วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะตำนาน 60 ปี การ์ตูนเล่มละบาท เปิดใจ "ชาย ชาตรี" วาดมือล้วนๆ สู้โลกออนไลน์ (คลิป)

การ์ตูนไทยสั้นจบในเล่ม หรือที่สมัยก่อนเรียกกันว่า การ์ตูนเล่มละ 1 บาท ปัจจุบันน่าจะเหลือผมเพียงเจ้าเดียวในประเทศไทยแล้ว!.... และทุกวันนี้ ผมยังคงยืนหยัด วาดเอง พิมพ์เอง ขายเองอยู่!

คำพูดภายใต้น้ำเสียงหนักแน่นและห่อหุ้มไปด้วยความภาคภูมิใจ ถูกกลั่นออกมาจากปาก ของ คุณสมศักดิ์ เจสกุล เจ้าของนามปากกา ชาย ชาตรี วัย 70 ปี นักวาดการ์ตูนไทยในตำนาน ที่โลดโผนอยู่ในยุทธจักรน้ำหมึกการ์ตูนไทย มาเป็นเวลากว่า 60 ปี 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ การ์ตูนเล่มละ 1 บาท ในแบบฉบับ ชาย ชาตรีสไตล์ ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ภายใต้ระลอกคลื่นแห่งโลกดิจิตอลที่ถาโถมเข้าใส่ จนแม้กระทั่งบรรดาเซเลบแห่งการ์ตูนญี่ปุ่นหัวใหญ่ๆ ที่ถูกซื้อหัวมาผลิตขายเป็นเล่มในประเทศไทย ยังแทบ “เอาตัวไม่รอด”

แต่ “ชาย ชาตรีสไตล์” ยังคงเอาตัวรอดได้ ทั้งๆ ที่ เขาคนนี้ ยังคง วาดเอง พิมพ์เอง ขายเอง ด้วยสองมือ ที่ปราศจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นตัวช่วยทุ่นแรง หนำซ้ำยังกล้าปฏิเสธ บรรดาผู้หวังดีต่างๆ ที่มาติดต่อ เพื่อขอนำงาน Handmade ของเขา ไปอยู่บนโลกออนไลน์ ด้วยถ้อยคำสั้นๆ ที่ว่า 

“อย่ามายุ่งกับผมเลย”

คำถามเหล่านี้ แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ จะได้รับฟังทุกคำตอบทั้งหมดในสกู๊ปชิ้นนี้ รวมถึงจุดเริ่มต้นสู่การเป็นนักวาดการ์ตูนในตำนานคนหนึ่งของประเทศไทย เชิญเหวี่ยงสายตาลงไปติดตามได้นับจากบรรทัดนี้ เป็นต้นไป

จุดเริ่มต้น รักการอ่าน สะสมหนังสือ ยึดขนบบรมครู        

ผมมีใจรักมาทางด้านนี้ เพราะตอนเด็กๆ ชอบอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือการ์ตูน ยิ่งพอสักอายุได้ประมาณ 10 ขวบ มีโอกาสไปช่วยแม่ขายของในตลาด ซึ่งอยู่ใกล้กับโรงพิมพ์ชื่อดังหลายแห่ง ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสได้ซื้อหนังสืออ่านเพิ่มมากขึ้น 

ช่วงนั้นจำได้เลยว่า ตัวเองถึงขนาดไปนั่งเฝ้าวนเวียนอยู่หน้าโรงพิมพ์แถวๆ นางเลิ้ง เพียงเพื่อหวังจะได้เห็นต้นฉบับของศิลปินชื่อดัง อย่าง คุณนิวัฒน์ ธาราพรรค์ เจ้าของนามปากกา ราช เลอสรวง ก่อนที่จะมีการตีพิมพ์ออกขาย 

