วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จพระบรมราชินีนาถ แม่แห่งแผ่นดินของปวงชนชาวไทย

“...พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้า อยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า”...ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเน้นเรื่องชลประทาน เกษตร และการพัฒนาชนบท โดยโปรดเกล้าฯ จัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรได้มีน้ำไว้ใช้ในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ เพราะทรงตระหนักดีว่าน้ำคือต้นกำเนิดของชีวิต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ก็ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่เกื้อหนุนกัน โดยทรงเน้นเรื่องป่าและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานไทย นอกเหนือจากการพระราชทานอาชีพเสริมแก่ราษฎรให้สามารถเลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยี่ยมเยือนพสกนิกรครั้งแรก เมื่อปี 2498 นับจากนั้นก็ได้ทรงงานเคียงข้างกันมาตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทถิ่นทุรกันดาร ทรงตรากตรำพระวรกายบุกป่าฝ่าดงขึ้นเขาลงห้วย เพื่อทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร ตลอดเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทรงอุทิศพระองค์อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อทรงค้นหาหนทางช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยพระราชทานแนวพระราชดำริในการดำเนินโครงการต่างๆไว้หลากหลายด้านถึง 4,000 กว่าโครงการ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและสร้างความมั่นคงให้ประเทศชาติ จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีที่แห่งใดบนผืนแผ่นดินไทยที่ทั้งสองพระองค์ไม่เคย เสด็จฯ ไปถึง ทรงเพียรพยายามทุกวิถีทางที่จะตระหนักรู้ถึงความเดือดร้อนและความต้องการของ ราษฎร เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างสอดคล้องกับสภาพปัญหาจริง

ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน และความสงบร่มเย็นของประเทศชาติ ซึ่งพระองค์ทรงเรียกว่า “กำไรของแผ่นดิน” คือเป้าหมายสำคัญในการทรงงานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยพระราชดำรัสดังกล่าวมีขึ้นเมื่อผู้ถวายงานในโครงการฟาร์มตัวอย่างกราบบังคมทูลว่า ได้จ้างชาวเขามาทำงานในฟาร์มตัวอย่างที่บ้านขุนแตะ จังหวัดเชียงใหม่ เพียง 40 คน ถ้าจ้างคนงานมากๆอาจต้องขาดทุน เพราะผลผลิตยังน้อยอยู่ พระองค์มีพระราชกระแสรับสั่งว่า “อย่ามาพูดเรื่องกำไรขาดทุนกับฉันนะ ฉันต้องการให้คนจนมีงานทำมากๆ ขาดทุนของฉัน คือกำไรของแผ่นดิน”...ทั้งนี้คำว่า “กำไรของแผ่นดิน” คือ การที่ทำให้คนยากจนในชุมชนนั้นๆมีงานทำมีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว ไม่ต้องไปเป็นโจรขโมย หรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งไม่ตัดไม้ทำลายป่า ชุมชนนั้นจะมีความสุขความสงบ หากทุกชุมชนเป็นเช่นนี้ ก็จะแผ่วงกว้างเป็นความสุขความสงบของตำบล อำเภอ จังหวัด และประเทศชาติ

ปรัชญาการทรงงานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงยึดตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยตั้งอยู่บนพื้นฐาน 5 ประการ คือ ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาในระดับพื้นฐานของประเทศ ได้แก่ ชนบท และเกษตรกร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารของประเทศ, ทรงเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีคนเป็นศูนย์กลาง, ทรงให้ความสำคัญกับโอกาสของราษฎรที่จะได้รับการพัฒนา โดยทรงมั่นพระทัยว่า ราษฎรนั้นมีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว เพียงแต่ให้ โอกาสพวกเขาได้แสดงออก ขณะเดียวกัน ยังทรงเน้นการพัฒนาด้านจิตใจของคนในชาติ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานพัฒนาหลักของรัฐบาลด้วย

“การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ให้ลูกหลานไทย” เป็นอีกหนึ่งพระราชปณิธานที่ทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยมีแนวพระราชดำริว่า คนป่า และสัตว์ป่า สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างอาศัยเกื้อกูลกัน โดยต่างให้ประโยชน์ซึ่งกัน และกัน คนสามารถใช้ประโยชน์จากผืนป่ามาสร้างอาชีพและรายได้อย่างพอเพียง ในลักษณะของ “บ้านเล็กในป่าใหญ่” คนที่เคยตัดไม้ทำลายป่าก็กลับใจมาช่วยปกป้องและพิทักษ์รักษาป่า รวมทั้งขยายพันธุ์สัตว์ป่าให้คงอยู่คู่ประเทศไทย ทรงใช้หลักการ “ปลูกป่า ในใจคน” ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 คือการปลูกจิตสำนึกในการรักผืนป่าให้คนเสียก่อน นอกจากนี้ ทรงอุทิศพระองค์ในการแก้ไขปัญหาดินเสื่อมสภาพและแห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งทรงจัดหาแหล่งน้ำให้ราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร ขณะเดียวกัน ก็ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่รอบตัว โดยเฉพาะการนำทรัพยากรธรรมชาติเหลือใช้มาใช้อย่างฉลาด อันเป็นที่มาของการส่งเสริมพลังงานทดแทน

“...ชาวไทยทุกคนจะต้องเข้าใจว่า การอนุรักษ์นี้มิใช่จะไปขัดขวางการพัฒนา แท้ที่จริงแล้วการพัฒนาระยะยาวกลับจะสำเร็จได้ ก็ด้วยการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง เราทั้งหลายคงไม่ลืมตัวอย่างที่พลโลกบางประเทศต้องอดอยากล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่สงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาตินั่นเอง...”

“ทรงส่งเสริมการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมของไทย” โดยสร้างโรงเรียนให้เด็กด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร พระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจนและเด็กพิการ ทรงสร้างศาลารวมใจให้เป็นห้องสมุดอเนกประสงค์ของชุมชนเพื่อใช้ศึกษาหาความรู้ในด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน ก็ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านจิตใจ ด้วยการส่งเสริมให้คนมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้ประพฤติแต่คุณงามความดี โดยทรงให้การทำนุบำรุงศาสนาทุกศาสนา อีกทั้งปลุกจิตสำนึกชาวไทยให้มีความรักชาติรักแผ่นดิน ตลอดจนให้การอุปถัมภ์นาฏศิลป์และดนตรีไทย โดยเฉพาะการแสดงโขน เพื่อให้คนไทยภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของไทย อันเป็นมรดกของแผ่นดิน ไม่เพียงเท่านี้ ยังทรงเป็นห่วงผู้สูงวัยที่เกษียณอายุทั้งหลาย จึงทรงริเริ่ม “วุฒิอาสาธนาคารสมอง” เพื่อนำความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ มาช่วยสร้างสรรค์สิ่งดีงามเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 วันที่ 12 สิงหาคม 2561 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ได้อภิบาลปกปักรักษาและคุ้มครองพระองค์ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญและทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สถิตเป็นพระมิ่งขวัญของปวงประชาสืบไป.

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก ได้อภิบาลปกปักรักษาและคุ้มครองพระองค์ให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญและทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สถิตเป็นพระมิ่งขวัญ... 11 ส.ค. 2561 14:48 11 ส.ค. 2561 14:52 ไทยรัฐ