วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ลีกคนรวย!!

เกปา อาร์ริซาบาลากา (ภาพ  : Action Images via Reuters)

ปิดทำการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกของเวทีพรีเมียร์ลีก และลีกต่างๆ ของอังกฤษ ได้ปิดลงไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา

โดยวันสุดท้ายที่ปกติแล้วจะเป็นค่ำคืนแห่งการเซอร์ไพรส์ แต่ในฤดูกาล 2018-2019 ก็ไม่ได้มีอะไรให้ตื่นต้นมากนักนอกจากการคว้าตัว 3 คนรวดของเอฟเวอร์ตัน ส่วนทีมใหญ่ๆก็ทุ่มซื้อไปก่อนหน้านี้แล้ว

ด้านแฟนบอลแมนฯ ยู ที่รอปาฏิหาริย์ในวันสุดท้ายให้ดึงตัวนักเตะมาเสริมทัพหลังจากนั่งดูคู่แข่งแย่งแชมป์ซื้อกันโครมๆ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ “ปิศาจแดง” เรียกได้ว่าเป็นทีมสายเปย์อยากได้อะไรก็ต้องได้ สรุปแล้วก็จ่ายไป 64.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,889 ล้านบาท) ได้ เฟร็ด, ดิเอโก ดาล็อต์ และร็อบ กรีน มาเสริมทีม

ส่วนแชมป์ของการช็อปปิ้งในปีนี้ก็ได้แก่ ลิเวอร์พูล ที่จ่ายไปทั้งสิ้น 177 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,965 ล้านบาท) ได้แข้งดีๆมาเสริมทัพไม่ว่าจะเป็น อลิสสัน เบรคเกอร์, นาบี เกอิตา, ฟาบินโญ, เชอร์ดาน ชากิรี จนขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 2 ที่ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เรียกได้ว่าเป็นปีที่ “หงส์” จะมีโอกาสก้าวไปคว้าแชมป์หลังจากรอมานานกว่า 29 ปี

รองลงมาก็คือ “สิงห์บลู” เชลซี เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ ที่จ่ายไป 128.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,787 ล้านบาท) พุ่งมารั้งอันดับ 2 ทันทีหลังจากทุ่มเงินเป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตูเพื่อคว้าตัว เกปา อาร์ริซาบาลากา จอมหนึบวัย 23 ปี ทีมชาติสเปนมาร่วมก๊วนด้วยค่าตัว 71.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,222 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นนักเตะที่แพงที่สุดในปีนี้ นอกจากนั้น ยังมี รอบ กรีน, จอร์จินโญ และ มาเตโอ โควาซิช ที่เข้ามาเสริมทัพจนกลายเป็นอีกทีมประมาทไม่ได้

ส่วนทีมที่จ่ายมากสุดเป็นอันดับ 3-5 น่าตกใจคือไม่ใช่ทีมระดับท็อปซิกซ์แต่เป็น ฟูแลม น้องใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาจาก เดอะ แชมเปียนชิป จ่ายไป 105.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,738 ล้านบาท), “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ซิตี้ จ่ายไป 104.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,693.5 ล้านบาท) และ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม 99 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,455 ล้านบาท)

ด้านแชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ จ่ายไปเพียง 62.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,817 ล้านบาท) ได้ ริยาด มาห์เรซ, เคลาดิโอ โกเมซ, ฟิลลิปเป ซานด์เลอร์ และ ดาเนียล อาร์ซานี มาเสริมทัพบวกกับขุมกำลังเดิมก็มีโอกาสป้องกันแชมป์เช่นกัน

ส่วน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ก็จ่ายไปมากเช่นเดียวกัน จ่ายไปถึง 71.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,213 ล้านบาท) ได้ ลูกัส ตอร์เรรา, แบรนด์ เลโน, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, มัตเตโอ กูเอนดูซิ และสตีเฟน ลิชต์สไตเนอร์ ซึ่งก็ถือว่าน่าจะยกระดับทีมให้กลับมาลุ้นติดท็อปโฟร์อีกครั้ง

แต่ที่น่าตกใจก็คือ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ทีมอันดับ 3 เมื่อซีซันที่แล้ว ปีนี้ไม่ได้ช็อปปิ้งแข้งใหม่มาเสริมทีมแม้แต่คนเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีกำหนดเวลาซื้อขายนักเตะในปี 2003 ที่ไม่มีสโมสรดึงนักเตะมาเสริมทัพเลย เพราะที่ผ่านมาก่อนปิดตลาดรอบแรก แต่ละทีมจะต้องเสริมทัพ 1 คนเป็นอย่างน้อย

แม้รวมทั้ง 20 ทีมในเวทีพรีเมียร์ลีกได้จ่ายเงินซื้อนักเตะรวมกันไปทั้งหมด 1,240 ล้านปอนด์ (ประมาณ 55,800 ล้านบาท) อาจจะดูเยอะแต่ก็ยังน้อยกว่าฤดูกาลที่แล้วถึง 230 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,350 ล้านบาท) เลยทีเดียว และถือว่าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่จ่ายรวมหลักพันล้านปอนด์ แถมน่าจะเป็นลีกที่ช็อปปิ้งมากที่สุดเหมือนเดิม

หลังจากนี้ไปก็ต้องไปตามดูกันว่าเงินที่แต่ละทีมจ่ายไปนั้นจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

ต้องมาดูกันว่าระหว่างลีกระหว่างทีมที่จ่ายเยอะกับทีมที่จ่ายน้อย

สุดท้ายแล้วใครจะเข้าวินในท้ายที่สุด...

อีก 9 เดือนต่อจากนี้ได้รู้กัน.

มะระหวาน

หลังจากทุ่มเงินเป็นสถิติโลกในตำแหน่งผู้รักษาประตูเพื่อคว้าตัว เกปา อาร์ริซาบาลากา จอมหนึบวัย 23 ปี ทีมชาติสเปนมาร่วมก๊วน 12 ส.ค. 2561 00:17 12 ส.ค. 2561 07:31 ไทยรัฐ