นั่นแหละ...คือจุดเริ่มต้นที่อยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูน เพราะผมรู้สึกว่า มันท้าทายตัวเราดี ทั้งๆ ที่ตอนนั้น ทางครอบครัวส่งให้เรียนช่างกล เพื่อหวังจะให้มาช่วยงานที่บ้าน 

แต่ความรู้สึกของเรา “มันไม่ใช่” นักวาดการ์ตูนผู้เรืองนาม กล่าวโดยสรุปถึงเรื่องราวในวัยเด็กและแรงบันดาลใจ  

และด้วยความที่มีนิสัยรักการอ่าน เมื่อซื้อหนังสือนานาชนิดทั้งไทยและเทศมาแล้ว จะเก็บสะสมเอาไว้เป็นอย่างดี จนปัจจุบัน ที่บ้านต้องมีห้องเก็บหนังสือขนาดใหญ่ถึง 6 ห้อง โดยบางเล่มมีอายุเก่าแก่ แต่ยังถูกเก็บรักษาเอาไว้ในสภาพดี 

ซึ่งคลังหนังสือขนาดมหึมานี้เอง ที่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ ในการสร้างพล็อตเรื่องสำหรับการ์ตูน ชาย ชาตรีสไตล์ มาตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่วงการ เมื่ออายุ 14 ปี จนกระทั่งถึงวัย 70 ปี ในปัจจุบัน   

สำหรับผลงานชิ้นแรกใช้วิธียึดแนวทางการวาดและการนำเสนอเนื้อเรื่อง ตามแบบฉบับของนักวาดการ์ตูนรุ่นใหญ่ของสมัยนั้นเป็นหลักก่อน เพื่อศึกษาพฤติกรรมของคนอ่าน   

“ยุคแรกๆ ผมอาศัยไปดูว่า รุ่นใหญ่เขาวาดกันอย่างไร เราก็ต้องทำให้ใกล้เคียงกับที่เขาวาด ซึ่งพอเราทำ เราก็ขายได้ เพราะตอนนั้น หากไปทำแหกคอก มันก็ไม่ได้” ชาย ชาตรี กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  

เคล็ดลับสำคัญ เฝ้าโรงพิมพ์ ศึกษาอะไรบ้าง คือสิ่งที่คนไทยกำลังชอบ

สำหรับพล็อตเรื่องส่วนใหญ่ที่ใช้ จะอาศัยการหยิบเล็กผสมน้อยมาจากหนังสือต่างประเทศที่เริ่มเก็บสะสม แล้วนำมาดัดแปลงให้เข้ากับสังคมไทยในสมัยนั้น โดยอาศัยเพื่อนที่มีความเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ช่วยแปลหนังสือให้ พอได้โครงเรื่องมา ก็ค่อยๆ ทยอยเก็บสะสมไว้ เรื่องไหนน่าสนใจ ก่อนจะนำมาวาดเป็นการ์ตูนขาย จะต้องพยายามนำมาดัดแปลงเส้นเรื่องใหม่ ให้เข้ากับสังคมไทยในยุคนั้นๆ 

แต่สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในแง่ของการขายนั้นเป็นเพราะ ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบเรื่องราวไหนมาวาดเป็นการ์ตูนขาย จะลงไปสำรวจกับทางโรงพิมพ์อยู่เป็นประจำว่า พล็อตเรื่องของหนังสือเล่มไหนกำลังขายดี หรือข่าวอะไรจากหนังสือพิมพ์ กำลังเป็นที่สนใจของคนในช่วงเวลานั้นๆ 

“ช่วงนั้น บอกตามตรงเลยว่า แนว ผัวๆ เมียๆ คือ พล็อตหลักเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะวาดสักกี่ครั้ง คนก็ยินดีที่จะซื้อ ทำให้ในยุคที่การอ่านหนังสือจากกระดาษยังคงเฟื่องฟู ยอดขายการ์ตูนของผม ติดอันดับ 1 ใน 20 อันดับหนังสือขายดีมาโดยตลอด” คุณสมศักดิ์ ยิ้มพรายเมื่อเล่าให้ทีมข่าวฯ ฟัง 

