงินที่ได้จากการฉ้อโกงหลอกผู้เสียหายว่า ยักย้ายถ่ายเทหรือเกี่ยวพันกับบุคคลใดมากกว่า ขณะนี้พบว่าเงินที่ได้จากการกระทำความผิดกลุ่มผู้ต้องหาโอนย้ายไปให้บุคคลในครอบครัว รวมถึงนำไปลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจที่ดินลักษณะขายฝาก

“อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พบข้อมูลมากพอที่จะออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มเติมอีก 5-6 คน ข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นใครบ้าง สำหรับนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ บุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์ ที่หลังเกิดเหตุเดินทางเข้าชี้แจงอ้างว่าตกเป็นเหยื่อเช่นกันนั้น ตรวจสอบพบข้อมูลความข้องเกี่ยวอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเช่นกัน” รอง ผบก.ป.กล่าว

ส่วนของการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ มีรายงานว่า ชุดสืบสวนกองปราบปรามพบรถยนต์ของ น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต พี่สาวของบูม-จิรัชพิสิษฐ์ พบจอดทิ้งไว้ย่านดินแดง แต่ไม่พบตัว น.ส.สุพิชฌาย์ เบื้องต้น น.ส.สุพิชฌาย์ ประสานผ่านคนกลางเข้ามาเพื่อขอสอบถามรายละเอียดหลักทรัพย์ประกันตัว พร้อมยืนยันว่าจะเข้ามามอบตัววันศุกร์ที่ 17 ส.ค.2561 ส่วนนายปริญญาตรวจสอบพบว่าหลบหนีไปประเทศเกาหลีใต้แล้ว ช่วงเวลาเดียวกับที่ศาลจะออกหมายจับ

มีรายงานอีกว่า พฤติกรรมการกระทำความผิดของนายปริญญา หัวโจกขบวนการ จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อตายใจโดยใช้กลอุบายหลอกให้ระดมทุนซื้อหุ้นเพื่อการลงทุน กรณีผู้เสียหายชาวฟินแลนด์กลุ่มผู้ต้องหาออกอุบายให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิตอลในชื่อ ดราก้อน คอยน์ (Dragon coin) ผ่านบริษัทเอ๊กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ หรือบริษัทเอ็กซ์เปย์ กรุ๊ป จำกัด (Expay Group) ซึ่งบริษัทมีทุนจดทะเบียนเพียง 2 ล้านบาท และบริษัท NX Chain inc ที่มีสำนักงานอยู่ต่างประเทศ ให้ลงทุนกับทั้ง 2 บริษัทเป็นจำนวนเงินกว่า 90 ล้านบาท จากนั้นออกอุบายว่า เงินดิจิตอลในชื่อดราก้อน คอยน์ จะถูกนำมาใช้เป็นสกุลเงินในบ่อนกาสิโนที่มาเก๊า แถมกลุ่มผู้ต้องหาที่ประกอบด้วย นายปริญญา บูม-จิรัชพิสิษฐ์ และนายชาคริต อาหมัด ที่ยังไม่ถูก ออกหมายจับ ยังพาผู้เสียหายไปที่บ่อนการพนันแห่งหนึ่งบนเกาะมาเก๊าด้วย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหายังออกอุบายให้เหยื่อลงทุนผ่านบริษัทดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) เพื่อซื้อหุ้นบริษัทที่ฮ่องกงชื่อบริษัท Wi tech หรือ Wi Holding Group จำกัด ที่รับแลกเปลี่ยนเงินดิจิตอลดราก้อน โทเคน (Dragon Token) แต่ปรากฏว่าบริษัทนี้ไม่มีตัวตน ระบุในสัญญาลงทุนจดทะเบียน 1 หมื่นเหรียญฮ่องกง บริษัทนี้ทำหน้าที่สร้างดราก้อน โทเคนขึ้น โดยมีบริษัท Wi Holding Group เป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ถึงปัจจุบันยังไม่มีการลงทุนแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังซื้อหุ้นบริษัทดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ทั้งสิ้นแค่ 345 ล้านหุ้น ยังไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ด้วย

แหล่งข่าวระบุว่า จากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของนายปริญญา จารวิจิต น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต และนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต ได้รับเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2556 มาตรา 3 (18) (แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) 2556) อันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 มาตรา 3 มาไว้ในการครอบครองของตน จากนั้นนายปริญญา นายจิรัชพิสิษฐ์ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ยังสมคบกันฟอกเงินด้วยการโอนเงินอันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดไปมาระหว่างกันหลายครั้ง และนำเงินดังกล่าวยังโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินด้วย กองปราบฯจะแจ้งข้อหาฉ้อโกงเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนต่อไป

กองปราบฯตรวจสอบพบ “ปริญญา” หัวโจก แก๊งบิทคอยน์ พี่ชายบูม-จิรัชพิสิษฐ์ หนีไปโผล่เกาหลีใต้แล้วตั้งข้อสังเกต ... 12 ส.ค. 2561 01:18 12 ส.ค. 2561 01:18 ไทยรัฐ