เน้นหน้าปก เปลี่ยนช่องทางจัดจำหน่าย ตรึงราคารักษาลูกค้า สู้โลกออนไลน์   

แต่แน่นอน...โลกย่อมมีความเปลี่ยนแปลงเกิดอยู่เสมอ วงการหนังสือก็เช่นกัน เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนถ่ายจาก กระดาษ ที่มีตัวตนจับต้องได้ และมีกลิ่นหมึกพิมพ์ที่แสนคลาสสิก ไปสู่ตัวเลขดิจิตอล บนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทำให้ผลงานของ ชาย ชาตรี ที่ยืนยงมาหลายสิบปี ก็ย่อมต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วยเช่นกัน    

พอคนเริ่มหันไปนิยมอ่านทุกสิ่งทุกอย่าง จากโทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ยอดขายการ์ตูนก็เริ่มตกลง โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ เป็นช่วงขาลง อย่างชัดเจนที่สุด  

“เดี๋ยวนี้ คนนิยมอ่านอะไรจากโทรศัพท์ และด้วยความที่มันมีอะไรต่อมิอะไรให้อ่านเยอะมาก พอยิ่งอ่านไปๆ มันก็ยิ่งสนุก พอสนุกมากเข้า คนก็เริ่มลืมที่จะซื้อการ์ตูนกระดาษกันไปแล้ว ตอนนี้ คนที่จะอ่านจากกระดาษ ส่วนมากจะเป็นคนมีอายุหน่อย  

ซึ่งแนวทางในการต่อสู้กับกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ ในส่วนของผมเอง ก็ต้องปรับปรุงงานให้ดีขึ้น โดยเฉพาะหน้าปกการ์ตูน ผมจะเน้นมากเป็นพิเศษ และจะลงมือทำด้วยตัวเองทุกปก เพราะภาพจะต้องสวย สีจะต้องสด เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า 

สำหรับการวาดหน้าปกการ์ตูนทุกหน้าปก ในแบบฉบับของผม สิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลย คือ ผู้หญิง และต้องเป็นผู้หญิงที่สวย เพราะหากไม่มีผู้หญิง มันจะดูแล้วไม่เป็นการ์ตูน 

นอกจากนี้ การวาดภาพหน้าปกแต่ละครั้ง ผมจะต้องอยู่คนเดียวในสถานที่ ที่เงียบที่สุด เพื่อให้เกิดสมาธิ เพราะการวาดแต่ละครั้ง ต้องใช้เวลาพอสมควร บางครั้งนั่งวาดตั้งแต่ 15.00 น. ถึง 20.00 น. ก็เคยมาแล้ว เจ้าของนามปากกา ชาย ชาตรี กล่าว 

ส่วนพล็อตเรื่องสำหรับการผลิตการ์ตูนขายในช่วงนี้ เราเน้นไปที่เรื่อง "ผี" เป็นหลัก เพราะมันเข้ากับวิถีแบบไทยๆ และที่สำคัญ เป็นพล็อตที่เอาใจตลาดมากที่สุดด้วย ปัจจุบัน การ์ตูนที่ผลิตจากสำนักพิมพ์พันธ์ดี ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว พิมพ์จำหน่ายออกมาขาย อยู่ 4 ราคาด้วยกัน คือ 5 บาท 15 บาท 25 บาท และสูงสุด 45 บาท 

ขณะที่ช่องทางในการจัดจำหน่าย อาศัยไปวางขายตามร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นหลัก เพราะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และคงไปหวังวางขายตามร้านขายหนังสืออีกไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันเหลืออยู่น้อยมาก 

สั่งซื้อ การ์ตูนขายเลหลัง คืนกำไรช่วยร้านหนังสือที่ทยอยปิดตัว   

“ร้านขายหนังสือในปัจจุบันแทบไม่เหลืออยู่แล้ว รู้ไหมช่วงนี้ ผมสั่งซื้อหนังสือการ์ตูน จากร้านหนังสือที่เลิกกิจการ แล้วนำหนังสือการ์ตูนมาเลหลังขายบนออนไลน์ เพื่อเก็บสะสมไว้จำนวนมาก คุณรู้ไหม ผมทำแบบนี้ เพราะอะไร...? 

ผมทำไปเพราะ อยากคืนกำไรให้กับร้านหนังสือเหล่านี้บ้าง เพราะครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยช่วยรับหนังสือการร์ตูนของผมไปขาย ผมสั่งซื้อมากเสียจน คุณแม่บ้านมองค้อนให้เลย” ชาย ชาตรี พูดพลางมองหน้าศรีภรรยาคู่ใจพลาง เมื่อเล่าถึงตอนนี้ 

 

ต้องยื่นสิ่งที่สวยที่สุด ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด ไปใส่มือนักอ่าน หลักยึดประจำใจ ชาย ชาตรี 

เคยคิดบ้างหรือไม่ว่า...วันหนึ่ง การ์ตูนกระดาษสไตล์ไทยแท้ๆ อาจจะต้องล้มหายตายจากไป...? 

“ผมเองก็กลัวๆ เรื่องนี้อยู่...” คุณสมศักดิ์ มีสีหน้าแฝงด้วยความกังวลสำหรับคำถามนี้ 

“แต่อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ ยังไม่เคยแม้แต่จะคิดถึงเรื่องที่จะต้องปิดหนังสือการ์ตูนของตัวเอง เพราะเราไม่ได้ลงทุนอะไรมากมาย เพราะฉะนั้น เราจึงยังอยู่ได้ 

ปัจจุบันการ์ตูน หรือหนังสือกระดาษหายไปเยอะ คุณก็รู้ใช่ไหม...? หยุดไปแบบ ขายไม่ได้เลย หรือเลิกไปเลย แต่ที่ผมยังอยู่ได้ เพราะ ผมมีความตั้งใจว่า เราจะต้องยื่นสิ่งที่สวยงามที่สุด ดีที่สุด และคุ้มค่าราคาที่ต้องเสียไปที่สุด ไปใส่มือของผู้อ่านทุกท่าน! 

ที่ผ่านมา ผมตรึงราคาขายเอาไว้ที่ 5 บาท - 45 บาท ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งที่ยืดถือมาตลอด คือ ต้องไม่เอาเปรียบลูกค้า ไม่ใช่พอเวลาขายดีหน่อย ก็ไปขึ้นราคา การกระทำแบบนั้น มันจะทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึก ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา  

นี่คือหลักคิดของผม ที่ผ่านมา ผมเพิ่มราคาขายก็ได้ แต่ผมเชื่อว่า หากทำแบบนั้น ผมอาจจะต้องเลิกกิจการไปเลยก็ได้” นักวาดการ์ตูนชื่อดัง เน้นทุกคำ สำหรับคำตอบในประเด็นนี้  

กระโดดไปสู่โลกออนไลน์ อีกหนึ่งทางรอด การ์ตูนกระดาษ...? 

อึม.....มีคนติดต่อมาเยอะครับ แต่ผมบอกไปว่า ไม่เอา คุณอย่ามายุ่งกับผมเลย! ชาย ชาตรี ทอดน้ำเสียงเล็กน้อย สำหรับคำตอบนี้  

ผมคิดว่า คนที่อ่านการ์ตูนของผม เขาก็คงไม่เปลี่ยนไปอ่านบนโลกออนไลน์หรอก นอกจากนี้ โลกออนไลน์ มันมีแต่พวกวัยรุ่น ที่ส่วนใหญ่ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่าด้วย 

อะไรคือ ชาย ชาตรีสไตล์...? 

“ที่ผ่านมา ผมวาดการ์ตูนได้ทุกแนวนะ...” 

นั่นเป็นเพราะ ในอดีตเคยถูกว่าจ้างจากหลายสำนักพิมพ์ดัง ให้ช่วยวาดหน้าปกหนังสือการ์ตูนดังหลายเรื่องในยุคที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ เช่น ดราก้อนบอล โดราเอมอน Slam dunk โดยก่อนที่จะลงมือวาด ผมจะนำแบบจากการ์ตูนญี่ปุ่นมาดูก่อน แล้วค่อยๆ วาดตาม เพื่อให้เหมือนกับตัวการ์ตูนต้นฉบับให้มากที่สุด ซึ่งการได้ฝึกฝีมือวาดลายเส้น และลงสี ในรูปแบบที่ต่างๆ กันนี่เอง ทำให้ในที่สุด สามารถผสมผสานส่วนประกอบต่างๆ ที่ว่ามานี้ ไปเป็นแนวทางเฉพาะตัว ได้ในที่สุด 

และหากใครยังไม่รู้ ผ่านมาหลายสิบปีจนทุกวันนี้ ผมยังคงใช้เพียง "มือ" สำหรับการวาดการ์ตูนเท่านั้น ไม่เคยใช้ตัวช่วย เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์อื่นใด มาตกแต่งภาพให้ดูสวยงามขึ้น เช่นที่กำลังนิยมกันอยู่ในเวลานี้   

“ส่วนตัวผม มองว่า การวาดด้วยมือ มันคลาสสิกกว่า เพราะมันจะช่วยพัฒนาฝีมือตัวเองต่อไปได้เรื่อยๆ ในขณะที่การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ มาช่วยในการทำงาน หากวันใดวันหนึ่ง เกิดตัวช่วย เหล่านี้หายไปล่ะ เราจะทำงานได้อย่างไร...?”

สร้างผลงานด้วย Handmade VS อาการเจ็บป่วย   

เรื่องแบบนี้ มันย่อมเกิดขึ้นได้อยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา !... 

เคยมีอยู่ช่วงหนึ่ง ผมเกิดอาการเครียดจนป่วย วาดการ์ตูนไม่ได้อยู่ถึงเกือบ 2 ปี ช่วงนั้นเลยใช้วิธีจ้างคนมาวาดแทนแล้วให้ลูกมาช่วยลงสีให้ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไป ซึ่งมันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะงานของเรา มันยังขายได้ 

“ทุกวันนี้ ผมยังรู้สึกดีเสมอ เวลาเห็นใครอ่านการ์ตูนผลงานของผม แต่ผมจะไม่ออกตัวนะว่า การ์ตูนเรื่องนี้เป็นผลงานของเรา ผมจะทำเพียงไปยืนมองดูด้วยความภูมิใจลึกๆ แบบส่วนตัวเท่านั้น” ศิลปินผู้สร้างผลงานประดับวงการการ์ตูนไทยมาหลายสิบปี กล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวฯ ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ.

ตอนนี้ การ์ตูนไทยเล่มละ 5 บาท เหลือผม เป็นเจ้าสุดท้ายแล้ว ความรู้สึกของผม มันก็เหมือนไปบังคับคนอ่านเขาเหมือนกันว่า ถึงจะไม่ชอบนัก แต่ก็ต้องมาอ่านกับผม เพราะมันเหลือแค่ ที่นี่ที่เดียวแล้ว ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องระลึกถึงอยู่เสมอว่า ผมต้องทำงานออกมาให้ดีที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับที่ผู้อ่านให้เหลืออยู่เป็นเจ้าสุดท้าย!    

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่

reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ย้อนเวลา 60 ปี เจาะตำนานการ์ตูนไทยเล่มละบาท กับการปรับตัว ยืนหยัดต่อสู้ที่มีเพียง "มือ" ไร้ตัวช่วยใดๆ ภายใต้ระลอกคลื่นแห่งโลกดิจิตอลในยุคปัจจุบัน 6 ส.ค. 2561 17:49 13 ส.ค. 2561 03:25 ไทยรัฐ